ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

รวบโจ๋ยิงอริต่างสถาบันดับ จนมุมเผาเสื้อผ้าทำลายหลักฐาน รับไม่ชอบหน้า พบประวัติเคยก่อเหตุอื้อ

วันที่ 4 กันยายน 2561 | 3 นาที 50 วินาที 2,022

กรณีนายนพเก้า สุคนธรัตน์ หรือแบงค์ นักเรียนวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี ถูกคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่ศีรษะ1 นัด เสียชีวิตอย่างอุกอาจ ภายในซอยราษฎร์อุทิศ  23 

 

ล่าสุดตำรวจ สน.มีนบุรี รวบตัวได้แล้ว 3 คน คือ นายวิรัตน์ รัสมี หรือบุก อายุ 19 ปี ,นายเขมชาติ สำนองคำ หรืออาเมน อายุ 18 ปี และนายจิรัฐติกาล เปรื่องการงาน หรือเบน อายุ 19 ปี พร้อมอาวุธปืนและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ  ส่วนอีก 1 คนที่ยังหลบหนีคือ นายวีระศักดิ์ บุญเพ็ง หรือนายจู้

 

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างสถาบัน แต่กลุ่มผู้ต้องหาและกลุ่มผู้เสียชีวิตเคยมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน ซึ่งอาศัยอยู่คนละซอยในหมู่บ้านเดียวกัน ต่างคนต่างระแวงกัน และมักจะพกปืนติดตัวเพื่อป้องกันตัวเองมาตลอด กระทั่งวันเกิดเหตุนายบุกและนายจู้ พบนายแบงค์ (ผู้ตาย) ขี่รถจักรยานยนต์อยู่จึงขี่ไล่ตาม ไปถึงปากซอยราษฎร์อุทิศ 23 

 

จากนั้นนายบุกได้ยิงนายแบงค์จนเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนี  และโทรหานายเบนและนายเหยิน ให้ขับรถยนต์ฮอนด้าซิตี้ มาจอดไว้ที่ซอยมิตรไมตรี 30 เพื่อเปลี่ยนชุดและสลับรถกัน และแยกย้ายกันไป จนมาทราบข่าวภายหลังจึงนำเสื้อผ้าและชุดสีรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในวันก่อเหตุไปเผาทิ้ง  ขณะที่ผู้ปกครองของนายจู้ ติดต่อตำรวจจะพานายจู้เข้ามอบตัว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนเนื่องจากผู้ต้องหาไม่สมัครใจ

 

ด้านนายอนุภาพ  ตรีชยานนท์ หัวหน้างานกิจกรรมวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค เผยว่า หลังเกิดเหตุได้นำภาพกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เคยก่อเหตุทำร้ายนักเรียนวิทยาลัยดังกล่าว มอบให้ตำรวจเพื่อสืบสวนสอบสวนกระทั่งจับกุมตัวได้ในที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างสถาบันแน่นอน

 

โดยผู้ก่อเหตุทำเป็นกลุ่มวางแผนมาเป็นอย่างดี ตนมองว่าความขัดแย้งของทั้ง 2 กลุ่ม ภายในชุมชนอาจมีส่วนเพียงเล็กน้อย การอยู่ชุมชนเดียวกันเรียนต่างสถาบันไม่น่ามีปัญหาอะไร ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้ว 3 ครั้ง ไล่ยิงและแทงนักเรียนวิทยาลัยดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บหลายราย

 

“มั่นใจเป็นกลุ่มเดียวกัน รถ จยย.ที่นำมาก่อเหตุมี 2 คัน ถ้าไม่สีแดงก็สีน้ำเงินสลับนำไปใช้ก่อเหตุ เมื่อก่อเหตุก็จะหมกตัว บางครั้งตำรวจติดตามตัวไม่ได้ พอเรื่องซาก็กลับมาก่อเหตุอีก เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา เด็กวิทยาลัยนี้ถูกยิงบาดเจ็บ 5 คน บริเวณถนนบึงขวาง ซึ่งเป็นทางผ่านกลับบ้าน และเมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนน้องแบงค์ถูกยิง กลุ่มนี้ได้ไปก่อเหตุยิงเด็กของตนย่านหทัยมิตร พื้นที่ สน.นิมิตรใหม่ เด็กถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุไปดักรอด้านหลังวิทยาลัย” นายอนุภาพ กล่าว

 

