ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ตร.คุมตัวพ่อเลี้ยงโหด จำลองเหตุการณ์ฆ่าลูกเลี้ยงตายทั้งกลม สารภาพทำไปเพราะอารมณ์ร้อน ขอรับโทษประหารชีวิต ด้านสามีผู้ตายไม่ขออโหสิกรรม อยากให้ตายทรมานแบบลูกกับเมีย

วันที่ 15 เมษายน 2562 | 7 นาที 19 วินาที 4,432

ความคืบหน้า กรณี นายภูมใจ เหลืองทอง อายุ 57 ปี หรือใจ พ่อเลี้ยงโหด ใช้ค้อนทุบหัว น.ส.นันท์ชยา หรือนุ่น จันทะโมคา สาวท้อง 7 เดือน เสียชีวิตคาบ้านพัก เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเช้าที่ 13 เม.ย. พบว่า นายภูมใจ ได้กินยาเบื่อหนูหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่มีคนไปแล้วช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทัน  
 
พันตำรวจเอกสิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการ สน. คันนายาว แถลงยกเลิกการนำนายภูมิใจ เหลืองทอง    อายุ 57 ปี พ่อเลี้ยงก่อเหตุใช้ค้อนทุบศีรษะ นางสาวนันท์ชยา จันทะโมคา อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงที่กำลังตั้งท้อง 7 เดือน เสียชีวิตภายในห้องนอน ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น ย่านคลองสามวา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาจำลองเหตุการณ์ตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหา หลังจากญาติและสามีของผู้เสียชีวิตเดินทางมาพูดคุยกับผู้ต้องหา และการเกิดโต้เถียงและต่อว่าอย่างรุนแรง จึงเกรงจะเกิดความวุ่นวาย หลังจากที่ในตอนแรกตำรวจจะมีการนำตัวผู้ต้องหามาจำลองเหตุการณ์ในเวลา 11.00 น.
 
พันตำรวจเอกสิงห์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวนได้รับตัวผู้ต้องหาจากโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี ด้วยอาการปลอดภัย หลังกินยาฆ่าแมลงเพื่อหนีความผิด นำตัวมาสอบสวนตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ต่อหน้าทนายความ /โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ซึ่งมีอาการเครียด จึงเฝ้าสังเกตอาการตลอด 24 ชั่วโมง /      ส่วนสาเหตุเกิดจากการหึงหวงภรรยา มีปากเสียงกันจนภรรยาหนีออกจากบ้าน และไม่ยอมรับโทรศัพท์ ด้วยความโกรธแค้นจึงหยิบค้อนภายในบ้าน เดินไปเคาะประตูห้องคนตายที่กำลังตั้งครรภ์ 7 เดือน ซึ่งเป็นลูกสาวของภรรยา ที่ภรรยากรักมาก โดยอ้างว่าจะขอยืมเงิน ผู้ตายจึงเปิดประตูให้ ก่อนจะใช้ค้อนกระหน่ำตีจนเสียชีวิต โดยที่ไม่ได้มีความโกรธแค้นกับผู้ตาย แต่เป็นความโมโหภรรยาเท่านั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับพยานที่พบในที่เกิดเหตุ 
 
โดยหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนกลับเข้ามาที่กรุงเทพมหานครอีกครั้ง กระทั่งมีคนพบว่าผู้ต้องหากินยาฆ่าเบื่อหนูเพื่อฆ่าตัวตาย
 
พันตำรวจเอกสิงห์ กล่าวด้วยว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหามีอาการเครียด โดยอ้างว่าพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกได้นำสายไฟในโรงแรมที่พักระหว่างหลบหนีมาช็อตตัวเอง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ก่อนกินยาฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ผู้ต้องหาร้องขอโทษประหารชีวิต เนื่องจากสำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไปกับลูกเลี้ยง 
โดยด้านสามีของผู้ตายได้ร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ ว่า อยากเข้าไปถามนายภูมใจ ว่า ฆ่าเมียทำไม และเข้าไปชี้หน้านายภูมใจด้วยความโกรธแค้นอย่างยิ่ง และพูดว่า สีหน้าไม่สำนึกผิดเลยสักนิด ซึ่งนายภูมใจ ได้กล่าวแต่ว่า ไม่ได้ตั้งใจ
 
ซึ่งนายภูมิใจได้กล่าวผ่านห้องขังว่า อยากจะบอกผ่านสื่อไปถึงญาติของผู้เสียชีวิตว่า ตนเองรู้สึกสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับว่าตอนนั้นโมโหขาดสติ เพราะตนรักแม่ของผู้ตายมาก จนลืมนึกไปว่าผู้ตายตั้งครรภ์อยู่ เชื่อว่าสิ่งที่ตนเองพูดไปคงไม่สามารถเปลี่ยนใจญาติคนตายได้ จึงอยากจะขออโหสิกรรมกับสิ่งที่ทำลงไป และอยากขอให้ศาล หรือกระบวนการยุติธรรมตัดสินประหารชีวิต หาก 1 ชีวิต แลกกับ 2 ชีวิตได้ก็ยอม 
 
ด้าน นายธนวัตร แก้วคำสอน สามีของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ตอนขึ้นไปสอบถาม ผู้ต้องหา กล่าวขอโทษ และบอกว่า ลุงทำไปเพราะอารมณ์ร้อน ซึ่งตนไม่เชื่อ และดูท่าทางไม่สำนึกผิด ยังมีสีหน้าท่าทางสดใส ไม่ได้กังวลใดๆ
 
เรื่องที่ผู้ต้องหาให้การว่า ทำทีไปขอยืมเงินสองพันบาท เพื่อเคาะประตูห้องภรรยาให้เปิดประตู ก่อนจะลงมืออย่างทารุณ ตนมองว่าเป็นข้ออ้าง แท้จริงนั้นมีเจตนาจะไปฆ่า เพราะต้องลงไปหยิบค้อนก่อนจะมาเคาะห้อง การฆ่าลูกเมียตนอย่างทรมาณไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไร และทำไปเพื่ออะไร   หากบอกว่าจะประชด แม่ของภรรยาที่หนีไปติดต่อไม่ได้ ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะหลังจากทะเลาะกับแม่ของผู้ตายแล้ว นายภูมยังไปเที่ยวคาราโอเกะปกติ ไม่มีท่าทางเสียใจหรือตามหาแม่ของผู้ตายแม้แต่น้อย  และจาการตรวจสอบประวัติ ผู้ต้องหา เคยทุบตีทำร้ายภรรยาเก่า ก่อนจะมาเจอกับแม่ของผู้ตาย
 
คำให้การของผู้ต้องหา ตนไม่เชื่อและไม่ขออโหสิกรรม จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและอยากให้เสียชีวิตแบบทุกทรมานอย่างที่ลูกและภรรยสฃาตนต้องเจอ

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top