ค้นหา :

รมว.ดีอี-ปอท.เปิดปