ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

สาวร้องถูกหมอสูติฯข่มขืนในห้องตรวจภายใน อ้างเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ โอนเงิน 3 แสนให้เรื่องจบ

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 | 9 นาที 1 วินาที 19,448

จากกรณีมีหญิงร้องเรียนว่าถูกหมอสูตินารีล่วงละเมิดทางเพศ ขณะตรวจภายใน ณ คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ โดยมีหลักฐานการแชทระหว่างคนไข้และแพทย์ที่ระบุว่า เป็นการใช้ของปลอมเป็นการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศอย่างหนึ่ง เวลาที่เกิดการเจ็บบริเวณนี้อาการเจ็บจะลดลง เพราะฮอร์โมนที่หลั่งมาเพื่อความสุขมีฤทธิ์อีกด้านลดความเจ็บปวด เหมือนทางแพทย์ใช้ยาเสพติดเพื่อรักษาอาการปวด และอีกภาพเป็นแชทไลน์ที่ระบุว่า แพทย์เสนอเงินเยียวยาจำนวน 5 หมื่นด้วย

 

ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมาก โดยส่วนใหญ่ต่างตำหนิการกระทำของแพทย์และอยากให้ผู้เสียหายดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และอีกส่วนต่างตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการสมยอมหรือไม่ และการที่ออกมาร้องเรียนเพราะตกลงกันไม่ได้หรือไม่ เพราะสังเกตจากข้อความแชทที่มีการใช้ภาษาเหมือนสนิทสนมกันนั้น

 

ด้านบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 29 ปี ได้ร้องเรียนมาที่องค์กรมานานแล้ว โดยเหตุเกิดในช่วงเดือน ก.ย. ภายในคลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ ส่วนแพทย์ที่ก่อเหตุก็เป็นแพทย์ชื่อดัง และมีผู้นับหน้าถือตา โดยผู้เสียหายต้องการช่วยเหลือเพื่อให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จึงได้ประสานกับทนายความให้ โดยขณะนี้ทราบว่าผู้เสียหายมีความเครียด จนต้องไปพบจิตแพทย์ และมีความกลัวผู้ชาย 

 

ซึ่งที่ผ่านมามีการเก็บหลักฐานจนยืนยันว่าแพทย์คนดังกล่าวข่มขืนผู้เสียหายในห้องตรวจจริง และเมื่อเช้านี้ทราบว่า แพทย์คนดังกล่าวได้โอนเงินเข้าบัญชีของผู้เสียหายจำนวน 3 แสนบาท เพื่อให้ไปถอนแจ้งความ ซึ่งถ้าไม่ผิดจริงทำไมต้องใช้เงินจ่ายเพื่อปิดคดี โดยผู้เสียหายยังไม่แตะต้องเงินดังกล่าว รวมทั้งหลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ไป ก็มีหญิงนับ 10 รายติดต่อมาที่องค์กร ระบุว่าถูกแพทย์คนดังกล่าวล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งมีรายหนึ่งบอกว่าเคยเป็นพยาบาลฝึกงาน และถูกแพทย์คนดังกล่าวเอามือมาล้วงจับหน้าอก 

 

ด้านทนายนิด้า - ศรันยา หวังสุขเจริญ ทนายความเจ้าของเพจ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับผู้เสียหายทราบว่า ผู้เสียหายมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและได้ไปรักษาตัวที่คลินิกแพทย์คนดังกล่าวซึ่งอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. โดยมีการตรวจภายในแต่ไม่มีพยาบาลอยู่ด้วย ซึ่งไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น แต่มีการพูดจาแทะโลม จากนั้นในวันที่ 21 ก.ย. รู้สึกคันและมีตุ่มบริเวณอวัยวะเพศอย่างผิดปกติ คาดว่าอาจแพ้ยา จึงได้ไปที่คลินิกดังกล่าว

 

จากนั้นแพทย์ได้เรียกเข้าห้องตรวจภายใน โดยหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงให้ไปนอนบนเตียงขาหยั่ง จากนั้นได้ยินเสียงเหมือนแพทย์กำลังเตรียมอุปกรณ์ แต่พบสิ่งผิดปกติคือปิดไฟ จากนั้นก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาสอดใส่ในอวัยวะเพศ ก่อนที่แพทย์จะเอาตัวขึ้นไปคร่อมทับจนสำเร็จความใคร่ ซึ่งผู้เสียหายได้ถามแพทย์ว่า "มาทำกับหนูแบบนี้ทำไม"

 

แพทย์ตอบกลับว่าไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องกังวล ไม่ท้องเพราะใส่ถุงยางอนามัย แต่หลังจากนั้นผู้เสียหายไปแจ้งความ แพทย์คนดังกล่าวได้ติดต่อทั้งโทรและไลน์มาว่า สิ่งที่สอดใส่ไม่ใช่อวัยวะเพศของแพทย์ แต่เป็นอุปกรณ์ทางการเพศ ซึ่งทำให้ไปย้อนแย้งกับคำพูดตอนแรก นอกจากนี้ยังมีการแชทมาในเชิงชู้สาว

 

