ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

‘ครูอร’ เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงานลวงโลก สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทบัตรพลังงาน

วันที่ 15 มิถุนายน 2562 | 3 นาที 47 วินาที 2,674

จากกรณีบัตรพลังงานลวงโลก ที่อ้างว่ารักษาโรคต่างๆได้เพียงแค่เอามาแปะตามร่างกายนั้น
 
ขอนแก่น - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองหญ้ารังกา ม.7 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้รับการเปิดเผยจากนางวริศรา สร้อยโพธิ์ อายุ 52 ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า เมื่อต้นปี นายสินธนู ได้มาขอใช้พื้นที่ศาลาประคมของหมู่บ้าน เพื่อเปิดตัวสินค้าบัตรพลังงานตามที่เป็นข่าวในขณะนี้ มีการนำรถขนชาวบ้านจากพื้นที่อื่นมาร่วมโปรโมทการใช้บัตรพลังงาน และโฆษณาชวนเชื่อว่าบัตรดังกล่าว รักษาโรคได้ ติดตู้เย็น ประหยัดไฟได้ ติดหม้อแปลงไฟฟ้า ประหยัดไฟ ติดฝาถังน้ำมันรถช่วยประหยัดน้ำมัน 
 
“ในวันเปิดงานถูกเชิญให้ไปเป็นประธานกล่าวเปิด จึงไปตามคำเชิญ ซึ่งเห็นว่าในวันดังกล่าวนายสินธนูนำบัตรพลังมาโฆษณาขายจำนวนหลายพันใบ จึงกล่าวเปิดงานให้พร้อมกับแนะนำชาวบ้านที่เข้าร่วมงานให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าว”
 
นางวริศรา กล่าวต่ออีกว่า นายสินธนูมักจะเอาสินค้าขายตรงมาเดินขายในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารเสริม แต่ล่าสุดเห็นเป็นบัตรพลังงานที่มาโฆษณาขายให้กับชาวบ้านในวันดังกล่าว มีชาวบ้านหนองหญ้ารังกา มาร่วมงานเพียง 2-3 คน นอกนั้นเป็นคนถิ่นอื่นรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่อ.อุบลรัตน์ด้วย 
 
สำหรับชาวบ้านหนองหญ้ารังกา ที่ซื้อบัตรดังกล่าวไปคือคือ ยายอายุ 60 กว่าปี ได้ซื้อบัตรพลังงานไปใช้ เพราะป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน และปวดเมื่อยตามร่างกาย และเชื่อในคำโฆษณา กระทั่งในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ยายก็เสียชีวิตลง ซึ่งเท่ากับว่าบัตรพลังไม่ไดช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการป่วยไข้ได้เลย กระทั่งมีข่าวทางสื่อมวลชนต่างๆ นานา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ และทำให้ทราบว่าบัตรพลังไม่ได้มีคุณสมบัตรใดๆ เลย จึงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้ทราบข้อเท็จจริงทางหอกระจายข่าวไปแล้ว พรอมทั้งเตือนว่าอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาสินค้าดังกล่าว และคงต้องพูดคุยกับนายสินธนู ว่าให้เลิกขายสินค้าดังกล่าว เพราะไม่เป็นผลดีต่อประชาชน
 
ขณะที่ ครูอร เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงาน ยันต้องการพิสูจน์ความจริงเพราะไม่อยากให้ถูกหลอก
 
นางสาวบังอร ตุ่นเฮ้า หรือ "ครูอร" อายุ 30 ปี อดีตครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหลานสาวของนางทองศรี วงษ์ไชยเวทศ์ อายุ 66 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกหลอกให้ซื้อบัตรพลังงาน ที่ตัวแทนจำหน่ายอ้างว่าสามารถนำไปแตะตามร่างกายรักษาโรคต่างๆ ได้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ตนทราบเรื่องนี้จากทองศรี ผู้เป็นป้า แล้วส่งข้อมูลให้กับผู้สื่อข่าวให้ช่วยตรวจสอบ จนนำมาสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานต่างๆ นั้น ตนเองและครอบครัว ได้ถูกตัวแทนจำหน่ายบัตรพลังงานต่อว่า ว่าเข้าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน
 
