ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

รมว.ศึกษาฯรับไม่ได้รุ่นพี่แกล้ง ป.4 แม่แฉได้เงิน 4 พันแล้วให้เรื่องจบ ตรวจร่างกายน้องเป็นสมาธิสั้น ไม่ใช่ออทิสติก

วันที่ 12 ตุลาคม 2561 | 3 นาที 29 วินาที 18,082

จากกรณีเกิดเหตุรุ่นพี่ชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา จำนวน 8 คน ได้พานักเรียนหญิง เด็กป.4 ป่วยออทิสติก เข้าไปในห้องเรียนบอกว่าจะถักเปียให้แต่ปรากฏว่ารุ่นพี่ ม.2 ได้เข้าไปรุมกระชากผมอย่างรุนแรงจนเด็ก ป.4 ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว

 

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น น่าจะมีการสอบสวนแต่ผู้อำนวยการโรงเรียนลงโทษทำทัณฑ์บนเท่านั้น จึงสั่งการให้มีการตรวจสอบทันที ส่วนที่ถามว่าการทำทัณฑ์บนน้อยไปหรือไม่ เนื่องจากยังไม่เห็นคลิปถ้ามีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นก็แย่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นเด็กออทิสติกด้วยยิ่งแย่ไปใหญ่ ดังนั้น สิ่งที่ตัดสินใจเบื้องต้นจากที่ได้ฟังเรื่องมาก็คือ ต้องไปหารายละเอียดมาเพราะแค่ลงโทษทำทัณฑ์บนอาจจะไม่เพียงพอ

 

ทั้งนี้ยังไม่กล่าวโทษครูและโรงเรียนว่าใครปล่อยปละละเลย  เพราะต้องไปดูว่าใครรับผิดชอบ ปล่อยเกิดขึ้นได้อย่างไร ความรับผิดชอบก็เป็นไปตามเหตุตามผล อย่าเพิ่งไปเหมาว่าโรงเรียนหรือครูละเลยหรือไม่ ยกตัวอย่างสองอาทิตย์ที่ผ่านมามีทหารติดตามตนไปทำร้ายพนักงานจ้างเหมาบริการแบบนี้จะถือว่าตนละเลยหรือไม่ แต่ความจริงก็คือต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งกรณีนี้ก็ต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนเช่นกัน ซึ่งตนไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้แน่นอน

 

ด้านผู้ปกครองของเด็กที่ถูกทำร้ายระบุว่า หลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้พยายามติดต่อขอเคลียร์ โดยจะมอบเงินให้ 4,000 บาท ซึ่งได้มาจากเด็กที่ก่อเหตุทำร้ายลูกคนละ 500 บาท และให้เซ็นยอมรับเพื่อให้เรื่องจบ แต่คนในครอบครัวและญาติๆ ไม่มีใครยอม

 

พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการยอมความตั้งแต่เห็นคลิปที่ 2 ที่ลูกสาวถูกทำร้ายด้วยการกระทืบและใช้เท้าลูบหน้า ทั้งนี้ ตนจะนำลูกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลดอกคำใต้ ก่อนจะนำผลการตรวจไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับเยาวชนคนอื่นๆ

 

สำหรับรายงานผลการตรวจร่างกายของนักเรียนหญิงชั้น ป.4 ที่เป็นผู้ถูกกระทำ แพทย์โรงพยาบาลพะเยาได้ตรวจสภาพร่างกาย และสติปัญญา ผลทางการแพทย์ระบุว่า มีความบกพร่องด่านสติปัญญาระดับอ่อน สมาธิสั้น แต่ไม่ได้เป็นออทิสติกแต่อย่างใด

 

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่ควรนำเด็กเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นการขัดขวางพัฒนาการตามวัยของเด็ก แต่ควรใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกเพื่อปรับพฤติกรรมที่เหมาะสม

 

ดังนั้น การทำทัณฑ์บน หรือกล่าวคำขอโทษจึงไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นต้องใช้กระบวนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมประกอบด้วย เช่น การใช้กระบวนการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งสามารถประสานงานได้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้ทั่วประเทศให้เข้าไปช่วยดำเนินการครับ

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b4_KaUsICgY

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top