ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ขุดคดีแพรวา 9 ศพ ผ่านมาเกือบ 10 ปี ไร้การเยียวยา แฉเปลี่ยนชื่อบ่อย-แต่งงานแล้ว ซ้ำทนายบอก "อยากได้เงินต้องออกแรงหน่อย"

วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 | 14 นาที 22 วินาที 85,236

จากเหตุการณ์อุบัติเหตุ รถเก๋งซีวิคชนกับรถตู้โดยสาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ  สร้างความสะเทือนขวัญให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 โดยมี น.ส.แพรวา หรือ แพรวพราว เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุ 17 ปีในขณะนั้น เป็นคนขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต–อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า ช่วงด้านหน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

 

จนถึงวันนี้เวลาผ่านมา 9 ปี 7 เดือน ตอนนี้กลายเป็นว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะคดีนี้ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ฝ่ายโจทก์มีประจักษ์พยานให้การยืนยันการเหตุการณ์ ทั้งผู้โดยสารที่อยู่ในรถตู้และเจ้าหน้าที่ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ซึ่งขับรถตามหลังมาและเห็นเหตุการณ์

 

รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริง ฐานขับขี่รถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี แต่จำเลยให้การนำสืบพยาน เป็นประโยชน์ต่อคดี จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือลงโทษจำคุก 2 ปี แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี พร้อมสั่งคุมประพฤติจำเลย 3 ปี และห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์

 

ส่วนข้อหาใช้โทรศัทพ์มือถือขณะขับรถ โจทก์ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าจำเลยกระทำการดังกล่าวจริง จึงพิพากษายกฟ้อง และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าเสียหายไร้อุปการะ บุคคลที่เลี้ยงดู บุคคลที่มีชีวิตอยู่ ศาลฎีกาได้แก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไปยืนยันให้ฝ่ายจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเหมือนที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษามาแล้ว ให้ชดใช้ผู้เสียหายทุกคน และคดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 

แม้ศาลจะมีคำพิพากษาให้ผู้ก่อเหตุจำคุกเป็นเวลา 2 ปี รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติจำเลย 3 ปี พร้อมกับบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 48 ชั่วโมง และห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปี แต่ในส่วนการเยียวยาชดเชยผู้เสียหายก็ยังไม่สามารถสรุปได้จนถึงทุกวันนี้

 

ผู้สื่อข่าวได้ พูดคุยกับ นางทองพูล พานทอง แม่ของนางสาวนฤมล คนขับรถตู้ หนึ่งในผู้เสียชีวิต กล่าวเปิดใจทั้งน้ำตา ว่าจนถึงเวลานี้ ล่วงเลยมาเกือบจะ 10 ปี แม่และครอบครัวยังไม่ได้รับคำขอโทษ หรือเห็นการสำนึกผิดของแพรวาและครอบครัวเลย ที่ผ่านมาเวลาต่อสู้ในชั้นศาลไม่ว่าจะศาลใด ตนไปทุกนัด เพราะก็อยากรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเพราะลูกตนป็นสาเหตุ ให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่

 

แต่วันนี้ศาลลฎีกาก็ระบุแล้วว่าลูกตนไม่ผิด และแพรวา ต้องชดใช้ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ แต่พอศาลอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 พ.ค .ที่ผ่านมา จนถึงเวลานี้ ตนและผู้เสียหายทุกคน ยังไม่มีการได้รับการติดต่อเยียวยาชดใช้ใดๆทั้งสิ้น ตรงกันข้ามกับแพรวาและครอบครัว ที่ยังใช้ชีวิตสุขสบาย มีครอบครัว แต่พวกเราทุกข์ทรมาน การขอโทษ การสำนึกผิดไม่มี แถมยังช่วงระหว่างศาลอุทรณ์ ทนายความของแพรวา ซึ่งเป็นญาติกัน ยังมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงกับตน ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะลูกตน และมีประโยคหนึ่งที่ทำร้ายจิตใจเรามากว่า ถ้าอยากได้เงินกูต้องออกแรงหน่อย

 

และที่สำคัญ ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงวันนี้ ยังไม่ได้รับเงินชดใช้ใดๆจากครอบครัวแพรวาเลย ที่ผ่านมาได้เพียงเงินจากประกันภับรถยนต์เท่านั้น แม้แต่งานศพก็ไม่มา แต่ในช่วงระหว่างต่อสู้ในศาลสิ่งที่เขาแสดงออกกับเราคือ มันเจ็บ เราจะได้ยินการสืบพยาน มันละเอียดมาก มันสะเทือนใจ และซึ้งใจกับหน่วยงานที่เข้าช่วยเหลือเรา แต่กับเขาไม่มี และช่วงที่ต่อสู้กันในศาล ทางทนายความแพรวา ได้ทำเรื่องทุเลาต่อศาล โดยระบุเป็นข้อความว่า

 

จำเลยที่ 1 คือแพรวา และจำเลยที่ 2 และ 3 คือพ่อและแม่แพรวา ไม่มีเจตนาจะประวิงเวลาแต่อย่างใด ขอกราบเรียนต่อศาลว่า จำเลยที่ 2 และ 3 เป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 1 มีฐานะมั่นคง และอยู่ในวงษ์ตระกูลที่มีชื่อเสียงในสังคมและจำเลยทั้งหมด ยังเป็นทายาทของทหารยศ ‘พลเอก’ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและประกอบคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมาโดยตลอด ฐานะทางการเงินมั่นคงสามารถชำระหนี้ได้ตามคำพิพากษาของศาลหากคดีถึงที่สุด

