ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

มหากาพย์ควายยิ้้ม! ตร.แจงละเอียดเหตุตั้ง 4 ข้อหา 'พี่คล้าว 2018' เจ้าตัวยันคำเดิมบริสุทธิ์ใจ ชี้แค่อยากได้ควายมาเลี้ยง

วันที่ 15 ธันวาคม 2561 | 4 นาที 43 วินาที 5,209

ตร.แจงละเอียดโต้อัยการ-โซเชียล ตั้ง 4 ข้อหา พี่คล้าว 2018 ซัดผิดเงื่อนไขปล่อยตัว-ให้ทีมสอบสวนชุดใหม่พิจารณายื่นฝากขัง เจ้าตัวยันเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ลงลึกคดี
 
จากกรณีนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือพี่คล้าว 2018 ซึ่งโด่งดังในโซเชียลมีเดียที่ถ่ายรูปคู่กับควายทองคำในลักษณะความยิ้ม ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน หลังจากนายสุรัตน์ได้ออกมาเรี่ยไรเงินโดยระบุว่าเพื่อไปไถ่ควายทองคำ ในราคา 1 แสนบาท แต่กลับพบพิรุธเพราะนายสุรัตน์ไม่บอกว่าใครเป็นเจ้าของควายที่แท้จริง และทำให้ประชาชนเข้าใจว่าหากไม่ช่วยไถ่ควายจะโดนเข้าโรงเชือด
 
ต่อมาตำรวจได้แจ้ง 4 ข้อหากับนายสุรัตน์ ประกอบด้วย 1.ฉ้อโกงประชาชน 2.ผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน 3.พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร และ 4.พรบ.การฟอกเงิน โดยนายสุรัตน์ได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และตำรวจได้ปล่อยตัวไปชั่วคราวนั้น
 
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า ภายหลังข่าวดังกล่าวออกไป ได้มีทนายความ รวมทั้งอัยการ ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ตนจึงขอทำความเข้าใจว่า คดีนี้ตำรวจได้ยึดขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายโดยตลอด
 
ซึ่งจากการสอบสวนหาพยานหลักฐาน เริ่มแรกพบพัฒนาการจากเฟซบุ๊กของนายสุรัตน์ จากการโพสต์ช่วงแรกจนเมื่อควายทองคำเริ่มดังมีการเปลี่ยนรูปแบบภาษาที่ใช้ และมีการถ่ายภาพที่สวยขึ้น รวมทั้งมีการสร้างเพจเฟซบุ๊ก และพบความผิดปกติจากการนำเสนอข่าวจากสื่อชื่อดัง โดย น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท โดยพบว่ามีการสร้างเรื่องราวตัดต่อคลิปภาพที่นายสุรัตน์ร้องไห้และใช้คำว่าไถ่ชีวิตเจ้าทองคำ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อและร่วมบริจาคเงิน
 
แต่เมื่อสอบถามเจ้าของควายที่แท้จริงคือ  นายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า ทราบว่าก่อนเป็นกระแสข่าว 1 วัน มีนักข่าวโทรมาถามเรื่องการขายเจ้าทองคำ ซึ่งนายบุญเลิศก็ยืนยันว่าขายในราคา 1 แสนบาท แต่ต่อมามีการปล่อยคลิปเสียงที่นักข่าวพูดคุยกับนายบุญเลิศหลังตำรวจแจ้งข้อหาแล้ว ทำให้สงสัยในเจตนาของนักข่าวคนดังกล่าวว่าตอนที่คุยยังไม่มีกระแสข่าวเรื่องขายควายทองคำ ทำไมถึงอัดคลิปดังกล่าวไว้ และทำไมถึงเพิ่งมาปล่อยคลิปหลังมีการแจ้งข้อหา ซึ่งจะได้มีการเรียกนักข่าวคนดังกล่าวมาสอบสวนต่อไป
 
จากนั้น ได้มีการเปิดคลิปวิดีโอระหว่างการสอบปากคำนายบุญเลิศ นายก อบต.สุขเมืองห้า เจ้าของควายทองคำยืนยันว่า ได้ฝากควายให้นายสุรัตน์เลี้ยงไว้ 3 ตัว ต่อมามีคนติดต่อซื้อควายตัวเมีย 2 ตัวซึ่งตนก็ตกลงขาย แต่ควายทองคำไม่ได้ขายให้ใคร เพราะนายสุรัตน์ได้มาขอไว้ว่าจะให้ทับกับควายตัวเมียที่เลี้ยงไว้ ซึ่งตนย้ำไปแล้วว่าควายพันธุ์นี้มีราคาสูงถึง 1 แสนบาท นายสุรัตน์ยังยืนยันว่าขอเวลาเกี่ยวข้าวขายก่อน ซึ่งตนก็คิดว่านายสุรัตน์ไม่มีปัญญาซื้อแน่ ๆ แต่ไม่คิดว่านายสุรัตน์จะไปทำการเรี่ยไรโดยไม่บอกว่าตนเป็นเจ้าของ
 
พ.ต.อ.สิงห์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พบว่าหลังจากนายสุรัตน์ประกาศเรี่ยไรแล้วมีผู้บริจาคเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนเมื่อถึง 1 แสนบาท ก็มีการประกาศว่าจะยุติการรับบริจาค แต่ไม่มีการปิดบัญชี จนภายหลังพนักงานสอบสวน ต้องไปแจ้งขออายัดบัญชีดังกล่าวซึ่งพบว่ามียอดบริจาครวม 1.6 แสนบาท ส่วนที่มีการมอบเงิน 1 แสนให้กับตัวแทนของนายบุญเลิศ เป็นค่าควายทองคำนั้น ภายหลังนายบุญเลิศได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมามอบให้กับตำรวจ เพราะมองว่าเป็นเงินที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
 
