ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

สาวจ้างทำข้าวกล่องปัดฉ้อโกง ซัดอีกฝ่ายผิดสัญญาเอง เหยื่อโผล่แฉอีก ให้ทำขนมส่งบ่อนวันละพันชิ้น สูญ7แสน

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 | 11 นาที 55 วินาที 14,353

จากกรณีนางธนิสร กุยแก้ว และนายวีรวัฒน์ กุยแก้ว ชาว ต.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ได้สัญญาสัมปทานทำอาหารและน้ำดื่มกับบริษัทแห่งหนึ่ง ผลิตข้าวกล่องวันละ 10,000 กล่อง น้ำดื่มบรรจุขวด วันละ 10,000 ขวด และไข่ต้มวันละ 30,000 ฟอง เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. สัญญาเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.

 

หลังทำข้าวกล่องเสร็จ แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยง รวมทั้งไม่รับข้าวกล่อง ที่ทำไว้ไปส่งโรงงาน ต้องสูญเงินค่าทำสัมปทาน ทั้งค่าขวดบรรจุน้ำดื่มรวม 106,000 บาท  ขณะที่ผู้เสียหายหลายคนทยอยออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าถูกบริษัทดังกกล่าวกระทำการลักษณะคล้ายกันมาแล้วหลายราย สูญเงินตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท

 

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (7 พ.ย.) ตร.เชิญตัวคนว่าจ้างผลิตข้าวกล่องมาให้ปากคำคือ นางสาวกัญจ์หทัย สุขใส อายุ 40 ปี และนางสาวธนิตา จันทร์อิ่ม หรืออิ๋ว อายุ 34 ปี โดยตร.ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 3 ชม. ไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมด ปรากฎส่าทั้ง 2 คนยืนยัน ไม่ได้ฉ้อโกงและไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ผู้เสียหายผิดสัญญาเอง ซึ่งการทำสัญญามีหลักฐานหนังสือสัญญาชัดเจน และไม่ขอให้การใดๆ  ตร.จึงแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน

 

โดย พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคน ไม่ขอให้การใดๆ โดยยืนยันว่าทำข้าวกล่องไปส่งตามสถานที่ต่างๆที่ว่าจ้างทั้งโรงงานและหน่วยงานต่างๆจริง แต่พอสอบถามถึงจุดส่งต่างๆก็ยังคงให้การไม่ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ ตร.ชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจสอบ โรงงานที่ผู้ต้องหาอ้างว่านำข้าวกล่องไปส่ง ก็พบว่าไม่มีการสั่งข้าวกล่องมาที่โรงงาน ตามที่ทั้งสองคนระบุ  โดยเบื้องต้นแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ส่วนข้อหาอื่นๆต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ส่วนกรณีหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา มีประวัติพัวพันยาเสพติดนั้น ยืนยันเป็นเรื่องจริง แต่อยู่ระหว่างต่อสู้คดี  ส่วนคดีฉ้อโกงอื่นๆก็มีการยอมความจบกันไปกับผู้เสียหาย เพราะกลัวว่าต้องรับผิดชอบเพิ่ม เนื่องจากมีระบุในสัญญา

 

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย.) ตร.ก็ส่งทีมสืบสวนไปตรวจค้นบ้านพัก ก็พบอุปกรณ์ทำอาหารจำนวนมาก และกล่องโฟมอุปกรณ์ต่างๆ และเอกสารทางการเงินมีเงินหทุนเวียนต่อวันหลายแสนบาท แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ตร.จึงเก็บเอกสารไปตรวจสอบประกอบสำนวนคดี

 

แหล่งข่าวระบุว่า คดีนี้จากข้อมูลของการจ้างทำข้าวกล่องในพื้นที่ของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคน พบว่า เริ่มต้นทำธุรกิจข้าวกล่องจริงทำมา 4 ปี โดยจดทะเบียนในนามร้าน หทัยฤทธิ์อุตสาหกรรม  แรกเริ่มทำเพียง 100-300 กล่อง ส่งในพื้นที่ จ.พิษณุโลก และอุตรดิตถ์

 

