ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

เผาศพสาวถูกสาดน้ำกรด ลูกสาวรำหน้าศพแม่ก่อนเป็นลม สบส.ฟัน รพ.พระราม 2 สั่งปิดตึกแล้ว

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 | 3 นาที 36 วินาที 6,812

ขอนแก่น-ญาติจัดพิธีฌาปนกิจศพนางสาวช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ปี ซึ่งถูกนายคำตัน สามีสาดน้ำกรดใส่หน้าได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากหึงหวงผู้ตาย

 

ในงานมีน้องเตเต้ ลูกสาวของผู้ตาย ได้สวมใส่ชุดไทยรำหน้าศพ ส่งดวงวิญญาณของผู้เป็นแม่ไปสู่สุขคติบนสวรรค์ตามความเชื่อ ซึ่งตลอดการรำหน้าศพของน้องเตเต้ได้ทำการรำทั้งน้ำตาจนจบเพลง ก่อนที่จะเป็นลมหมดสติกลางงาน ญาติๆ จึงช่วยกันอุ้มน้องเตเต้มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนฟื้นและรีบเดินทางกลับบ้านทันที

 

ด้าน นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเรียกร้องกรณีโรงพยาบาลพระราม 2  ซึ่งมีการส่งสาวที่ถูกน้ำกรดสาดไปรักษาอีกโรงพยาบาลจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตว่า ขณะนี้ความผิดของโรงพยาบาลพระราม 2  มีความชัดเจนมากขึ้น ที่เห็นชัดๆ และมีการสั่งปิดไปเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คือ

 

1.กรณีที่โรงพยาบาลนำเอาที่จอดรถมาปรับปรุงดัดแปลงเป็นอาคารผู้ป่วยนอก โดยไม่ขออนุญาต จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541

 

2.มีการสั่งลงโทษปรับในฐานทำความผิด พ.ร.บ.สถานพยาบาล แต่เป็นฐานความผิดที่ไม่ร้ายแรงจึงดำเนินการปรับไปเรียบร้อยแล้ว

 

3.สบส.ได้สั่งให้โรงพยาบาลดังกล่าวทำการปรับปรุงโรงพยาบาล ในส่วนที่ไม่ตรงมาตรฐาน พ.ร.บ.สถานพยาบาล โดยได้ให้ระยะเวลาในการปรับปรุง 15 วัน หากยังไม่ดำเนินการ จะทำการเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งหากโดนเพิกถอนใบอนุญาตจะส่งผลให้โรงพยาบาลถูกปิด แต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่ากับการสั่งปิดโรงพยาบาลเลย

 

4.ประเด็นที่ถือเป็นความผิดร้ายแรงใน พ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่คณะกรรมการเพื่อทำการพิจารณาความผิดในวันที่ 19 พฤศจิกายน ทั้งนี้ สำหรับคดีของสาวที่ถูกสาดน้ำกรดจนเสียชีวิตนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

 

นพ.สัญชัย ชาสมบัติ รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)  กล่าวถึงกรณีสาวถูกน้ำกรดสาด เกิดปัญหาระหว่างการส่งตัวไปรักษาอีกโรงพยาบาล จนเสียชีวิต และเกิดคำถามว่า จากระบบส่งต่อเช่นนี้ถือว่า รพ.ต้นทางมีความผิดหรือไม่ ว่าตนไม่มีข้อมูลจาก รพ. 

 

แต่จากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุตามข่าวว่า เมื่อมีการดูดสารน้ำจากปอดพบในปริมาณถึง 2 ลิตร ถือว่ามีภาวะปอดบวมเฉียบพลัน ซึ่งเป็นระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

 

ดังนั้น กรณีนี้ถือว่าเข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉินแน่นอน เพราะเกิดปัจจุบันทันด่วน การถูกสารพิษก็ถือว่าทันด่วน แต่ฉุกเฉินสีแดง สีเขียว หรือสีเหลือง หากสีแดงก็ต้องวิกฤต ซึ่งกรณีนี้เป็นการรบกวนระบบทางเดินหายใจ ถือว่าเข้าข่ายวิกฤต สรุปคือ กรณีนี้เป็นฉุกเฉินวิกฤตนั่นเอง ส่วนจะเอาผิดตามกฎหมาย จะขึ้นอยู่กับ พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ

 

ซึ่งขณะนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) อยู่ระหว่างการสอบสวนและลงโทษต่อไป ส่วนแพทย์หรือพยาบาลหากพบว่าเกี่ยวข้องมีความผิดด้วยนั้น ก็จะต้องส่งเรื่องต่อไปยังสภาวิชาชีพนั้นๆ เช่น แพทยสภา หรือสภาการพยาบาลต่อไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PKNonoYh088

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top