ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

คุมตัวเมียใหม่ทำแผนนาทีสังหาร 'อบต.เย๋' ยิงผ่านหมอนขณะหลับ เปิดแอร์ให้ศพแข็ง ก่อนร่วมน้องชายใช้แบ็คโฮขุดฝังดิน

วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 | 7 นาที 10 วินาที 8,338

จากกรณีที่นายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ อายุ 46 ปี สมาชิก อบต.วังใหม่ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี หายตัวลึกลับ ตั้งแต่เมื่อกลางดึกของวันที่ 15 เม.ย. 62 จากบ้านพักใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย กระทั่งภรรยาใหม่เปิดปากสารภาพยิงสามีตนเองตาย แล้วจ้างรถแบ็คโฮมาขุดดินฝังศพกลางสวนทุเรียนภายใน ซ.ฟาร์มไก่ ม.2 ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นางเบญจวรรณ ไทยเจีย ภรรยาใหม่ของผู้ตายที่อยู่กินด้วยกันมานานกว่า 10 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและให้การปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ อบต.เย๋ ท้ายที่สุดจำนนต่อหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้บ้านหลังเกิดเหตุ บันทึกภาพขณะที่รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านเกิดเหตุในช่วงเย็นวันที่ 15 เม.ย.62 โดยมีนางเบญจวรรณ ภรรยาใหม่ของผู้ตาย ลงจากรถมาเปิดประตูบ้าน หลังจากที่ผู้ตายถอยรถเข้าไปจอดในบ้านแล้วนางเบญจวรรณได้ปิดประตูบ้าน

 

 

3 ชั่วโมงต่อมา วงจรปิดบันทึกภาพนางเบญจวรรณ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ออกจากบ้านพักไปเพียงคนเดียว ไม่พบว่าผู้ตายนั่งออกมาด้วย โดยนางเบญจวรรณ ให้การอ้างว่ามีชายขับรถกระบะ 4 ประตูมารับ อบต.เย๋ ออกไปกลางดึกวันที่ 15 เม.ย.62 (คืนวันดังกล่าวนี้คือช่วงที่ อบต.เย๋ ถูกยิง)

 

เวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 17 เม.ย.62 วงจรปิดจับภาพนางเบญจวรรณ ขับออกจากบ้านหลังเกิดเหตุ โดยนางเบญจวรรณขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านแลงจากรถมาปิดประตูบ้าน ก่อนจะขับรถออกไป (เป็นช่วงที่นางเบญจวรรณ และน้องชายได้ช่วยกันยกศพขึ้นหลังรถ เพื่อนำศพไปฝังอำพรางที่สวนทุเรียน )

 

ขณะที่นายวัชรพงศ์  ไทยเจีย อายุ 36 ปี  น้องชายของนางเบญจวรรณ เป็นผู้นำศพฝังดินนั้น ได้เข้ามอบตัว เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 14 พ.ค. ยอมรับสารภาพว่า มีส่วนร่วมในการช่วยนางเบญจวรรณ เคลื่อนย้ายศพและฝั่งศพ อยต.เย๋ หลังจากที่นางเบญจวรรณยิงจนเสียชีวิตที่บ้านพักแล้ว ได้มาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี จากนั้นได้ช่วยกันวางแผน โดยการนำศพขึ้นรถยนต์ก่อนนำไปฝั่งดินด้วยการใช้รถแบ็คโฮขุดดิน และฝังกลบภายในสวนทุเรียน ซึ่งเป็นพื้นที่ของนางเบญจวรรณ เพื่ออำพรางคดี

 

ต่อมาตำรวจได้คุมตัวนางเบญจวรรณและนายวัชพงศ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด จุดแรกคือบ้านพักจุดที่ผู้ตายถูกนางเบญจวรรณใช้อาวุธปืนขนาด .38 จ่อยิงศีรษะเสียชีวิตขณะที่ผู้ตายนอนหลับอยู่บนโซฟากลางบ้านในอาการมึนเมา หลังกลับจากไปทานข้าวนอกบ้านกับนางเบญจวรรณในช่วงเย็นวันที่ 15 เม.ย.

 

นางเบญจวรรณ อ้างว่า ระหว่างนั่งรถกลับบ้านได้มีปากเสียงกับผู้ตาย เนื่องจากเห็นเบอร์แปลกโทรมาหาผู้ตายหลายครั้ง จึงหึงหวงระแวงว่าผู้ตายไปติดพันหญิงอื่น พอกลับถึงบ้านผู้ตายนอนอยู่ที่โซฟา ตนจึงเข้าไปหยิบปืนในห้องนอนมาก่อเหตุยิงผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียง นัดแรกนำถุงพลาสติกสวมมือหลับตายิงปรากฎว่ากระสุนด้าน  นัดที่ 2 ใช้ผ้ารองมือถือปืนแล้วยิงอีกครั้งกระสุนก็ด้านอีก จากนั้นตนจึงลุกไปไหว้รูปพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว ร่ำไห้บอกช่วยดลบันดาลให้กระสุนไม่ด้าน แล้วกลับมายิงเป็นครั้งที่ 3 ปลิดชีพ อบต.เย๋ สำเร็จ สาเหตุที่ทำเพราะผู้ตายขู่จะทำร้ายตนกับลูก หากไม่ฆ่าเขาก็ต้องฆ่าตนเอง ประกอบกับตนมีอาการเมาสุราจึงบันดาลโทสะ