ครูอร กล่าวว่า วันแรกที่มีข่าวออกไป ตนเองก็ได้ไปพูดคุยกับตัวแทนที่มาขายบัตรให้ป้าของตนเอง โดยอธิบายว่าสิ่งที่ตนได้ออกมาพูดไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ตัวแทนจำหน่ายถูกจับกลุ่มดำเนินคดี เพียงแค่ต้องการพิสูจน์ว่าบัตรดังกล่าว สามารถใช้รักษาโรคได้จริงหรือไม่ เพราะจากคำบอกเล่าของยายที่เป็นคนใช้ ตนได้ฟังแล้วก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อ จึงต้องการไปอธิบายให้ตัวแทนจำหน่ายเข้าใจ แต่สิ่งที่ได้ตอบรับกลับมา กลับถูกมองว่า พาผู้สื่อข่าวมาหลอกซื้อบัตรกับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตนก็บอกกลับไปว่าถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าบัตรรักษาได้จริงก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้บอกบุญต่อ แต่ถ้าไม่ดีก็จะให้ป้าของตนเองและคนที่ใช้อยู่หยุดใช้ ซึ่งตัวแทนจำหน่ายยังยืนยันว่าเป็นบัตรที่ดีและสามารถใช้รักษาโรคได้จริง อีกทั้งยังผ่านพิธีการปลุกเสกที่วัดคำชะโนดจังหวัดอุดรธานี
 
นอกจากการถูกตำหนิโดยตรงแล้ว ยังลามไปถึงลุงของตนเอง ที่ทำอาชีพขับรถขายของเร่ในหมู่บ้าน ก็ถูกตำหนิว่า ลูกเข้าไปวุ่นวายเรื่องของชาวบ้าน เป็นครูสอนหนังสืออยู่กรุงเทพดีๆ ทำไมต้องมายุ่งกับเรื่องบัตรพลังงาน และพูดแรงถึงขั้นหาว่าเข้าไปเสือกเรื่องคนอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตนเพียงต้องการเตือน และช่วยป้าของตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งตอนแรกตนคิดว่ามีแค่ป้าที่ซื้อมาใช้ แต่กลับพบว่า มีชาวบ้านอีกไม่ต่ำกว่า 20 คน ได้ซื้อบัตรนี้มาใช้เช่นกัน ซึ่งราคาบัตรที่แต่ละคนซื้อมาก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำซึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็ปรากฏชัดแล้วว่า บัตรพลังงานที่ชาวบ้านซื้อมาใช้ไม่สามารถรักษาโรคได้จริง
 
อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้คนในสังคมอย่ามองว่าผู้สูงอายุที่ซื้อบัตรมาใช้เป็นคนโง่ และไม่มีลูกหลานคอยดูแล แต่อยากให้มองว่าชาวบ้านไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ไม่หวังดี ซึ่งป้าของตนเองยังโชคดีที่นำเรื่องนี้มาปรึกษาตนเอง จนนำไปสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานราชการ อีกทั้งอยากให้ลูกหลานที่มีคุณตาคุณยายช่วยกันสอบถามครอบครัว หนือ คุณตาคุณยายของตนเองว่าซื้อบัตรนี้มาใช้หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมีหลายคนที่ซื้อมาใช้ โดยไม่บอกกับลูกหลานซึ่งอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบได้
 
 
ล่าสุด สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทเบัตรพลังงาน หลังพบสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแสดงสลากไม่ถูกต้อง
 
