ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

กล้าขอ! รถตู้ขอเพิ่มความความเร็ว จาก 90 เป็น 110 กม./ชม. ค้านติด GPS อ้างเพลียทั้งคนนั่ง-คนขับ

วันที่ 11 ตุลาคม 2561 | 5 นาที 9 วินาที 5,702

ตัวแทนสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทย จากภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ประมาณ 100 คน เดินทางมาชุมนุมที่กระทรวงคมนาคม เพื่อเข้ายื่นหนังสือถึงนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เรียกร้องให้แก้ไขปัญหารถตู้โดยสาร โดยมีผู้แทนจากสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม เป็นผู้รับเรื่องไว้

 

โดยตัวแทนสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทย ภาคอีสาน กล่าวว่า สมาพันธ์ขอให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุง พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ที่ล้าสมัยไม่ทันต่อยุคสมัยในปัจจุบัน ขอยกเลิกการติดตั้งระบบ GPS กับรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง เพราะส่วนใหญ่เป็นรถเพื่อการท่องเที่ยวและบริการลูกค้า ขอให้ขนส่งยกเลิกการอายัดไม่ให้ต่อภาษี กรณีขับรถเร็วเกินกำหนด 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

แต่ถ้าไม่สามารถยกเลิกแก้ไขการติดตั้ง GPS ได้ ขอขยายการบังคับใช้ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหากได้รับการแก้ไขทางสมาพันธ์ฯ พร้อมสนับสนุนนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ ตลอดไป

 

นอกจากนี้มีการชี้แจงเพิ่มเติมว่า รถตู้เพื่อการท่องเที่ยวจะเป็นการจ้างเหมาทั้งคัน รายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะต่างชาติ ยกตัวอย่างคือ เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาจ้างเหมารถ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ แล้วเฉลี่ยเวลาในความเร็วที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะใช้เวลาเดินทางอยู่ที่ 13 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนไม่ค่อยพอใจในการเดินทางที่ใช้เวลานานขนาดนี้ 

 

อีกทั้งการเดินทางที่ยาวนานยังส่งผลไปถึงตัวของคนขับ ที่เกิดอาการเมื่อยล้า ร่างกายไม่เต็มที่ 100% เพราะอัตราเฉลี่ยการทำงานของร่างกายคนเราอยู่ที่ 8-10 ชั่วโมงเท่านั้น และปัญหาใหญ่ที่พบบ่อยคือในเรื่องของการตรวจจับของ GPS เวลาแซง เพราะความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำการแซงไม่ได้ หรืออาจจะไม่พ้น เมื่อคนขับเร่งทำความเร็วเพื่อจะแซงทำให้ GPS ทำการแจ้งเตือนว่าทำความเร็วเกินกำหนด ซึ่งส่งผลให้คนขับต้องได้รับใบสั่งและต้องเสียค่าปรับราคา 1,000 บาทต่อใบ ซึ่งระยะทางกว่าจะถึงจุดหมายบางรายก็โดนสั่งปรับไปไม่น้อย

 

ซึ่งหากมีการเพิ่มขีดจำกัดของความเร็วอยู่ที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็จะทำให้การเดินทางใช้เวลาอยู่ที่ 8-9 ชั่วโมง ถือว่าเป็นความปลอดภัยของตัวคนขับที่ทำงานอยู่ในลิมิตของตัวเอง ของรถและของผู้โดยสารที่มาพร้อมกับความพึงพอใจด้วย และไม่ได้ขอใช้ความเร็วอยู่ที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตลอดเวลาแต่จะใช้แค่ในชวงที่มีการแซง และใช้วิ่งในถนนที่โล่งและมีสภาพพื้นผิวที่ดีเท่านั้น เพื่อไม่ให้การเดินทางยาวนานเกินไป อีกทั้งปัจจุบันส่วนใหญ่เจ้าของรถจะเป็นคนขับเอง

 

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเป็นห่วงชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง จะกลายเป็นพื้นฐานในการขับขี่ที่ดีของผู้ขับทุกคน ที่จะตระหนักถึงความปลอดภัยเสมอ และนอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกยังมีกล้อง เพื่อจับความเร็วของรถที่ไม่ให้เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่แล้ว ถ้าขับเร็วเกินก็จะโดนใบสั่งอยู่ดี

 

โดยทางสามพันธ์ได้มีการประชุมหารือกันมาอย่างดี มีการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งจากคนขับ และตัวนักท่องเที่ยวเอง ซึ่งเป็นเรียกร้องตามปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และถือว่าเป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพ ต่อรถตู้เพื่อการท่องเที่ยวทั่วประเทศกว่า 50,000 คัน

 

ขณะที่กรมขนส่งทางบก ให้ข้อมูลว่า อย่างไรแล้วปัจจุบันนี้พิสูจน์แล้วว่า การขับรถเร็วเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และกฎหมายจราจร กำหนดความเร็วสูงสุดสำหรับรถที่ใช้ในการบรรทุกคนโดยสาร สำหรับถนนทั่วไป คือ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนถนนมอเตอร์เวย์100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในส่วนการตั้งขีดจำกัดความเร็วอยู่ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็จริง

 

แต่ไม่ใช่ว่าการทำความเร็วถึง 110 ในเวลา 20-30 วินาที ทางขนส่งจะทำการจับ และไม่ได้ขีดเส้นตายว่าจะต้องขับ 90 ตลอด เพราะมีการเผื่อเวลาให้ทำความเร็วกว่าที่กำหนดได้ไม่เกิน 2 นาที ซึ่งสำหรับการแซงที่ใช้เวลาถึง 2 นาที หรือเกินกว่านั้นถือว่านานมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางกรมขนส่งฯได้มีการรับเรื่องตามข้อเรียกร้องของทางสมาพันธ์เพื่อทำการพิจารณาอีกครั้ง

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/sXJ6UjrLHJc

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top