 

หลังก่อเหตุฆ่า อบต.เย๋ แล้ว ก็เปิดแอร์ให้เย็น 18 องศา ทิ้งศพไว้ในบ้าน 1 คืน ส่วนตนออกไปนอนกับลูกที่บ้านอีกหลังหนึ่งในตัวเมืองจันทบุรี โทรเรียกให้นายวัชรพงศ์ มาหาอ้างไม่สบาย และสารภาพกับน้องขายว่าได้ฆ่า อบต.เย๋ เสียชีวิต ก่อนร่วมกันวางแผนเพื่อนำศพไปอำพราง

 

จากนั้นช่วงเช้า ได้กลับมาที่บ้านเกิดเหตุพบว่าศพแข็งตัว จึงนำผ้าและพลาสติกคลุ้มรถมาห่อศพ ช่วงกลางดึกได้ช่วยกันยกขึ้นท้ายรถฟอร์จูนเนอร์ ไปฝังกลบในสวนทุเรียน ห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 20 กิโลเมตร และกลับเข้าบ้านในช่วงสายของวันที่ 17 พ.ค.เพื่อทำความสะอาดคราบเลือด แล้วออกไปซื้อโฟฟาใหม่มาเปลี่ยน ใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้จุดธูปขอขมาภาพผู้ตายภายในบ้าน

 

 

พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.จันทบุรี  กล่าว่า สาเหตุเกิดจากเรื่องหึงหวง ที่ผ่านมาทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่ยังไม่ตัดประเด็นฆาตกรรมหวังทรัพย์สินทิ้ง เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป เบื้องต้นตั้งข้อหานางเบญจวรรณ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นศพเพื่อปกปิดการตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายวัชรพงศ์ น้องชายผู้ต้องหา ถูกตั้งข้อหาเป็นผู้ช่วยเหลือปิดบังซ่อนเร้นศพ

 

ผู้สื่อข่าวได้ไปคุยกับนางสาวจินตนา เจือพงษ์ อดีตพี่สะใภ้ของผู้ต้องหา เผยว่า คืนวันที่ 16 พ.ค. นายวัชรพงศ์ ได้มาขอยืมรถแบ็คโฮ อ้างรถติดหล่มจะนำไปขุดดิน ตนก็ไม่ได้เอะใจและไม่ได้ถามว่านำไปขุดดินที่ไหน จากนั้นก็นำมาคืน

 

กระทั่งมาทราบข่าวนางเบญจวรรณ อบต.เย๋ มาก ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ อบต.เย๋ รัก แต่ฝ่ายชายเป็นคนเจ้าชู้ ส่วนเรื่องที่ฝ่ายชายเป็นหนี้ตนไม่ทราบ ผู้ตายไม่ได้มีทรัพย์สินอะไร อยู่กินทุกวันนี้เพราะนางเบญจวรรณ ส่วนแม่ของนางเบญจวรรณ ทำใจได้แต่ไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะกล้าลงมือก่อเหตุอย่างนี้

 

ขณะที่ลูกชายของผู้ตาย เผยว่า หลังจากที่พ่อหายตัวไป นางเบญจวรรณ พยายามเบี่ยงประเด็นว่ามีชายขับรถฟอร์จูนเนอร์มารับพ่อไป และบอกว่าพ่อไปมีผู้หญิงคนใหม่ ตนเริ่มสงสัยว่านางเบญจวรรณ อาจมีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไปของพ่อ เพราะพบพิรุธหลายอย่างทั้ง เปลี่ยนกุญแจประตูหน้าบ้านใหม่ คราบเลือดที่พบในบ้าน มีการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนโฟฟาใหม่ วงจรปิดที่จับภาพพ่อและนางเบญจวรรณเข้าบ้านด้วยกันจากนั้นก็ไม่พบตัวพ่ออีก รวมถึงประกาศขายบ้าน ขายรถอ้างนำไปใช้หนี้ให้พ่อ

 

ลูกชายของผู้ตาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่แน่ใจว่านางเบญจวรรณ สังหารพ่อของตนเพื่อหวังทรัพย์สินหรือไม่ อย่างไรก็ตามบ้านกับรถเป็นชื่อของนางเบญจวรรณ ทราบว่าพ่อและภรรยาใหม่ทำสัญญาขายสวนทุเรียนร่วมกัน 12 ล้านบาท ซึ่งจะเซ็นสัญญาต้นเดือน มิ.ย.นี้ แต่ก็มาเกิดเรื่องนี้ขึ้นก่อน ชนวนเหตุที่แท้จริงไม่รู้เกิดจากอะไรเพราะคนตายพูดไม่ได้

 

ด้านภรรยาเก่าของผู้ตาย เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเลิกรากับผู้ตายเกือบ 10 ปี แล้ว ตอนที่คบกันก็ทราบว่าผู้ตายคบหากับนางเบญจวรรณ หลังจากที่เลิกรากันก็ไม่ทราบเรื่องส่วนตัวของเขาโดยเฉพาะเรื่องหนี้สิน จะคุยกันเฉพาะเรื่องลูกเท่านั้น ตอนนี้สงสารลูกมาก เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ERuYG5EfOps

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top