นอกจากนี้ นักเรียนของวิทยาลัยฯคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนทุนพระราชทาน โครงการกองทุนนักศึกษา เคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาไล่ยิงย่านบึงขวาง ขณะนั้นพวกตนขี่รถ จยย.มา 3 คัน จำนวน 5 คน ตนซ้อนท้ายรถ จยย. เพื่อนกำลังกลับบ้าน ระหว่างทางได้ยินรุ่นน้องบีบแตรส่งสัญญาณว่ามีคนตามมา โดยยิงปืนมาที่พวกตน 3-4 นัด แต่ไม่โดนพอตนหันไปมองเขาก็ยิงใส่ตน กระสุนถากเข็มขัดเข้าท้องทะลุหน้าอกไปโดนรุ่นน้องที่ขี่รถ กระสุนอีกลูกฝังอยู่ข้อเท้าซ้ายยังไม่ได้ผ่าออก ทุกคนพากันขี่หนี กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ยังไล่ยิงประมาณ 20 นัด  จากนั้นรถรุ่นน้องของตนอีกคันล้มและวิ่งเข้าป่า  เขาก็สิ่งตามเข้าไปยิงขาบาดเจ็บและถอดแหวนโรงเรียนออกจากนิ้วมือ

 

“ผู้ก่อเหตุที่เคยยิงตนชื่อจู้ส่วนบุกเป็นขี่รถถ โดยทั้ง 2 คนอยู่ในกลุ่มที่ยิงน้องแบงค์เสียชีวิต แต่คนที่ยิงคือบุก ผมจำได้เพราะเคยเรียนชั้นมัธยมต้นมาด้วยกัน กระทั่งแยกย้ายไปเรียนวิทยาลัยอาชีวะคนละที่กัน เขาอาจไม่ชอบขี้หน้าผมและมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้ง และเรียนคนละสถาบันที่มีปัญหาขัดแย้งกันจึงมาก่อเหตุ ทุกวันนี้ผมอยู่หอพักภายในวิทยาลัยไม่กล้าออกไปไหนเพราะกลัวถูกเพราะกลัวถูกทำร้าย”

 

ขณะที่แม่ของเด็กอีกคนหนึ่งเล่าว่า ลูกชายเคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาไล่ต่อยและใช้มีดปอกผลไม้แทงเข้าที่เอว 3 ครั้ง บาดเจ็บสาหัส ขณะนั่งรถสองแถวกลับบ้าน ลูกชายจำหน้าได้เพราะหนึ่งในผู้ก่อเหตุอยู่หมู่บ้านเดียวกัน บ้านติดกัน อีก 2 คน เคยเรียนมัธยมด้วยกัน ต่อมาผู้ก่อเหตุกลุ่มเดิมซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน ยังเคยใช้ปืนลูกซองยิงเข้าบ้านของตน 2 นัด บ้านได้รับความเสียหาย ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเที่ยงคืน คาดว่าน่าจะน่าจะมีเรื่องกันและขี่ จยย. ตามลูกชายและเพื่อนมาจากตลาดนัดแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มของลูกชายเข้าไปนั่งคุยกันในบ้านไม่ถึง 10 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนดังสนั่น

 

ด้านนายปรวี ศรีสง่า ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค เผยว่า หลังเกิดเหตุน้องแบงค์ มีคำสั่งให้วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค หยุดการเรียนการสอน 1 สัปดาห์ เพื่อวางมาตรการป้อง ยืนยันกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ใช่รุ่นพี่ของวิทยาลัย เป็นนักเรียนต่างสถาบัน อย่างไรก็ตามทางวิทยาลัยมีมาตรการป้องกันเฝ้าระวังปัญหาเด็กตีกันมาโดยตลอด มีการจัดอาจารย์และประสานตำรวจในพื้นที่ ไปประจำจุดเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งเช้าเย็น เช่น จุดขึ้นรถโดยสารประจำทาง เส้นทางที่เด็กเดินทางที่มาวิทยาลัย 

 

ทั้งนี้ทางวิทยาลัยได้แนะนำและห้ามเด็กไปตลาดมีนบุรี เนื่องจากเป็นจุดรวมของเด็กวิทยาลัยอื่น ๆ ที่มาขึ้นรถบริเวณนี้ ถ้าใครเข้าไปจะถูกทำโทษ เหตุที่เกิดขึ้นตนมองว่าเป็นการมาเรียนสายผิดเวลา  เพราะครูที่ไปประจำจุดได้กลับเข้ามาโรงเรียนหมดแล้ว บางวิทยาลัยใช้มาตรการเลิกเรียนก่อน  45 นาที จากนั้นอีก 45 นาที อีกวิทยาลัยหนึ่งก็จะเลิก ลั่นเวลากันตั้งแต่เข้าแถวเข้าเคารพธงชาติ แก้ปัญญาเด็กเจอกันซึ่งหน้าและก่อเหตุตีกัน

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FKTQGWFJu-I

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top