 

ประโยคนี้ คุณแม่ทองพูลกล่าวว่า ตอนนี้คดีถึงที่สุดแล้ว เขาก็เฉย เหมือนกับเรื่องที่ลูกเขาทำไว้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ทุกวันนี้แม่ต้องทุกข์ทรมาน ร้องไห้ตลอด มันเป็นแผลในใจ เรื่องเงินไม่เท่ากับสภาพจิตใจที่ไร้การเยียวยาแถมยังทำแบบนี้อีก ก็อยากถามถึงความเป็นธรรมด้วย

 

หากเปรียบเทียบกับคดีของเสี่ยรถเบนซ์ที่ชนครอบครัวรองตี๋และภรรยาเสียชีวิต 2 ศพ กรณีนี้ เขาแสดงความรับผิดชอบ ยอมรับทุกอย่างช่วยเหลือทุกอย่างกว่า 45 ล้าน ทั้งๆที่คดียังไม่สิ้นสุด ตรงกันข้ามกับคดีของแพรวาอย่างสิ้นเชิง

 

ด้าน คุณติน หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ และเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าว ได้เขียนข้อความลงบนทวิตเตอร์ว่า ตนเป็นคนที่อยู่ในรถตู้คันที่เกิดเหตุ แต่ยังโชคดีที่ไม่ได้เสียชีวิต ตอนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ไหปลาหัก 3 ท่อน เข่าซ้ายแตก แขนขวาหัก ต้องนอนรักษาตัวบนเตียงขยับไปไหนไม่ได้นานถึง 2 เดือน และต้องฝึกเดินใหม่อีก 2 ปี

 

โดยครั้งแรกที่เจอแพรวา มาพร้อมกับแม่และช่างภาพ เรายังนอนติดเตียงอยู่เลย น้องนั่งรถเข็นมาในห้อง คนที่พูดทั้งหมดคือแม่ แม่พูดจบจึงบอกว่าน้องว่า "ขอโทษพี่เขาสิลูก" น้องพูดว่า "หนูขอโทษค่ะ" นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน พร้อมมอบขนมเปี๊ยะบ้านอัยการและถ่ายรูป "ตอนนั้นไม่รู้สึกถือโกรธแล้วเพราะมันคืออุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจ เราก็รู้สึกดีนะที่มาขอโทษ ที่เขาไม่พูดเพราะเขายังเด็กอาจจะกลัวด้วย พอน้องออกไป พี่พยาบาลก็มาเล่าว่าน้องเขาเดินมาปกตินะ แต่มาขอรถเข็นหน้าวอร์ด เราเลยอึ้งไปพักนึง

 

คุณตินได้เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่าทุกวันนี้ เขาไม่โกรธแพรวา แต่เขาไม่รู้ว่าการสำนึกผิดของเขาคืออะไร ตั้งแต่เกิดเรื่องมายังไม่ได้รับเงินชดใช้ใดๆทั้งสิ้นได้เพียงจาก พรบ.รถเท่านั้นและใช้เงินส่วนตัวรักษาตัวเองตลอดระยะเวลา 2 ปี ต่อสู้ในศาล เขาต่อรองอะไรก็ยอมหมดทุกอย่าง จนถึงที่สุดเราเรียกค่าเสียหายไป 1 ล้านบาท แต่ศาลระบุให้ชดใช้ในหลักแสนเราก็ยอม แล้วทางทนายเขาก็ต่อรองเราก็ยอม ผ่านไป 1เดือน เขาโทรกลับมาว่า ทางทนายแพรวาบอกให้ไม่ได้แล้ว ให้ก็ให้ครึ่งหนึ่ง ผมรู้สึกว่าชีวิตผมไม่ใช่ผักปลา

 

ความตั้งใจจริงของเขาทางครอบครัวเขา 9 ปี ไม่เคยมาหาเขาประวิงเวลามาตลอด และตอนนี้เขาก็เหมือนทำให้เราต้องบังคับคดี แม้ว่าเรื่องนี้จะกลับมาดังในสังคมอีก แต่ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆทั้งสิ้น

 

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบพยายามติดต่อไปยังทนายความของแพรวา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ โดยมีทางครอบครัวผู้เสียชีวิตเคยติดต่อไปจะสอบถาม แต่ได้รับการตอบว่าไม่สะดวกจะให้ข้อมูลใดๆทั้งสิ้น

 

ทั้งนี้ในโลกออนไลน์ มีการเผยแพร่เอกสารหมายศาลระบุว่า แพรวาได้เปลี่ยนชื่อใช้ อรชรหรือแพรวา หรือบัวบูชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ น.ส.รวินภิรมย์ อรุณวงศ์ และมีการขุดประวัติว่าปัจจุบันได้แต่งงานแล้ว

 

ซึ่งจากการขุดคุ้ยของโซเชียล ทำให้มีผู้ใช้อินสตาแกรมรายหนึ่งชื่อว่า บัวบูชา ถูกโจมจีและตกเป็นจำเลยสังคม จนเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงว่าไม่ใช่ แพรวา ที่เปลี่ยนชื่อเป็นบัวบูชา ในคดีดังกล่าว

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LGcWm7IhMtc

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top