พร้อมพาทนายสงกานต์ มาแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับนายสุรัตน์และผู้ที่เกี่ยวข้องใน 4 ข้อหาดังกล่าว นอกจากเรื่องฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ คือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ แล้ว ยังมีเรื่อง พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร เนื่องจากประกาศรับบริจาคเองโดยไม่แจ้งให้เจ้าพนักงานทราบ ส่วนข้อหาสุดท้ายคือ ผิดตาม พรบ.กฎหมายฟอกเงิน คือหลังจากที่ได้เงินบริจาคมาได้แปรสภาพเป็นควาย ทำให้ต้องยึดควายมาเป็นของกลางตามกฎหมาย ไม่ใช่เงินยังอยู่ทีเดิมตามที่อัยการให้สัมภาษณ์ตามสื่อแต่อย่างใด และการยึดควายก็มาจากการส่งมอบของนายบุญเลิศ ซึ่งเป็นเจ้าของควายทองคำ เมื่อมีการนำของกลางในคดีมามอบเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับ
 
พ.ต.อ.สิงห์  กล่าวว่า หลังจากมีการแจ้งข้อหาและนายสุรัตน์ปฏิเสธแล้วนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้มีการปล่อยตัวชั่วคราวไปโดยไม่ต้องประกันตัว แต่มีเงื่อนไขคือห้ามให้ข่าวเพราะอาจเป็นการกระทำที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ซึ่งอาจทำให้ตำรวจพิจารณานำตัวยื่นฝากขังต่อศาลได้ แต่ช่วงเย็นวันนั้นกลับไปให้สัมภาษณ์สดกับสื่อมวลชนช่องหนึ่ง แต่การพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้น จะรอให้ทีมพนักงานสอบสวนชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาว่าจะเรียกตัวเพื่อยื่นฝากขังต่อศาลหรือไม่ เพราะนายสุรัตน์ และทนายความได้ไปร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน และขอให้ถอนข้อหา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา ส่วนการดำเนินคดีจากนี้ จะเรียกผู้ที่โอนเงินทั้งหมดมาสอบปากคำ
 
ด้าน นายสุรัตน์ พร้อมด้วย ทนายความ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว หลังครบกำหนดวันนัดหมาย โดยได้มีนำ น.ส.ยุพเรศ เอมแย้ม พยานซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โอนเงินช่วยเหลือมาให้การปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย โดยยืนยันว่าได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเจ้าทองคำไปจำนวน 500 บาท ด้วยความบริสุทธิ์ใจ  และเห็นว่านายสุรัตน์ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงแต่อย่างใด
 
นอกจากนี้มีการยื่นพยานหลักฐานเป็นรายชื่อผู้ที่ร่วมบริจาคเงินรวมแล้ว 21 ราย มามอบต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และทั้งหมดต่างยืนยันว่าไม่ได้โดนหลอกลวงแต่อย่างใด แต่บางคนอาจไม่สะดวกมาเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้
 
ขณะที่ นายสุรัตน์ ซึ่งได้นั่งฟังการแถลงข่าวของตำรวจ ได้ออกม่เปิดเผยภายหลังว่า สำหรับความเป็นอยู่ของเจ้าทองคำนั้น ตอนนี้มีอาการร้อนในและเท้าพองบ้าง แต่ก็กินหญ้าร่าเริงปกติ โดยตนยืนยันคำเดิมว่าตนบริสุทธิ์ใจ แต่วันนี้ที่ได้มานั่งฟังตำรวจก็เข้าใจในการตั้งข้อหามากขึ้น แต่สุดท้ายให้พยานหลักฐานต่าง ๆ ไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน ส่วนที่ตำรวจบอกว่าตนไปออกสื่อหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งผิดเงื่อนไขนั้น เพราะตนมองว่าตนโดนกล่าวหาและเมื่อมีช่องทางใดแสดงความบริสุทธิ์ใจได้ตนก็ยินดี แต่ก็ยอมรับว่าไม่ค่อยเข้าใจเรื่องกฎหมายทำให้ไม่ทราบเรื่องการผิดเงื่อนไขจนอาจโดนฝากขังได้ แต่เพราะได้สอบถามทางทนายความแล้ว เขาบอกว่าตำรวจบอกคุยได้แต่ไม่ต้องลงลึกในคดี และละยืนยันว่าไม่รู้จักกับ น.ส.เอ นักข่าวท้องถิ่นที่โดนกล่าวหาในขณะนี้ว่าร่วมมือกับตนหลอกลวง
 
นายสุรัตน์  กล่าวว่า ตนยินดีที่อยากจะไกล่เกลี่ยกับทนายสงกานต์ เพื่อให้คดีจบลง เพราะอยากอยู่แบบเรียบง่าย อยากให้เข้าใจว่าตนไม่เคยคิดจะเอาเงินบริจาคมาเป็นเงินส่วนตัว เพียงแต่ต้องการให้เป็นตามเจตนาของคนบริจาค
 
 
 
 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I2ASc2R38T0

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top