สงขลา-ที่ สภ.หาดใหญ่  เภสัชกรวิไลวรรณ สาครินทร์ หัวหน้าฝ่ายคุมครองผู้บริโภคด้านอาหารและยา เจ้าหน้าที่นิติกรสำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา ได้เข้าแจ้งความกับพ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่  เพื่อให้ดำเนินคดีกับ บริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด โดยเบื้องต้นได้ดำเนินคดี ตามพรบ.อาหาร พ.ศ.2522 แสดงสลากไม่ถูกต้อง เลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์อาหาร หลังจากที่ได้ตรวจสอบสินค้าของบริษัทซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปตรวจสอบพบว่าสลากไม่ถูกต้องและเลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์
 
เภสัชกรวิไลวรรณ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบบริษัทแห่งนี้เมื่อวาน ได้มาแจ้งความในเรื่อง อาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จากสินค้าที่พบในบริษัท แต่ในเรื่อของการ์ดพลังงานที่ตรวจพบทางสคบ.จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนของทางสำนักงานสาธารณสุขจ.สงขลา จะแจ้งความในเรื่องของอาหารปลอมกับอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง 
 
ส่วนจากการตรวจสอบเลขอย.แล้วพบว่าไม่ตรงกับผลิตภัฑณ์ตัวที่ตรวจยึดมา และยังแนะนำประชาชนว่าก่อนที่จะซื้อผลิตภัฑณ์ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบเช่นที่อยู่ผู้ผลิต วันผลิตและเลขอย.ว่าตรงกับผลิตภัฑณ์หรือไม่ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่แอปปิเคชั่นของ อย. โดยกรอกเลข อย.และดูว่าตรงกับผลิตภัฑณ์นั้นหรือไม่ หรือสอบถามไปยัง สสจ.แต่ละจังหวัดได้เลย
 
และยังแนะนำว่าบัตรพลังงานหรืออุปกรณ์ต่างๆนั้นไม่สามารถรักษาโรคได้ถ้าหากเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์และทานยาตามที่แพทย์สั่งจะดีที่สุด
 
 
 
สอดคล้องกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ที่ออกมาเตือนว่ามีกัมมันตรังสี 3 ชนิดในบัตรพลังงาน
 
นายอำไพ สุขบำเพิง ผู้จัดการศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงชื่อตรวจรับรองแร่ธาตุในบัตรพลังงานเมื่อ ปี 2558 และพบว่า ขณะนี้มีการนำเอกสารมาอ้างอิงเพื่อใช้ในการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค โดยยืนยันว่า การตรวจครั้งนั้นเป็นบัตรสีเขียวคนละแบบกับบัตรพลังงานสีแดงที่แพร่หลายขณะนี้ เข้าข่ายมีพฤติกรรมส่อทุจริต หลอกลวง เพราะเอกสารนี้เป็นเพียงตรวจหาสารธาตุ ไม่ได้ยืนยันว่า บัตรสามารถรักษาโรคหรือช่วยประหยัดพลังงานได้ 
 
สำหรับผลตรวจ พบว่า มีสารธาตุถึง 21 ชนิด ในจำนวนนี้ มีสารกัมมันตรังสี 3 ชนิด ในกลุ่มทอเรียม ยูเรเนียม และสทรอนเชียม เป็นสารอันตรายที่ปกติใช้ผลิตนิวเคลียร์ แต่ที่เป็นห่วงมาก คือ กลุ่มทอเรียม จะปล่อยรังสี 3 ชนิด ทั้งเบตา แกมม่าและอัลฟ่า เมื่อเข้าไปในร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ จะทำลายอวัยวะหากได้รับเกินปริมาณ สอดคล้องกับ นักวิชาการวิศกรรมนิวเคลียร์ที่ได้ตรวจบัตรนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ก็พบว่า มีกัมมันรังสี และไม่มีธาตุใดในบัตรรักษาโรคและประหยัดพลังงานได้ จึงไม่ควรหลงเชื่อ ซึ่งก็มีผู้ร้องเรียนและเป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อน 
 
 
 
 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/9VytlCjLmk0

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top