ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

อาจารย์สาวฉ้อโกงเผ่นฮ่องกง แฉเพิ่มหลอก นร.ไปซัมเมอร์แคมป์-ใช้บัตร ปชช.เด็กไปกู้นอกระบบ

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 | 3 นาที 16 วินาที 8,940

จากกรณีผู้เสียหายกว่า 10 ราย เข้าแจ้งความกองปราบฯเพื่อให้ดำเนินคดีกับ น.ส.อัสมา ดำรงค์ผล อายุ 33 ปี หัวหน้าภาควิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ย่านรังสิต ที่หลอกลวงให้นำเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจพานักเรียนมัธยม นักศึกษาไปเรียนพิเศษภาคฤดูร้อน หรือซัมเมอร์แคมป์ ที่ประเทศอังกฤษ แต่กลับไม่มีการพาไปจริง มูลค่าความเสียหายร่วมกันกว่า 20 ล้านบาท ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

 

วานนี้ (13 พ.ย.) นายกิตติภพ ภวณัฐกุลธร รองผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา 2 นำหลักฐานที่ถูก นางสาวอัสมา เข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม โดยนายกิตติภพ กล่าวว่า นางสาวอัสมา ได้อาศัยความน่าเชื่อถือ และมีงานทำเป็นหลักแหล่ง เข้ามาเสนอขายคอร์สเรียนพิเศษภาคฤดูร้อน ในประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 13-27 ต.ค.ที่ผ่านมา

 

ทางโรงเรียนเห็นว่ามีราคาถูกและน่าเชื่อถือ จึงรับข้อเสนอและมีผู้ปกครองสนใจนำบุตรหลานเข้าร่วมรวม 30 ราย โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายรายละ 9 หมื่นบาท แต่เมื่อนางอัสมามารับเงินไปแล้วเมื่อใกล้เวลาเดินทางกลับติดต่อไม่ได้ จึงรู้ว่าถูกฉ้อโกงโดยขณะนี้มีความเสียหายประมาณ 3 ล้านบาท จึงเดินทางมาแจ้งความเอาผิดนางอัสมาในความผิดฉ้อโกง

 

นอกจากนี้ส่วนตัวแล้วน.ส.อัสมา ยังมีโปรไฟล์น่าเชื่อถือคือ เป็นอาจารย์ระดับหัวหน้าภาควิชาภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยชื่อดัง มีใบอนุญาตถูกต้องและที่ตั้งของบริษัทชัดเจน พร้อมทั้งยังนำเสนอว่าที่ผ่านมาเคยพานักเรียนนักศึกษาไปในประเทศแคนาดา และอีกหลายประเทศมาแล้วจริง ทำให้ยิ่งน่าเชื่อถือ

 

นายกิตติภพ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนเดินทางมาในฐานะตัวแทนโรงเรียนและผู้ปกครอง โดยรับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงเรียน ให้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับน.ส.อัสมา หลังก่อนหน้าเคยแจ้งความไว้ที่ สน.บึงกุ่มแล้ว ส่วนที่ต้องเข้ามาร้องที่กองปราบฯ ก็เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนจับกุมอีกทางหนึ่ง

 

นอกจากอยากได้เงินของเด็กคืนแล้ว ตอนนี้ก็ยังเป็นห่วงในเรื่องเอกสารของเด็กที่มอบให้น.ส.อัสมา นำไปใช้เป็นหลักฐานขอทำวีซ่า เพราะกลัวจะถูกนำไปใช้ทำในสิ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ เนื่องจากขณะนี้มีผู้ปกครองของเด็กรายหนึ่งโทร.มาปรึกษากับตน หลังจากมีเจ้าหนี้นอกระบบโทร.มาหาบุตรชาย เพราะถูกน.ส.อัสมานำเอกสารสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ปลอมแปลงลายเซ็นนำเอกสารไปขอกู้เงินจากเจ้าหนี้นอกระบบสูงถึง 1 ล้านบาท

 

ทำให้ตอนนี้ผู้ปกครองหลายคนต้องไปลงบันทึกประจำวันที่สน.บึงกุ่ม เพื่อยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากกลัวว่าอาจจะเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก

 

ส่วนกลุ่มผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนบอกน่าจะต้องแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่คาดว่าจะถูกหลอกให้ร่วมลงทุนกับบริษัท และกลุ่มผู้ปกครองที่หลอกขายทัวร์ทัศนศึกษา โดยกลุ่มของผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเปิดบริษัทพานักเรียนมัธยม นักศึกษาไปเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนหรือซัมเมอร์แคมป์ ที่ประเทศอังกฤษ ให้การเบื้องต้นว่านางสาวอัสมาใช้ความเชื่อใจจากการที่เคยร่วมทุนทำธุรกิจกันก่อนหน้านี้ หลอกให้ร่วมลงทุน

 

ส่วนจะเข้าความผิดใดนั้น พนักงานสอบสวนต้องสอบสวนว่าลักษณะการหลอก ผู้เสียหายได้รับการติดต่อโดยตรงหรือได้รับข้อมูลต่อๆ กันมา ซึ่งถ้าได้รับข้อมูลต่อๆ กันมา ก็จะเข้าข่ายความผิดข้อหาฉ้อโกงประขาชน ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการยืนยันว่าได้ให้อาจารย์ที่ก่อเหตุออกไปแล้วตั้งแต่สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากขาดงานบ่อย และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมตามที่เป็นข่าว

 

ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.อัสมา อาจารย์สาวคนดังกล่าว ได้เดินทางออกนอกประเทศ โดยขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิ เดินทางไปฮ่องกง เที่ยวบิน HX-762 เมื่อช่วงเช้ามืด เวลา 01.24 น. วันที่ 13 พ.ย. คาดว่า น.ส.อัสมาหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรณีฉ้อโกงดังกล่าว โดยมีแฟนหนุ่มบินตามไปด้วย และทั้งคู่ไม่ได้ซื้อตั๋วขากลับ

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5txDcuhMiIU

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top