ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

เตือนสายหวาน 'ชานมไข่มุก' น้ำตาลสูงปรี๊ด บางยี่ห้อพุ่ง 18 ช้อนชา เจอสารกันบูดในเม็ดไข่มุก

วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 | 2 นาที 6 วินาที 49,008

ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยโครงการเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ เปิดเผยผลการสุ่มเก็บตัวอย่างชานมไข่มุกทั้งหมด 25 ยี่ห้อ ขนาดแก้วปกติ แบบไม่ใส่น้ำแข็ง ในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยชานมไข่มุกที่ซื้อมีราคาตั้งแต่แก้วละ 23-140 บาท ส่งตรวจวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ ปริมาณพลังงาน, น้ำตาล และไขมัน และทดสอบหาโลหะหนักประเภทตะกั่ว และสารกันบูดในเม็ดไข่มุก

 

ผลการทดสอบพบว่า ปริมาณน้ำตาลน้อยที่สุดต่อแก้ว อยู่ที่ 4 ช้อนชา ยี่ห้อที่มีน้ำตาลมากที่สุดอยู่ที่ 18.5 ช้อนชา ในขณะที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำปริมาณน้ำตาลที่ได้รับต่อวัน ไม่ควรเกิน 24 กรัม หรือ 6 ช้อนชา ซึ่งพบว่ามีเพียง 2 ยี่ห้อเท่านั้น ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่า 24 กรัม

 

ส่วนผลการทดสอบสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิก (Benzoic acid) และกรดซอร์บิก (Sorbic acid) ในเม็ดไข่มุก พบว่ามีสารกันบูดทุกยี่ห้อ แต่ไม่เกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด แต่ก็ไม่มียี่ห้อไหนที่ให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเลยว่ามีสารกันบูดในเม็ดไข่มุก  ส่วนผลทดสอบโลหะหนักในเม็ดไข่มุกทั้งหมด 25 ยี่ห้อ ทุกตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนของตะกั่ว

 

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า วิธีการสุ่มตรวจเป็นการสั่งซื้อชานมไข่มุกของแต่ละร้าน ในแก้วขนาดปกติ และระดับความหวานปกติ แต่พบว่าแต่ละร้านกลับมีขนาดแก้วปกติไม่เท่ากัน และระดับน้ำตาลก็ไม่เท่ากันอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะสั่งซื้อในความหวานปกติก็ตาม

 

หลังจากเผยแพร่ผลตรวจสอบ มีผู้ประกอบการบางยี่ห้อ แย้งมาว่า ขนาดแก้วปกติของยี่ห้อตนใหญ่กว่ายี่ห้ออื่น เหตุใดจึงคำนวณระดับน้ำตาลเป็นแก้ว ซึ่งตนมองว่าผู้บริโภคซื้อหนึ่งแก้ว ก็จะต้องกินจนหมดแก้ว เนื่องจากเสียดายหากกินไม่หมด จึงต้องคำนวณออกมาเป็นแก้ว และถึงแม้ว่าจะให้คำนวณแบบสัดส่วนเท่ากัน ก็ยังพบว่ายี่ห้อที่โต้แย้งก็ยังมีระดับน้ำตาลสูงเกินมาตรฐานอยู่ดี

 

จากนี้ จะเสนอแนวทางต่อผู้ประกอบการให้ปรับลดขนาดปริมาณต่อแก้ว (serving size) ลงให้เหมาะสม เพื่อควบคุมไม่ให้ผู้บริโภคได้รับปริมาณ เพราะเมื่อผู้บริโภคซื้อชานมไข่มุก ก็อาจบริโภคจนหมดแก้วเพราะความเสียดาย ทำให้พลังงานและน้ำตาลที่ได้รับในหนึ่งมื้อนั้นมากจนเกินความจำเป็น พลังงานและน้ำตาลต่อแก้วสูงจนเกินไป

 

แต่สำหรับสารกันบูดนั้น แนะนำผู้ประกอบการให้ตรวจสอบกับร้านที่ขายส่งเม็ดไข่มุกให้ดี โดยการเลือกซื้อกับเจ้าที่ไม่ใส่สารกันบูด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนถึงผู้บริโภค ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อคำนึงสุขภาพของตัวเอง และผลกระทบที่ตามมาภายหลัง

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NGSLOL58K9g

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top