ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

รวบพนง.ค่ายมือถือ ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้า รูดซื้อของออนไลน์ ก่อนขายต่อรายได้เป็นกอบเป็นกำ

วันที่ 12 กันยายน 2562 | 3 นาที 19 วินาที 6,619

พลตำรวจตรี ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจหรือ ปอศ. แถลงผลการจับกุมนายสาธิต จันทร์โพธิ์ อายุ 29 ปี ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร, มีไว้เพื่อ นำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นไปใช้โดยมิชอบ ,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ หลังพบว่า มีผู้เสียหายแจ้งว่าถูกนำข้อมูลในบัตรเครดิตไปทำรายการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากเว็บไซต์ขายสินค้าต่างประเทศ หลายเว็บไซต์

 

โดยคนร้ายออกอุบายให้จัดส่งไปยังที่ส่งสินค้าปลอม เพื่อให้พัสดุตีกลับมาที่ศูนย์บริการจ่ายพัสดุ โดยให้เบอร์โทรศัพท์และอีเมล์ของตนเองไว้ จนกระทั่งบริษัทขนส่งติดต่อกลับมา จึงนำหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนที่ได้จากลูกค้าที่ปลอมแปลงขึ้นมา มอบอำนาจให้จักรยานยนต์รับจ้างไปรับพัสดุแทน ก่อนจะนำกลับมาส่งของให้ ซึ่งหลังจากได้รับของแล้วจะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือและอีเมล์ทุกครั้ง เป็นการตัดตอนไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้

 

จนกระทั่งตำรวจ ปอศ.สืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้สั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ขายสินค้าต่างประเทศ และจะส่งของผ่านจักรยานยนต์รับจ้าง โดยนัดหมายส่งของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านพระราม 2 เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมตัวพร้อมพัสดุของกลาง และสำเนาบัตรประชาชนของผู้อื่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายสาธิตพกติดตัวมาด้วย

 

จากการขยายผลไปที่บ้านของนายสาธิตในจังหวัดสมุทรสาครพบว่า บ้านมูลค่าประมาณ 2 ล้านกว่าบาท รถยนต์หรู 3 คันรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ส่วนภายในตัวบ้านพบสินค้าแบรนด์เนม โทรศัพท์มือถือราคาแพงนาฬิกาหรู รองเท้ากีฬาแฟชั่น รุ่น Limited Edition ราคาคู่ละ 30,000 บาท

 

เบื้องต้นนายสาธิตรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงาน เป็นเจ้าหน้าที่ของค่ายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่งได้ 2 ปีจากนั้นถูกจับได้ว่านำข้อมูลของลูกค้าไปซื้อของ จึงถูกไล่ออกก่อนที่จะมาอยู่ค่ายโทรศัพท์มือถือแห่งใหม่ โดยทำงานได้ประมาณ 4-5 เดือน รวมแล้วก่อเหตุได้ประมาณเกือบ 3 ปี

 

โดยวิธีการจะใช้โอกาสที่ตนเองเป็นผู้รับชำระค่าบริการ และเปิดหมายเลขมือถือจะแอบขโมยสำเนาบัตรประชาชนของลูกค้า และนำบัตรเครดิตของลูกค้ามาทำรายการ จะจดหมายเลข หน้าบัตร วันหมดอายุ และเลข cvc หรือเลขยืนยันที่หลังบัตรเก็บไว้ จากนั้นจะนำข้อมูลบนบัตรเครดิตไปซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ต่างประเทศ ส่วนบัตรประชาชนจะใช้ในการมอบอำนาจให้รับสินค้าแทน

 

ซึ่งนายสาธิตบอกว่าจะเลือกเว็บไซต์ที่ไม่มีระบบส่งรหัส OTP หรือรหัสยืนยันไปที่โทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้ารู้ตัว ส่วนเงินที่ได้ก็จะนำมาซื้อ สินค้าแบรนด์เนม และของแฟชั่นราคาแพง ก่อนนำมาปล่อยขายในโลกออนไลน์ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ซื้อทาวน์เฮ้าส์และรถหรู ตามที่ตรวจยึดได้

 

ด้านนายพนมศักดิ์ เครืออินทร์ ผู้จัดการฝ่ายป้องกันการทุจริต บริษัทบัตรกรุงไทยจำกัด มหาชน กล่าวถึงวิธีการป้องกันว่าหากใครที่จะนำบัตรเครดิตไปใช้จ่ายไม่ว่าจะที่ร้านใด อย่าปล่อยให้บัตรเครดิตอยู่กับผู้รับบริการเพียงลำพัง ต้องติดตามดูการใช้บัตรไม่ให้คลาดสายตา เพราะคนร้ายอาจใช้ช่วงเวลาดังกล่าว ขโมยข้อมูลในบัตร หรือทำสำเนาเก็บไว้ได้

 

ส่วนข้อมูลต่างๆบนบัตรอย่างเช่นตัวเลขต่างๆ ห้ามใช้วิธีการขีดลบ เนื่องจากจะทำให้บัตรดังกล่าวมีสภาพไม่สมบูรณ์และอาจมีปัญหาในการใช้งานตามร้านต่างๆได้ แต่อาจใช้วิธีการนำสติ๊กเกอร์ หรือเทปติดไว้และจดจำข้อมูลต่างๆไว้กับตัว

 

หากพบว่ามีการแกะออก ก็จะทราบว่าผู้ให้บริการรายนั้นประสงค์ไม่ดี หรือหากเป็นไปได้ยอมเสียค่าบริการผูก SMS แจ้งเตือนการใช้จ่าย และการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชัน Mobile Banking ไว้ หากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งไปยังธนาคารต้นสังกัดทันทีเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/2KFcOTz7KNU

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top