ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

อย.แจงดราม่านมแม่ หากเด็กป่วยจากนมบริจาค โดนคุก 2 ปี-ปรับ 2 หมื่น แนะติดต่อธนาคารนมศิริราช-รามาฯ

วันที่ 18 ตุลาคม 2561 | 13 นาที 14 วินาที 2,504

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยว่า จากกรณีที่มีข่าวดารานักแสดงได้ประกาศบริจาคนมแม่ของตนเองและมีการถกเถียงเกี่ยวกับการบริจาคน้ำนมและความปลอดภัยนั้น

 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า การบริจาคนมแม่มีวัตถุประสงค์เพื่อ

-ส่งเสริมการดื่มนมแม่ในเด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด

-มีน้ำหนักตัวน้อย

-ทารกที่มีปัญหาการเจ็บป่วยซึ่งแม่มีปริมาณน้ำนมไม่เพียงพอ

 

มีการบริหารจัดการในลักษณะธนาคารนมแม่ ปัจจุบันมีธนาคารนมแม่ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่

1.ธนาคารนมแม่ศิริราช

2.ธนาคารนมแม่รามาธิบดี

 

ดำเนินการภายใต้ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ซึ่งได้นำมาตรฐานของคลินิกนมแม่ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย มาจัดทำหลักเกณฑ์และปรับให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย

 

สำหรับคุณแม่ที่จะบริจาคน้ำนมจำเป็นต้อง

-ได้รับการซักประวัติ

-ตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการว่า ไม่เจ็บป่วยหรือติดเชื้อ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพน้ำนมที่บริจาค เมื่อพบว่าผลการตรวจวิเคราะห์ผ่านมาตรฐานแล้วจึงจะจ่ายให้เด็กทารกในโรงพยาบาลต่อไป

 

การบริจาคน้ำนมแม่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายจึงไม่ต้องขออนุญาตกับ อย.

-อย. มีหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับอาหารที่ปลอดภัย

-หากพบมีเด็กได้รับอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการดื่มนมแม่ที่บริจาค จะถือว่าผู้บริจาคมีความผิดทางกฎหมายกรณีผลิตอาหารไม่บริสุทธิ์

-ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวในตอนท้ายว่า การส่งเสริมการดื่มนมแม่นั้นเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากนมแม่เป็นอาหารที่มีประโยชน์สูง สำหรับเด็กปกติสนับสนุนให้เด็กกินนมแม่ตนเอง หากจำเป็นต้องได้รับการบริจาคนมแม่จะต้องได้รับผ่านธนาคารนมแม่ที่มีกระบวนการคัดกรองโรคและฆ่าเชื้อนมที่มีมาตรฐาน เนื่องจากเด็กอาจมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้

 

ส่วนคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องน้ำนมน้อยหรือมีปัญหาเรื่องการให้นมแม่ สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ คลินิกนมแม่ ที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน หรือสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย

 

ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการอวดอ้างสรรพคุณเพิ่มน้ำนมมารับประทานเอง เนื่องจากสตรีมีครรภ์และแม่ที่อยู่ในช่วงการให้นมลูกถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องมีความตระหนักและระมัดระวังในการเลือกบริโภคอาหาร

 

เนื่องจากอาหารทุกชนิดที่แม่รับประทานจะมีผลโดยตรงต่อทารกด้วย หากมีความประสงค์จะบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการบริโภค ขอย้ำว่า อย. ไม่เคยอนุญาตการกล่าวอ้างสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าวว่า สามารถช่วยเพิ่มน้ำนมได้

 

หากผู้บริโภคพบเห็นอาหารที่ไม่ปลอดภัย หรือสงสัยในเรื่องของคุณภาพมาตรฐาน หรือความปลอดภัยของอาหาร ขอให้ร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือ Line @FDAthai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อ อย. จะเข้าตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดต่อไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xeKE7HT5nsA

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top