แต่พอธุรกิจนี้ขยาย จึงต้องออกว่าจ้างให้ชาวบ้านหรือร้านอาหารที่ทำข้าวกล่องมาช่วยทำ โดยอ้างว่ามีผู้สั่งอาหารจำนวนมากทำไม่ทัน โดยทุกรายที่มาทำข้าวกล่องต้องเซ็นสัญญาสัมปทาน  และหากผิดสัญญาก็จะต้องปรับ โดยที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคน กอดสัญญาสัมปทานไว้ ใครทำผิดคือปรับ

 

ที่ผ่านมาทั้งสอองคนก็ทำมาแบบนี้เรื่อยๆ และมีผู้ทำผิดสัญญามาเรื่อยๆ  ใครทำผิดก็จะนำสัญญานี้มาอ้าง ซึ่งผู้เสียหายก็เกรงกลัว หากต้องฟ้องร้องก็หวั่นจะแพ้คดี เพราะมีสัญญาชัดเจน ทำให้บางคนไม่กล้าออกมาหาเลี้ยงครอบครัว บางรายถึงกับต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อแลกกับการได้งานได้เงิน แต่สุดท้ายก็ต้องมาผิดสัญญาสัมปทานถูกปรับ

 

ส่วนสาเหตุที่ทุกคนยอมให้ปรับเพราะคิดว่า ยังสามารถทำข้าวกล่องส่งให้ในรอบต่อไปได้อีก แลกกับผลตอบแทนส่วนต่างกล่องละ 3-5 บาท หากยิ่งทำข้าวกล่องจำนวนมาก ก็จะได้ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้หากมีผู้เสียหายจากกรณีการทำข้าวกล่องนี้ สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่สภ.พญาแมน จ.อุตรดิตถ์ได้ทันที

 

ขณะที่โรงงานที่ถูกอ้างชื่อ ไม่น่าจะรู้เห็นด้วย เพราะโรงงานแห่งนี้ตั้งเปิดมาหลาย 10 ปีแล้ว มีกำลังมากพอที่จะทำอาหารเลี้ยงคนงาน

 

นอกจากนี้ยังมีเหยื่ออีกราย ให้ข้อมูลว่าถูกหลอกให้ร่วมธุรกิจทำสัปทานแซนวิชและแฮมเบอร์เกอร์ ส่งบ่อนพนันแห่งหนึ่งที่ จ.อุตรดิตถ์ วันละ 1,400 ชิ้น โดยรู้จักผ่านเพื่อน จึงตัดสินใจไปกู้เงิน 2 แสนบาท ร่วมทำธุรกิจ ตอนที่ตกลงทำสัมปทานร่วมกันอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจไม่มีการทำสัญญาใดๆ  ต่อมาหลอกให้ทำสัมปทานเครื่องดื่มชูกำลังส่งบ่อน ทำให้เสียหายรวมกว่า 7 แสนบาท

 

ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ติดตามประเด็นดังกล่าว พบว่าเป็นการกุเรื่องขึ้นมา ไม่ได้มีโรงงานตามที่สัญญาสัมปทานกล่าวอ้าง เป็นกลอุบายหลอกผู้เสียหาย และยังมีการเปลี่ยนสัญญาหลายครั้ง เมื่อเหยื่อหลงกลจึงตกลงซื้อสัมปทานดังกล่าว แล้วจ่ายเงินค่าสัมปทานจำนวน 106,000 บาท

 

จากการตรวจประวัติ นางธนิตา พบว่ามีคดีฉ้อโกงมากกว่า 5 คดี และคดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายอีก 1 คดี นอกจากนี้ยังมีคนมีสีซึ่งเป็นตำรวจมาช่วยเหลืออิ๋ว และได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าปรับ โดยมีการการวางแผนไว้ล่วงหน้า แล้วให้ตำรวจบอกเหยื่อว่าทำผิดสัญญาต้องชดใช้ให้เขา การที่เอาตำรวจมานั้น เพื่อให้ชาวบ้านหวาดกลัว

 

ส่วนวิธีการเลือกเหยื่อนั้น ขั้นตอนแรกจะตวรจสอบดูว่าเหยื่อมีความรู้เรื่องกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะเข้าดำเนินการทันที รวมถึงการพยายามเอายอดเงินสูงๆ เป็นตัวล่อ ให้ผลิตเยอะๆ แล้วส่งมอบไม่ทันดังกล่าว

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/99LFbY1lnjg

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top