ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

สาวอ้างถูกมิจฉาชีพขโมยรูปตั้งโปรไฟล์ไลน์ หลอกหนุ่มสูญเงินเกือบ 2 ล้าน เหยื่อเชื่อเจ้าของรูปรู้เห็น ทำเป็นขบวนการ

วันที่ 15 ตุลาคม 2562 | 4 นาที 41 วินาที 10,869

หญิงสาวรายหนึ่งโพสต์เรื่องราวในเฟซบุ๊กส่วนตัวอ้างว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน ได้รับหมายเรียกคดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ผู้อื่น จากตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ส่งถึงบ้าน 2 ครั้ง ตนเองตกใจมากด้วยความบริสุทธิ์ใจจึงรีบติดต่อกลับ

 

จากนั้นได้มีคนทักแชทเฟซบุ๊กมาหา เมื่อคุยกันสักพักจึงทราบว่าคนที่ทักมาเป็นผู้เสียหายชื่อคุณเอ (นามสมมุติ) ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินให้ โดยพฤติกรรมของมิจฉาชีพรายดังกล่าว ได้เอารูปของตนจากเฟซบุ๊กไปปลอมไลน์แล้วพูดคุยกับผู้เสียหาย หลอกโอนเงินให้เกือบ 2 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ตนเองกับคุณเอ ผู้เสียหายได้นัดเจอกันที่สถานีตำรวจเพื่อแสดงหลักฐานยืนยันว่าไม่ใช่ตน และลงบันทึกประจำวัน หญิงสาวรายนี้อ้างว่าบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินให้ ไม่ใช่บัญชีของตน รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ คลิปเสียงก็ไม่ใช่ของตนเช่นกัน ตอนนี้ตนเองต้องเสียเวลาจ้างทนายสู้คดี ส่วนคนที่กระทำผิดจริง ๆ ได้หนีหายไป  ยอมรับรู้จักกับตาลจริงแต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และตนก็ไม่เคยพูดคุยกับผู้เสียหาย

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง น.ส.สายฝน  มนต์ชมภู ผู้ที่อ้างว่าถูกนำภาพไปแอบอ้างเล่าว่า เธอเคยรู้จักกับมิจฉาชีพรายดังกล่าวชื่อตาล โดยเมื่อ 3 ปีที่แล้วตาลเคยมาทำทีตีสนิทกับตนลักษณะแฟนคลับ ด้วยการสั่งซื้อเสื้อผ้าออนไลน์จากตน ตนเคยเจอกับตาลเพราะนัดรับสินค้ากันในงานรับปริญญาของตน ซึ่งตาลซื้อดอกไม้ตุ๊กตาให้และขอถ่ายรูปด้วย

 

โดยภาพที่ตาลนำไปปลอมไลน์เป็นภาพของตน ใช้ชื่อว่ายิ้ม นำไปพูดคุยกับผู้เสียหาย ชวนทำธุรกิจล้งกระเพาะปลา โดยตาลที่อ้างตัวว่าชื่อยิ้ม คุยกับผู้เสียหายลักษณะเชิงชู้สาว จนถูกคอจึงตัดสินใจโอนเงินให้หลายครั้ง ทั้งที่ไม่เคยเจอตัวจริง เจอกันแต่ในวิดีโอคอล

 

อย่างไรก็ตามทางผู้เสียหาย อ้างว่า น.ส.สายฝน คือคนเดียวกับที่วิดีโอคอลคุยกัน เมื่อ น.ส.สายฝนขอดูว่าเป็นหน้าตนจริงหรือไม่ผู้เสียหายไม่ยอมให้ดู  แคปภาพแชทไลน์ที่คุยกับมิจฉาชีพซึ่งอ้างตัวเองชื่อยิ้ม ให้ น.ส.สายฝนดูเท่านั้น  และอ้างว่าน.ส.สายฝนไปหาผู้เสียหายที่คอนโดฯ ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