ทนายนิด้า กล่าวต่อว่า คดีนี้ตอนแรกหลักฐานอ่อน เพราะหลังเกิดเหตุผู้เสียหายไม่ได้ไปตรวจร่างกายและแจ้งความโดยทันที เนื่องจากอายและไม่อยากให้เป็นเรื่องราวเพราะกลัวเสียชื่อเสียง จนสุดท้ายตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดี และทำให้แพทย์พยายามติดต่อมาอย่างต่อเนื่องแต่ผู้เสียหายไม่คุย ตนจึงแนะนำให้ลองคุยเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม จนมีหลักฐานเป็นทั้งแชทไลน์ และคลิปเสียง ที่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าแพทย์รายนี้ข่มขืนผู้เสียหายจริง โดยไม่ได้เป็นการสมยอมด้วย หลังจากนั้นแพทย์พยายามต่อลองเพื่อขอให้ไปถอนแจ้งความ และพยายามพูดและแชทในเชิงชู้สาว ทั้งบอกรักและบอกว่าจะมีการส่งของขวัญมาให้ ซึ่งตนก็แนะนำว่าให้ลองทำทีว่าจะยินยอมไม่เอาเรื่อง แต่จะชดใช้ให้ได้เท่าไร

 

ซึ่งตอนแรกแพทย์บอก 5 หมื่น แต่ผู้เสียหายลองเรียก 3 แสน พร้อมให้เลขบัญชี ปรากฎว่าแพทย์คนดังกล่าวโอนเงินมาจริงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญเพราะถ้าเขาไม่ทำผิดจริงจะโอนเงินมาทำไม ซึ่งหลังจากโอนเงินแล้วแพทย์คนดังกล่าวพยายามติดต่อมาทุกช่องทางให้ถอนแจ้งความ แต่ตนบอกให้ปิดการสื่อสาร เพราะขั้นตอนต่อไปเป็นเรื่องของการดำเนินคดี

 

ทั้งนี้ทราบว่ามีผู้เสียหายอีกหลายราย ที่เคยโดนแพทย์รายนี้ล่วงละเมิดทางเพศแต่ไม่กล้าเปิดเผยตัว ตนอยากขอให้ติดต่อมาที่ตนหรือองค์กรทำดี เพื่อจะได้เป็นตัวแทนในการดำเนินทางกฎหมายจนกว่าคดีจะสิ้นสุด โดยจะปิดบังแหล่งข้อมูลให้ด้วย

 

ในเรื่องของคดี แพทย์รายดังกล่าวได้เข้าพบ ตร. และถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ อนาจารและกระทำชำเรา แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป ขณะที่ตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

 

แต่จากการสอบปากคำของตำรวจ ทราบว่า  เมื่อวันที่ 5 ก.ย. เวลาประมาณ 19.00 น. มีอาการปวดท้องจึงได้ไปหาแพทย์ที่คลินิกสูตินารีในเมืองปากน้ำโพ เพื่อให้ดูอาการ โดยแพทย์ได้ให้ไปเปลี่ยนใส่ผ้าถุงของคลินิกแล้วเข้าห้องตรวจนอนบนเตียงขาหยั่ง เพื่อตรวจภายใน จากนั้นแพทย์ได้ล็อคประตูห้องตรวจ ปิดไฟ และก็เริ่มทำการตรวจโดยการใช้กล้องส่อง และอธิบายภายในของอวัยวะเพศที่แสดงผลบนจอภาพ

 

หลังจากนั้นแพทย์ได้ยืนขึ้นในลักษณะประชิดตัว ก่อนนำเอาอวัยวะเพศชายมาถูตรงอวัยวะเพศของตนเองพร้อมทั้งเอามือกดลงที่ตรงท้องน้อย และตนเองก็บอกว่ารู้สึกเจ็บ จากนั้นแพทย์ก็โน้มตัวลงมาลักษณะทับ พร้อมทั้งเอาปากมาเป่าลมที่บริเวณลำคอ ตนเห็นว่าไม่ใช้การตรวจแล้วจึงผลักออกไป แล้วตนเองก็ออกไปเปลี่ยนชุดจ่ายเงินแล้วกลับบ้านไป

 

ส่วนอาการปวดท้องนั้นยังไม่หายจึงได้เข้าไปหาหมออีกครั้งในวันที่ 21 ก.ย. แพทย์ก็ทำลักษณะเดิมแต่ครั้งนี้ได้มีการซอกคอด้ายซ้าย และเอาอวัยวะเพศเข้าไปในช่องคลอดของตนเอง และมีการขยับเข้าออก โดยปากก็มีการจูบอยู่ชั่วครู่คาดว่าน่าจะเสร็จกิจแล้ว แพทย์จึงลุกออกจากตัวของตนเองไป จึงได้เข้ามาแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เพื่อไม่อยากให้ใครได้รับความเสียหายแบบนี้อีก

 

ด้านแพทยสภาได้รับเรื่องเพื่อตั้งคณะกรรมการในการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว เพื่อความมั่นใจของประชาชน  ที่ผ่านมาสูตินรีแพทย์ มีราว 3-4 พันคน แต่ละปีตรวจเป็นล้านครั้ง ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9WXTRFYujMY

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top