ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ยังไม่รู้ชัดใครฆ่า? คดีหญิงถูกยิงกรอกปากมีเงื่อนงำ สามีคนตายฉุนสื่อโยงปมภรรยาคบชู้-ขัดผลประโยชน์

วันที่ 31 สิงหาคม 2561 | 5 นาที 13 วินาที 1,632

กรณีสองร่างทรงมีปากเสียงกัน ถูกอีกฝ่ายใช้ปืนยิงกรอกปาก เสียชีวิตใต้ถุนบ้านภายในซอยร่วมมิตรพัฒนา ถ.สุขาภิบาล 5 เขตบางเขน กทม. 

 

ความคืบหน้าคดีพบว่า นางสาวมานิต คงวิเศษ เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ไม่มีทะเบียน ไม่ได้เกิดจากระเบิดตามที่นายวิโรจน์ สำราญเกตุ ผู้ต้องหากล่าวอ้าง

 

ขณะนี้ยังสรุปสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ว่าทะเลาะมีปากเสียงกัน ชู้สาว ขัดผลประโยชน์การเงิน หรือเรื่องยาเสพติด เพราะ 2 ปีก่อน หลานของนายวิโรจน์ เคยถูกจับข้อหาจำหน่ายยาเสพติด โดยอาศัยบ้านหลังเกิดเหตุเป็นแหล่งมั่วสุม ซึ่งผู้ตายไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ต้องหา ลูกชาย และนางศศิธร เริงพงษ์พันธ์ เพื่อนของผู้ตายที่ไปร่วมพิธีสะเดาะเคราะห์ให้การสับสนวกไปวนมา ไม่ตรงกัน ต่างปกปิดความจริงที่เกิดขึ้น  

 

ผู้ต้องหาให้การว่าทะเลาะกับผู้ตายจึงใช้ปืนยิงกรอกปาก แต่ไม่พูดว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร และนำปืนไปทิ้งลงคลองข้างบ้าน ไม่ได้เจตนาฆ่า ส่วนลูกชายนายวิโรจน์ อายุ 17 ปี อ้างว่าหลังพ่อก่อเหตุ ให้ตนนำปืนไปฝังดินข้างบ้าน ซึ่งตำรวจให้พาไปชี้จุดที่ฝังจนพบปืนที่ใช้ก่อเหตุ  ขณะที่นางศศิธร อ้างว่า ผู้ตายมาเป็นเพื่อนตนนอาบน้ำมนต์ ขณะอาบอยู่หลังบ้านได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดจึงวิ่งไปดู เห็นสภาพของนางสาวมานิต  นอนหายใจรวยริน จึงแจ้งตำรวจและกู้ภัยมาช่วยผู้ตาย 

 

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าลูกชายอาจเป็นมือสังหาร แต่นายวิโรจน์มารับผิดแทน หรือนายวิโรจน์อาจลงมือยิงเอง โดยคืนเกิดเหตุมีคนอยู่ในเหตุการณ์ 3 คน คือนายวิโรจน์ ลูกชายนายวิโรจน์ และนางศศิธร อาจวางแผนร่วมกันฆ่าก็ได้ เนื่องจากให้การโกหกมาตั้งต้นว่านางสาวมานิตเสียชีวิตจากเหตุระเบิด แต่เมื่อ พฐ.ตรวจสอบพบหัวกระสุนปืนลูกซองจึงเค้นสอบความจริง กระทั่งนายวิโรจน์สารภาพว่าใช้ปืนลูกซองยิง  

 

อย่างไรก็ตามจะต้องสอบสวนพยานแวดล้อม ผู้ต้องหา ลูกชาย และนางศศิธรอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงตรวจเขม่าดินปืนที่มือ ซึ่งต้องรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์สัปดาห์หน้า ถึงจะมีความชัดเจนว่าใครเป็นคนยิง แต่จากการสอบสวนพบว่านายวิโรจน์และลูกชายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนางสาวมานิต จึงตั้ง 2 ข้อกล่าวหาคือ ร่วมกัน ฆ่าผู้อื่นและมีอาวุธปืนอยู่ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และช่วงสายวันนี้จะนำตัวนาย วิโรจน์ส่งศาลฝากขัง

 

