ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

'นัท โอนไว' ให้อภัยสาวแชทหลอกโอนเงิน ร่ำไห้ขอโทษอ้างหาเงินเลี้ยงลูก 2 คน

วันที่ 7 ธันวาคม 2561 | 3 นาที 49 วินาที 2,874

พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าว จับกุมตัวนางนันท์นลิล ภควัตสุวรรณ หรือผึ้ง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามในข้อหาฉ้อโกง หลังหลอกผู้เสียหาย ให้หลอกโอนเงิน และได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก โดยชุดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ที่บริเวณลานจอดรถหน้าอาคาร 6 การเคหะร่มเกล้า ซอยการเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

 

สำหรับคนร้ายรายนี้ ได้สมัคร แอปพลิเคชันจูโม่ (JAUMO) ซึ่งเป็นแอพที่สร้างโปร์ไฟล์ เพื่อทำการหาคู่ในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายเห็นรูปโปร์ไฟล์ ที่ทางคนร้ายได้นำภาพของบุคคลอื่นมาตั้งเป็นรูปของตนเองก็ได้หลงเชื่อ จากนั้นได้มีการติดต่อเพื่อสนทนากันผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาทางคนร้ายได้หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา จนผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปหลายครั้ง เป็นเงินรวม 89,330 บาท จากนั้นคนร้ายก็ได้ปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับทางผู้เสียหาย เมื่อทางผู้เสียหาย รู้ตัวว่าตนเองถูกหลอกแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้

 

ต่อมามีผู้เสียหายอีกรายที่ถูกคนร้ายนำรูปของตนเองมาใช้ทำให้ชื่อเสียง ตนเองได้รับความเสียหาย ก็ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก การกระทำดังกล่าวของคนร้ายทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่ได้แจ้งความแล้ว และ ยังไม่แจ้งความ ทาง บก.สส.บช.น. จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลของคนร้าย และสืบสวนติดตามจับกุมจนสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้

 

ด้านนางนันท์นลิล ผู้ต้องหา กล่าวว่า สาเหตุที่ก่อเหตุ เพราะไม่มีเงิน และต้องเลี้ยงลูก 2 คน โดยก่อนหน้านี้เคยเล่นมาแล้วหลายแอป แต่ไม่สำเร็จ จนมาเจอแอปนี้ และก่อเหตุมา 6-7 ครั้ง ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งคนที่เสียเงินมากที่สุดคือ 1 แสนบาท แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้แจ้งความ และอยากขอโทษผู้เสียหายทั้ง 2 รายทำให้เดือดร้อน ส่วนภาพที่เลือกนั้นเพราะเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกับผู้เสียหาย ขณะเดียวกันนางนันท์นนิล ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายทั้งสองราย พร้อมทั้งร้องไห้ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาตัวเข้าไปสอบปากคำต่อ

 

ด้านนายสรฉัตร ผลวัฒนา หรือ เจ้าของฉายา 'นัท โอนไว' ได้เดินทางมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ พร้อมเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ตำรวจจับคนร้ายได้ ส่วนตัวได้ไปไหว้พระ 9 วัดที่ภาคอีสาน เพราะไม่อยากให้คนร้ายไปก่อเหตุลักษณะนี้กับใครอีก และหลังจากที่เกิดเหตุก็มีผู้หญิงทักมาให้โอนเงินให้ เช่น เติมเงินโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้โอนให้ใคร ซึ่งจะโอนให้เฉพาะคนที่สนิทเพียงเท่านั้น หลังจากที่คนร้ายยกมือไหว้ขอโทษ ตนก็ยกโทษให้และไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใครอีก ส่วนเงินที่โอนไปให้ ก็ทำใจไว้แล้วว่าอาจจะไม่ได้คืน

 

ขณะที่ น.ส.อริยพัช มีแก้ว อายุ 37 ปี แม่ค้าขายของออนไลน์ และเป็นผู้ที่ถูกคนร้ายใช้รูปไปหลอกลวงผู้อื่น เปิดเผยว่า อยากให้คนร้ายกลับตัวกลับใจ ตนก็ไม่อยากเดือดร้อน ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งเมื่อคนร้ายขอโทษ ตนก็พร้อมยกโทษให้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะขายของออนไลน์ต่อไป

 

ด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.กองวิเคราะห์ข่าว เผยว่า การจับกุมในครั้งนีัเป็นการจับตามหมายของ สน.พระราชวัง ซึ่งก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยคนร้ายรับว่า เอาเงินไปใช้ส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้เคยใช้บัญชีธนาคารของตนเองแต่กลัวตำรวจจับได้ จึงเปลี่ยนเลขบัญชีเป็นของมารดา ซึ่งตำรวจต้องเอาไปตรวจสอบ ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ และต้องประสานธนาคารเพื่อตรวจสอบบัญชี หลังจากนี้ตำรวจจะนำตัวส่ง สน.พระราชวัง และหากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมก็จะอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SrL2fYLRDIM

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top