ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

เริ่ม! ยกที่ 1 'ครูปรีชา-หมวดจรูญ' เผชิญหน้าครั้งแรกในศาลแพ่ง ปัดไกล่เกลี่ย 'เจ๊เกียว' ยัน 'เจ๊บ้าบิ่น' สบายดี ไม่ได้โดนอุ้ม

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 | 9 นาที 18 วินาที 18,167

ศึกชิงหวย 30ล้านเริ่มแล้ว สองฝ่ายเจอกันในศาลแพ่งครั้งแรก ทั้งคู่ปฏิเสธไกล่เกลี่ยยอมความ ด้านครูปรีชา ยิ้มร่า ควงทีมทนายสู้ศึก ฝั่ง หมวดจรูญ ควงครอบครัว และทีมทนายพร้อมปล่อยหมัด ซัด ลอตเตอรี่ได้มาโดยชอบธรรม

 

บรรยากาศที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีเมื่อวานนี้ เรียกว่าคึกคักอย่างมาก ทีมกองทัพสื่อมวลชน เฝ้ารอติดตามทำข่าวการพบกันครั้งแรกในศาลระหว่าง ครูปรีชา ใคร่ครวญ และ รตท จรูญ วิมูล อดีตตำรวจ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่ครูปรีชา ยื่นฟ้อง หมวดจรูญละเมิดทรัพย์

 

โดยฝั่งครูปรีชา เปิดบ้านพักให้ทีมข่าว เข้าไปบันทึกภาพ ในห้องทำงาน พบใบประกาศนียบัตรและโล่รางวัลที่ครูปรีชาได้รับจำนวนมาก โดยครูปรีชากล่าวสั้นๆว่า วันนี้ตื่นแต่เช้า เตรียมพร้อมทั้งกายและใจ จากนั้นได้เข้าไปกราบขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านและออกเดินทางไปที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี

 

ขณะที่ฝั่งหมวดจรูญ เดินทางมาที่ศาลพร้อมกับครอบครัวและทีมทนายความ  เวลาประมาณ  8.30 น. พอพบสื่อมวลชน หมวดจรูญใบหน้าสดชื่น ควงคู่มากับภรรยาและลูกสาว  โดยหมวดจรูญกล่าวสั้นๆก่อนขึ้นศาลว่า  ตนไม่ได้รู้สึกอะไรกับการขึ้นศาลวันนี้ ไม่กังวลใจ และไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ หากศาลให้คู่ความทั้งคู่เจรจาไกล่เกลี่ยกัน  ก็คงไม่ไกล่เกลี่ยแล้ว ไม่รู้จะคุยอะไรกัน  แต่หากครูปรีชายอมรับก็อาจไกล่เกลี่ยความได้ ความจริงก็คือความจริง มั่นใจเต็มร้อยว่าลอตเตอรี่เป็นของตัวเอง จากนั้นก็ขึ้นไปที่ห้องพิจารณาคดี

 

จากนั้นเวลาประมาณ 9.00 น.ครูปรีชาพร้อมทีมทนายความและครอบครัวก็เดินทางมาถึงศาล  และพูดคุยกับสื่อมวลชนว่า พร้อมสู้คดี ซึ่งตนมีหลักฐานแน่นหนา ลอตเตอรี่เป็นของตน คนเราวิ่งหนีความจริงไม่พ้น สุดท้ายศาลจะเป็นผู้ตัดสิน จากนั้นครูปรีชาก็ชูสองนิ้วสู้ตาย และเดินเข้าไปในศาล

 

โดยทันทีที่ทั้งครูปรีชาและหมวดจรูญเดินเข้าไปในศาล ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มองหน้ากัน โดยทางครูปรีชาเลิกจะนั่งที่ฝั่งซ้ายแถวที่1 ฝั่งหมวดจรูญ นั่งแถวที่ 3 ฝั่งขวา โดยสังเกตว่าขณะที่ทนายทั้งสองฝ่ายชี้แจงต่อศาล เรื่องการนำสืบพยาน ทั้งคู่ต่างตั้งใจฝั่ง โดยศาลถามทนายความฝั่งโจทก์คือครูปรีชา และทนายความฝั่งจำเลย คือหมวดจรูญ ว่าจะไกล่เกลี่ยกันได้หรือไม่ เพราะคดีแพ่งถ้าสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ก็จะจบ แต่ทั้งคู่ให้การปฏิเสธไม่ขอไกล่เกลี่ย  โดยศาลกำหนด 4 ประเด็นในคดีแพ่ง คือ 1.โจทก์เป็นเจ้าของลอตเตอรี่หรือไม่ 2.โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ ในสลากหรือไม่ 3.จำเลยทำละเมิดโจทก์หรือไม่ และ 4.จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่

 

โดยครูปรีชา มีพยานนำสืบ 15 ปาก หมวดจรูญ มีพยานนำสืบ 12 ปาก ซึ่งพยานทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในสำนวนคดีอาญาของตำรวจ โดยศาลให้โจทก์และจำเลย  โยศาลขอให้ทั้งสองฝ่าย ส่งบัญชีระบุพยานภายใน 20 วัน และนัดสืบพยานในวันที่ 1-4 พฤษภาคม

 

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการศาล หมวดจรูญ และทนายความก็ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ตนพร้อมพิสูจน์ความจริงเสมอ โดยขณะที่อยู่ในห้องไม่มีการพูดคุยกันกับครูปรีชา แค่ชำเลืองมองหน้าเฉยๆ ส่วนการต่อสู้คดี ทั้งพยานหลักฐานต่างๆตนก็พร้อม และขอยืนยันว่าซื้อลอตเตอรี่จริง  ด้านนายณัฐพล เติมสายทอง ทนายความหมวดจรูญกล่าวว่า ยังไม่ขอเปิดเผยพยานที่จะมาหักล้างในคดีแพ่ง ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนซึ่งคดีนี้ครูปรีชา ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่า พยานหลักฐานทั้งหมดน่าเชื่อถืออย่างไร

