ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

สธ.ปรับระดับกัญชาให้ใช้เพื่อการแพทย์ 'หมอธีระวัฒน์' ชี้ถึงปลดล็อก ก็มีข้อจำกัดเยอะ

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 | 5 นาที 13 วินาที 1,027

ที่ประชุม คณะกรรมการพิจารณาการนำสารสกัดกัญชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ร่วมหารือการใช้สารสกัดกัญชาในทางการแพทย์และการแก้ไขกฎหมาย การนำสารสกัดกัญชามาใช้ เพื่อจะนำผลการประชุม ไปรายงานต่อคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ กระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ เพื่อออกเป็นประกาศ กระทรวงสาธารณสุข การ ยกระดับสารสกัดกัญชา จากยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 เพื่อใช้ทางการแพทย์

 

นอกจากนี้ในที่ประชุม กรมการแพทย์และ อย .ยังได้ วางแผนการใช้สารสกัดกัญชาใน 4 แนวทาง 4 กลุ่มโรค ได้แก่ ศึกษาว่าโรคอะไรที่ใช้ได้บ้าง สถานพยาบาลที่จะให้การรักษา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำการรักษา และกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา

 

ส่วน 4 กลุ่มโรค คือ เป็นกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนตำรับเดียวกับยาที่ใช้ในต่างประเทศ/ ยาตำรับทางแพทย์แผนไทย การนำสารสกัด กัญชามาทำการศึกษาวิจัยกับผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มโรค และนำยาไปศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง

 

สำหรับ การออกประกาศ กระทรวงสาธารณสุข ฯนั้น ถือว่า เป็นการดำเนินการในระหว่างที่รอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาแก้ไขพรบ.ยาเสพติดให้โทษ เพื่อให้สารสกัดกัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้คาดว่าจะออกประกาศ ฯได้ภายใน เดือนพฤศจิกายนนี้

 

ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในกรรมการที่ร่วมประชุม ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ปลดล็อกเลย เพราะถ้าปลดล็อกจากยาเสพติดประเภท 5 เป็น 2  เวลาจะใช้ก็ต้องมีการขึ้นทะเบียนในกรอบเหมือนมอร์ฟีนเลย ซึ่งมีข้อจำกัดเยอะมาก และจะทำให้ไม่มีใครอยากใช้ และที่สำคัญในที่ประชุมยังพูดว่า สารสกัดต้องมีมาตรฐานตามที่ อย.กำหนด เหมือนเป็นยา

 

ซึ่งเมื่อพูดแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการขึ้นทะเบียนยาในปัจจุบัน หากเราจะผลิตเองอีกก็รอไปกว่าจะได้ใช้ก็ 15 ปี แสดงว่าถ้ามีการปลดล็อกจริง ก็ไม่มียาจากคนไทยผลิตเอง แต่จะกลายเป็นการสั่งเข้าแทน ก็จะกลายเป็นประโยชน์ให้ภาคธุรกิจ 100 เปอร์เซ็นต์

 

“อย่างพืชยากระท่อม กัญชา ซึ่งเป็นพืชที่ติดอยู่ในประเภท 5 หากมีการปลูกก็จำคุกอยู่ดี และเป็นการตัดโอกาสแพทย์แผนไทยในการใช้พืช ใบ ดอกอยู่ดี และในแพทย์แผนปัจจุบันก็ถูกตีกรอบด้วยข้อบ่งชี้แค่ 4 กลุ่มโรคเท่านั้น แบบนี้สรุปคือ ผลิตภัณฑ์ที่จะผลิตในประเทศไทยก็จะขึ้นทะเบียนยาก หรือแทบไม่ได้เลย

 

อย่างองค์การเภสัชกรรม หากผลิตได้จริง ก็ยังถูกล็อกแค่ใช้ใน 4 กลุ่มโรคเท่านั้น ซึ่งใช้ได้ไม่กี่ร้อยคน เพราะมีเงื่อนไขเยอะอีก ดังนั้น ไม่ได้ตอบโจทย์ อย่างที่ทุกวันนี้มีผู้ป่วยที่ทรมานจากโรค ซึ่งปัจจุบันมีการใช้กันอยู่แล้วแบบใต้ดิน เพื่อบรรเทาอาการตัวเอง ก็ไม่ได้ช่วยพวกเขาเลย และหากพบมีการแอบใช้ก็ถูกจับกุมด้วย” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

 

เมื่อถามว่าจะแก้ไขอย่างไร ต้องฝากความหวังอยู่ที่กฎหมายของ สนช.หรือไม่ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า หาก สนช. ผลักดันกฎหมายออกมาได้ก็ดี แต่จะไปติดที่ประกาศ  อย.อยู่ เพราะกฎหมายใหญ่ของ สนช. ไม่ได้ระบุสารสกัด แต่พูดภาพรวมว่า พืชกระท่อมและกัญชา ให้หลุดจากสารเสพติดประเภท 5 เลย แต่หากทำได้จริง ก็ต้องถามว่า อย.จะปรับประกาศอย่างไร ตรงนี้ก็ไม่ชัดเจน เพราะประกาศอย.เน้นแต่สารสกัดเท่านั้น

 

ดังนั้น อย.ต้องพิจารณาตัวเองว่า อย.และคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษนั้น กำลังผลักไสคนป่วยให้ลงไปใต้ดิน ไปใช้กัญชาแบบมีความเสี่ยงมีการปนเปื้อนอื่นๆ และผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงถูกหลอกลวงพวกธุรกิจว่า กัญชารักษามะเร็งอีก แบบนี้ อย.จะรับผิดชอบอย่างไร หากอย.จะเสนอรัฐมนตรีฯ ในวันที่ 9 พ.ย.นี้ ก็ต้องเขียนให้ชัดว่า สารสกัดกัญชาในรูปแบบต่างๆ ต้องเปิดกว้าง ไม่จำเพาะเจาะจงแบบนี้ ไม่ใช่คุมมาตรฐานแบบยาแพทย์ปัจจุบัน ซึ่งจะมีปัญหากับแพทย์แผนไทยมาก

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CwTuaSsTL6A

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top