ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

โชเฟอร์แท็กซี่ยันสาวถูกน้ำกรดสาด อาการหนัก ไม่ได้ตายคาแท็กซี่ หมอแจงคนไข้ขอย้ายเอง 'อัจฉริยะ' ยื่นฟ้อง รพ.พระราม 2

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 | 4 นาที 24 วินาที 16,985

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปีถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา

 

ก่อนที่ครอบครัวจะไปร้องเรียนกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จนนำญาติแบกโรงศพไปเรียกร้องที่โรงพยาบาลพระราม 2 จนเกิดมีปากเสียงอย่างดุเดือด

 

ล่าสุดนายสงัด ดัชชุยาวัตร อายุ 37 ปี คนขับรถแท็กซี่ที่รับผู้ตายและลูกสาวจากโรงพยาบาลพระราม 2 ไปส่งที่โรงพยาบาลบางมด ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม โดยเปิดเผยว่า หลังจากขับรถผ่านด้านหน้าโรงพยาบาลพระราม 2 ได้มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโบกรถและแจ้งว่าให้ไปส่งต่อผู้ป่วยโดนน้ำร้อนลวกที่โรงพยาบาลบางมด โดยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและประสานกับโรงพยาบาลปลายทางไว้แล้ว

 

เมื่อขับรถเข้าไปในโรงพยาบาล ก็เห็นมีเจ้าหน้าที่เข็นรถเข็นมาที่ประตูด้านหลัง เมื่อเปิดประตูออกก็เห็นว่าคนป่วยมีผ้าพันแผลเต็มไปหมดทั้งแขน และใบหน้าเว้นลูกตา ตอนนั้นผู้ป่วยลุกจากรถเข็นก่อนทรุดตัวลง ทำให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยยกขึ้นรถ โดยระหว่างทางใช้เวลาประมาณ 10 นาที

 

ลูกสาวผู้ป่วยพยายามเรียกแม่ตลอด แต่ผู้ป่วยไม่ได้ตอบอะไร จนถึงโรงพยาบาลบางมดก็มีเจ้าหน้าที่ลากเปลเข้ามา พร้อมถามผู้ป่วยว่าไหวหรือไม่ เจ้าตัวตอบกลับไปว่า “ไม่ไหว” พนักงานจึงเข้ามาช่วยอุ้มออกจากรถ ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังยกแขนได้ ก่อนหามขึ้นเปลเข้าไปในโรงพยาบาล จากนั้นตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งตำรวจประสานมาก็รู้สึกตกใจ และพร้อมเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน

 

ด้านแพทย์โรงพยาบาลพระราม 2 ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ขณะที่คนไข้เข้ามาขอรับการรักษาทางโรงพยาบาล โดยบุรุษพยาบาล และพยาบาลในห้องฉุกเฉิน ได้ทำการรักษาเบื้องต้นด้วยการตรวจวัดสัญญาณชีพ ความดันโลหิต ชีพจร การหายใจ รวมถึงออกซิเจนในเลือด ซึ่งผลการตรวจพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ และมีสติสัมปชัญญะดี แต่คนไข้มีอาการแสบร้อนที่บาดแผล เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการพันแผล

 

จากนั้นประสานไปยังนายแพทย์พีระ คณานุวัฒน์ เนื่องจากเป็นแพทย์ด้านศัลยกรรม ที่มีอำนาจในการตัดสินใจให้คนไข้แอดมิด แต่เมื่อแจ้งสิทธิให้กับผู้ป่วยและแจ้งว่า แพทย์ให้ความเห็นต้องแอดมิด คนไข้กลับปฏิเสธการรักษา พร้อมขอไปรับการรักษาตามประกันสังคม อีกโรงพยาบาลหนึ่ง โดยประสงค์ที่จะเดินทางไปด้วยตนเอง

 

อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธคนไข้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่ลงนามยืนยันว่า คนไข้ปฏิเสธการรักษา มีเพียงการติดต่อประสานงานไปยัง รพ.บางมดเท่านั้น และการพูดคุยกับคนไข้และพยาบาลผู้รักษาเท่านั้น รวมถึงมีหลักฐานที่เป็นเวชระเบียน ทั้งรายชื่อแพทย์ รายชื่อพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ในวันที่คนไข้เข้ามารับการรักษา และกล้องวงจรปิดเส้นทางเดินที่คนไข้เข้ามารับการรักษา ซึ่งได้มอบให้หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว

 

ส่วนลักษณะอาการที่เกิดขึ้นกับ คนไข้รายนี้ เป็นแผลผิวหนังไหม้ระดับ 1 หรือ ปฐมภูมิ มีรอยแดง ยังไม่มีการกัดกร่อน และไม่มีแผลตามลำตัว ส่วนเหตุการเสียชีวิตนั้น ตนเองไม่ทราบแน่ชัด เพราะแผลระดับ 1 ไม่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากแผล

 

แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการในระดับ 2 และ3 ซึ่งจะหนักกว่าที่เข้ามารับการรักษา มีสิทธิที่จะเสียชีวิตได้จากการขาดน้ำ เกลือแร่ ซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมง และการติดเชื้อในกระแสเลือด จะต้องใช้ระยะเวลา 3-4 วัน ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าโรงพยาบาลให้การรักษาเต็มที่ และไม่ได้ปฏิเสธ

 

ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมบุตรสาวและครอบครัวของผู้ตาย ได้มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายกแพทยสภา, นายกสภาการพยาบาล เพื่อเอาผิดกับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คือ ผู้บริหารโรงพยาบาลพระราม 2 รวมถึงแพทย์ และ พยาบาลที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากติดใจโรงพยาบาล ที่ปฏิเสธรักษา

 

โดยจะฟ้องร้องทางโรงพยาบาลเพื่อเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท และหากเป็นไปได้เห็นว่าโรงพยาบาลแห่งควรถูกปิดไม่ควรที่จะเปิดให้บริการต่อไป

 

ด้าน นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะเร่งตรวจสอบและสรุปผลให้ได้โดยเร็วที่สุด สำหรับกรณีนี้ หากเป็นกรณีฉุกเฉิน แพทย์ต้องแจ้งสิทธิการรักษากับญาติเกี่ยวกับแนวทางให้บริการว่าจะให้ญาติ รักษาที่โรงพยาบาลแรก หรือโรงพยาบาลประกันสังคม

 

โดยหากวินิจฉัยพบว่าผู้ป่วยมีอาการในภาวะวิกฤต ทุกโรงพยาบาลก็สามารถให้การรักษาได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นหนังสือแล้ว ทางญาติก็จะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดีที่สน.ท่าข้าม ก่อนจะเดินทางไปรับศพผู้ตาย เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่จ.ขอนแก่น ต่อไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/atR9Elk0iuQ

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top