 

ทางด้านครูปรีชาพร้อมทนายความก็เดินออกมาจากศาล ให้สมภาษณ์สื่อด้วยรอยยิ้มว่า ตนมั่นใจเต็มร้อยในการสู้คดี ไม่กังวลพยานหลักฐานใดๆ ส่วนบรรยากาศในห้องพิจารณาก็ไม่ได้มีการคุยกัน แต่ตอนเดินออกมา ก็ได้ยกมือไหว้หมวดจรูญ เพราะเป็นผู้ใหญ่กว่าเราก็ทำความเคารพตามมารยาทไทย  และขอฝากสื่อมวลชน ลงข่าวให้เป็นกลาง  อยากสอบถามอะไรก็ให้ไปพบครูที่บ้าน 

 

ทางด้านนายเกรียงไกร นาควะรี ทนายความครูปรีชา กล่าวว่า พยานทั้ง 15 ปาก เป็นพยานคนสำคัญ ไม่กังวลใจในการต่อสู้คดี นอกจากพยานบุคคลแล้วจะมีพยานวัตถุอื่นๆประกอบหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผย ซึ่งฝ่ายใดมีน้ำหนักมากกว่ากัน ศาลก็ต้องให้ความเป็นธรรม

 

พอเสร็จสิ้นกระบวนการที่ศาลผู้สื่อข่าวสังเกตพบว่า ทั้งสองฝั่ง ไม่มีท่าทีวิตกกังวล มีแต่รอยยิ้ม และต่างฝ่ายก็มั่นใจว่าหวยนั้นเป็นของตัวเอง ซึ่งในเช้าวันนี้ (13 ก.พ.) ทางกองปราบปรามก็จะมีการประชุม พนักงานสอบสวนในคดีนี้ รวมทั้งการแต่งตั้งหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ ซี่งคาดว่าภายในสิ้นเดือนกพ อาจจะมีการสรุปสำนวนคดี

 

จากนั้นในช่วงบ่าย ครูปรีชาก็เดินทางเข้ารับรางวัล วิทยากรจิตอาสา โรงเรียนผู้สูงอายุ จังหวัดกาญจนบุรี  โดยครูปรีชาสวมเสื้อผ้าไหมสีทอง มารับรางวัล ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีความกังวล หรือวิตกใดๆทั้งสิ้น มีการทักทายเพื่อนครูและผู้สูงอายุ จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์ว่า รางวัลนี้ตนได้รับเพราะทำหน้าที่ครูอาสา สอนวิชาประวัติศาสตร์ให้กับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ปี 2560 ก่อนเกิดคดีหวย  ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ครูปรีชารู้สึกอย่างไร ที่ทำแต่ความดี แต่ถูกสังคม กล่าวหาว่าเป็นครูจอมทรัพย์สอง  ครูปรีชาบอกว่า สังคมอย่าพึ่งตัดสินคนด้านเดียว เรื่องคดีความที่เกิดขึ้น รอฟังการพิจารณาจากศาล ก็จะรู้ความจริง

 

คดีนี้นอกจากครูปรีชา และลุงจรูญ จะต้องต่อสู้คดีกันแล้ว พยานปากสำคัญต่างๆก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะเจ๊บ้าบิ่น หรือนางรัตนาภรณ์ ซึ่งถือเป็นแม่ค้าคนสำคัญ ที่เป็นคนขายหวยให้ครูปรีชา และเมื่อมีการแชร์คลิปเสียงและข้อความแชทไลน์ของเจ๊บ้าบิ่นออกมา จากนั้นเจ้บ้าบิ่นก็หายตัวไป 

 

ผู้สื่อข่าวไปสอบถาม เจ๊เกียว พยานคนสำคัญอีกคน ว่าเจ๊บ้าบิ่นตอนนี้ หายไปไหน เจ๊เกียวกล่าวว่า ไม่ได้หายไปไหน ไม่ได้ถูกอุ้ม เจ๊บ้าบิ่นสบายดี อยู่กับเจ๊เกียวเอง แต่ที่ไม่ออกมาเพราะต้องการพัก ไม่อยากให้สมภาษณ์สื่อแล้ว เจ๊บ้าบิ่น อยู่ดีมีสุข อาศัยในบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวานนี้ ทางเจ๊เกียวและเจ๊ๆทุกคนที่เป็นพยานให้ครูปรีชา ก็มีการนัดทานข้าวกันที่บ้านครูปรีชา ไม่ได้ไปปิดรีสอทร์หรือเซฟเฮาส์ใดๆทั้งสิ้น เป็นการนัดกินข้าวกันแลกเปลี่ยนสารทุกข์กัน และปรึกษาทางคดี และยังเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านครูปรีชาว่า มีนักข่าวมาสังเกตการณ์ที่หน้าบ้านของครูปรีชาหลายคน  จนถึงวันนี้ พวกตนยืนยัน ไม่ได้เป็นขบวนการเท็จ ทุกอย่างที่ให้สัมภาษณ์คือความจริง

 

ทางด้านนายสันติลูกชายเจ๊บ้าบิ่น กล่าวว่า ตอนนี้แม่อยู่ที่ปลอดภัย แต่ตนเองรู้สึกไม่ปลอดภัย ในแต่ละวันทั้งนักข่าวและมีรถยนต์แวะเวียนมาสังเกตการณ์หน้าบ้านตนทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่ยามวิกาล จนเกิดความหวาดกลัว ไม่เข้าใจว่าสื่อต้องการอะไร  

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I-Q-73iQFrw

 

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top