ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

'เสี่ยเบนซ์' หวังได้รับการให้อภัย เผยจะดูแลลูกสาวคนตายอย่างดีที่สุด - 'รองโฆษกอัยการ' เสนอแก้กม.เพิ่มโทษประหาร

วันที่ 16 เมษายน 2562 | 7 นาที 5 วินาที 17,241

จากกรณี นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถยนต์ เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. และภรรยา เสียชีวิต ส่วนลูกสาวอายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุด เด็กหญิงยังไม่ได้สติ หมอเผยอาจต้องผ่าตัดสมองอีกครั้ง แต่ต้องดูความพร้อมร่างกายของเด็กก่อน 
 
วานนี้ (15 เม.ย.) นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางไปเยี่ยมเด็กหญิงอายุ 12 ปี ขอโทษครอบครัว และเซ็นชื่อรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเอาไว้ทั้งหมด ก่อนเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง พร้อมเปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนที่สาหัสที่สุดในชีวิต โดยตั้งใจว่ามีบทเรียนและต้องแก้ไข โดยคิดว่าจะเลิกดื่มไปตลอดชีวิต
 
นายสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ตนขอโทษประชาชนกับสิ่งที่ได้กระทำผิดพลาดไป และหวังว่าจะได้รับการให้อภัยและอโหสิกรรม ยืนยันว่าจะดูแลเด็กทั้งสองคนอย่างดีที่สุด โดยได้รับปากกับทางญาติของผู้เสียหาย จนญาติพอใจ เด็กทั้งสองคน ทั้งคนที่ยังศึกษาต่อที่ต่างประเทศและที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจะส่งเสียให้ถึงที่สุดตามที่ปรารถนา รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลทุกอย่าง โดยจะทำหน้าที่เสมือนพ่อและแม่ให้กับน้องทั้งสองที่ต้องสูญเสียพ่อและแม่ไปพร้อมกันกับการกระทำของตนในครั้งนี้
 
ทั้งนี้ ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา นายสมชาย เพิ่มอีก 2 ข้อหา คือ ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงสาหัส โดยนายสมชายให้การรับสารภาพในทั้งสองข้อกล่าวหา
 
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 เม.ย.นี้ นายสมชายพร้อมด้วยทนายความจะเดินทางมาพบกับญาติของผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวน โดยมี น.ส.ศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโตที่อยู่ประเทศอเมริกา ที่จะเดินทางกลับมาในวันนี้ (16 เม.ย.) และเดินทางมาที่สน.ศาลาแดง ในเวลา 11.00 น.
 
ด้าน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เสนอให้แก้กฎหมายอาญาเพิ่มเติม เดิมกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้เพิ่มเติมอีกวรรค เป็นวรรคเหตุฉกรรจ์ไว้เพิ่มโทษ บัญญัติเพิ่มเติมว่า หากการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เกิดจากผู้กระทำอยู่ในภาวะมึนเมา เพราะเสพสุราหรือเสพวัตถุมึนเมาอย่างอื่น และควบคุมยานพาหนะเดินด้วยเครื่องจักรกล ให้ระวางโทษประหารชีวิต หรือให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง เมื่อเพิ่มโทษในกฎหมายแล้วจะไม่เป็นอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายอีกต่อไป

Recommend

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

Top