ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

สบส.ชี้ รพ.พระราม 2 ผิด 5 กระทง ปมไม่รับสาวโดนสาดน้ำกรด เตรียมส่งฟันอาญา

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 | 1 นาที 26 วินาที 803

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส.แถลงถึงมติคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้มายื่นหนังสือร้องเรียนโรงพยาบาลพระราม 2 ว่าปฏิเสธการรักษาและมีบริการทางการแพทย์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานจนทำให้หญิงอายุ 38 ปีซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกสาดน้ำกรดเสียชีวิต

 

จากที่พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลขณะเกิดเหตุทั้งเอกสารทางการแพทย์ ภาพกล้องวงจรปิดและสอบถามปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เสนอต่อคณะอนุกรรมการการพิจารณาเรื่องร้องเรียนซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานอัยการสูงสุด และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน หลังทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

มีมติให้ส่งเรื่องจากคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีดำเนินการเปรียบเทียบปรับในความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และพนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาในความผิดที่มีอัตราโทษเกิน 1 ปีขึ้นไปในความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาลพ. ศ. 2541 ใน 5 กรณีที่เข้าข่ายการกระทำผิด คือ

 

1.พยาบาลวิชาชีพเป็นผู้กำหนดประเมินวินิจฉัยอาการและให้การรักษาเบื้องต้นผู้ป่วยโดยไม่ได้รับความเห็นจากแพทย์ เข้าข่ายกระทำผิดตามมาตรา 34 (1)และ(2) ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

 

2.ผู้ดำเนินการได้สั่งการให้รับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน ซึ่งหมายความว่าต้องผ่านการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ แต่ไม่ได้ควบคุมให้ขั้นตอนเกิดขึ้น จึงเข้าข่ายกระทำผิดตามมาตรา 34 (2) ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่ง 2 กรณีนี้ ต้องแจ้งความกล่าวโทษแก่ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล เนื่องจากมีอัตราโทษจำคุก

 

3.ไม่ได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยฉุกเฉิน และตรวจคัดแยกความฉุกเฉินตามมาตรฐาน เข้าข่ายความผิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขและพระราชบัญญัติสถานพยาบาลตามมาตรา 35 (3)และ(4)ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งคณะอนุกรรมการมีมติให้เปรียบเทียบปรับ โดยผู้ต้องรับโทษคือผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล

 

4.ไม่ได้ดูไม่ได้ดูแลให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย ซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษา เข้าข่ายผู้ได้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลไม่ควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยา แก่ผู้ป่วยจนพ้นจากขีดอันตราย ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 36 โดยผู้ต้องรับโทษคือผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล

 

และ 5.การส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่ได้มาตรฐาน เข้าข่ายกระทำผิด ตามมาตรา 36 วรรค 3 จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ต้องรับโทษคือผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 

 

สุดท้ายคณะกรรมการมีมติรวมให้แจ้งความร้องทุกข์ทั้งหมด ทั้งคดีที่ต้องเปรียบเทียบปรับและจำคุก โดยวันนี้ (21 พ.ย.) ทางกองกฎหมายของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันจะส่งเรื่องต่อสภาการพยาบาลพิจารณาจริยธรรมของพยาบาลวิชาชีพที่ได้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วย โดยไม่รายงานต่อแพทย์เวรต่อไป

 

นอกจากนี้จะมีการส่งหนังสือถึงสถานพยาบาลทุกแห่ง ห้ามปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉิน หากส่งต่อต้องใช้รถพยาบาล อุปกรณ์พร้อมเท่านั้น

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PsdpQYj92YA

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top