ด้านอดีตน้าเขยของนายวิโรจน์ เล่าว่า บ้านหลังเกิดเหตุเป็นไม้บ้าน 2 ชั้น เดิมเป็นบ้านหลานชายของตน ต่อมาย้ายไปอยู่ จ.สุรินทร์  จึงปล่อยทิ้งร้างไม่มีคนอาศัย  นายวิโรจน์ซึ่งอาศัยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งกับภรรยาใหม่ มีลูกด้วยกันสองคน สภาพเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในค่อนข้างคับแคบเต็มไปด้วยรูปปั้นเทวรูปสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปในบ้าน   เมื่อเห็นว่าบ้านหลังเกิดเหตุอยู่ถัดจากบ้านของเขาเพียง 1 หลัง ไม่มีคนอยู่จึงให้ลูกชายคนโตอายุ 17 ปี ไปพักอาศัยเพราะไม่มีที่นอน และวันเกิดเหตุก็อยู่ตรงนั้นด้วย

 

 “นายวิโรจน์แยกกทางกับหลานสาวของตนกว่า 30 ปี แล้ว ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวใหม่ ตนไม่ค่อยได้คุยหรือเข้าไปภายในบ้านของนายวิโรจน์ ทราบว่าเขาเป็นร่างทรงมานานกว่า 10 ปี แต่ไม่รู้ว่าเปิดบ้านเป็นตำหนักทรงเจ้าหรือไม่เพราะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกัน นายวิโรจน์เป็นคนใจบุญชอบเลี้ยงสุนัข ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด ตนเห็นผู้ตายไปมาหาสู่กันตลอดไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ " อดีตน้าเขยผู้ต้องหากล่าว

 

ส่วนเพื่อนบ้านอีกคนบอกว่า  ตนทำเป็นพนักงานทำความสะอาด ของหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านหลังเกิดเหตุ เจอนายวิโรจน์ทักทายกันแทบทุกวัน ไม่เคยรู้ว่าเป็นร่างทรง ถ้ารู้คงมาขอหวยทุกวัน ตนเพิ่งมาทราบหลังเกิดเหตุและไม่คาดคิดว่านายวิโรจน์จะก่อเหตุดังกล่าว สงสารเขาเพราะเขาเป็นพูดจาดี ไม่มีนิสัยโหดร้าย พึ่งพาอาศัยได้ บางวันก็ไปช่วยตัดหน่อไม้ให้ตนแกงไปวัด บางครั้งก็ส่งไปตลาด ส่วนเรื่องครอบครัวไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวจึงไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่

 

ด้านสามีของผู้ตายได้ให้สัมภาษณ์กลางงานศพว่า ไม่พอใขที่สื่อนำเสนอข่าวตายสาเหตุการของภรรยาว่า เกิดจากปมขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์การเงิน และชู้สาว ซึ่งไม่เป็นความจริง อีกทั้งตำรวจก็ยังไม่ได้สรุปสาเหตุการตาย ทำให้ครอบครัวได้รับความเสียหาย แค่เสียใจก็มากพอแล้ว  ถ้าเป็นเรื่องการเงินตนคงไม่ทำงานก่อสร้างให้เหนื่อยหรอก นอนเกาะเมียกินสบายกว่า พูดไปก็อารมณ์ขึ้น

 

ด้านหลานของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายและนายวิโรจน์สนิทกันมาก ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ นายวิโรจน์ไปหาผู้ตายที่บ้านแทบทุกวัน ช่วงกลางวันก่อนเกิดเหตุยังไปนั่งคุยกับผู้ตายที่บ้าน ตามประสาคนรู้จักกันเกี่ยวกับเรื่องทรงเจ้า แต่ไม่ได้เข้าไปในบ้านสองต่อสอง

 

ส่วนผู้ตายนานทีจะไปหานายวิโรจน์ที่บ้าน  วันเกิดเหตุผู้ตายและนางศศิธรนัดกันจะไปรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ที่บ้านของนายวิโรจน์ โดยผู้ตายไม่แจ้งให้ใครทราบ บอกเพียงว่าจะไปโลตัส กระทั่งทราบว่าถูกยิงกรอกปากเสียชีวิต อย่างไรก็ตามทางญาติจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A4V3AnWv_34

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top