น.ส.สายฝนก็พยายามยืนยันกับว่าภาพที่มิจฉาชีพส่งให้ผู้เสียหาย เป็นภาพของตนจากเฟซบุ๊กทั้งหมด ไม่มีส่วนเกี่ยวใด ๆ พร้อมทั้งนำสมุดบัญชีธนาคาร  เบอร์โทรศัพท์ บัตรประจำตัวประชาชนให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อ ส่วนเงินโอนเข้าบัญชีของตาลทั้งหมด

 

ทั้งนี้เมื่อช่วงปี 2560 มิจฉาชีพคนนี้ก็เคยก่อเหตุในลักษณะเช่นเดียวกันนี้มาแล้ว นำภาพขอตนไปตั้งโปรไฟล์ไลน์หลอกผู้ชายคนหนึ่งให้โอนเงิน 30,000-40,000 บาท แต่ตนและผู้เสียหายไม่ได้เอาเรื่องเพราะตาลนำเงินมาคืน ตนก็เลิกติดต่อกับตาล จนมาเกิดเรื่องอีกครั้ง  น.ส.สายฝนบอกว่า มิจฉาชีพรายนี้ตำรวจได้ออกหมายจับแล้ว ส่วนคดีของตนเองที่ออกหมายเรียกปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ตอนนี้ให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการ ตนได้รับความเดือดร้อนมาก

 

ด้านผู้เสียหาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ อ้างมีหลักฐานยืนยันว่า น.ส.สายฝน มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ร่วมกันกันฉ้อโกงทำเป็นขบวนการ ตนเสียเงินไปเกือบ 2 ล้านจะโกหกทำไม จุดเริ่มต้นตนเจอกับ น.ส.สายฝน ผ่านโปรแกรมหาคู่ แลกไลน์วิดีโอคอลเห็นหน้ากันแต่ไม่เคยเจอหน้ากัน ยืนยันว่าไลน์ที่คุยนั้นคือ น.ส.สายฝน ซึ่งใช้ชื่อเรียกแทนตัวเองว่ายิ้ม คุยกันแทบทุกวันประมาณ 1 เดือน  ตนมีหลักฐานการโทรไลน์ ถ้าไม่เห็นหน้ากันตนคงไม่โอนให้ เขาหลอกให้ตนโอนเงินจริง

 

ยืนยันไม่ได้คุยกันลักษณะเชิงจีบกัน น.ส.สายฝน มาอ้างให้ร่วมลงทุนล้งกระเพาะปลา เขาอ้างขาดเงินทุนถ้าได้กำไรแบ่งกันคนละครึ่ง ก่อนจะนัดให้ตนไปดูล้ง โดยให้ผู้หญิงที่ชื่อตาลเป็นคนพาไปดู เมื่อเห็นว่ามีล้งจริงจึงตัดสินใจโอนเงินให้ไปครั้งละ 1-4 แสนบาท ต่อมาตนไปที่ล้ง นำภาพ น.ส.สายฝนและตาลไปให้หัวหน้าคนงานดู เขาบอกไม่ใช่เจ้าของล้ง โดยตาลเป็นแค่ลูกจ้าง ส่วน น.ส.สายฝนเคยเจอหน้า 1-2 ครั้ง

 

หลักฐานที่ตนมีมั่นใจว่าทั้งตาลและน.ส.สายฝน มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และตนก็รู้จักกับน.ส.สายฝนจริง  มีหลักฐานการซื้อแหวนกับสร้อยให้ในวันด้วยโดยฝากตาลไปให้  ผู้หญิงคนนี้ร้ายมากตนไม่อยากเจอ  ตนแจ้งความไว้ 5 เดือนก่อนนึกว่าเขาจะเอาเงินมาคืน แต่กลับไปให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่รู้จักตน ถ้าคิดว่าบริสุทธิ์ใจก็ไปพิสูจน์ความจริงในศาล ตนมีหลักฐานพอที่จะฟ้องได้

 

 

 
 
 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/xja1LHRFYXc

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top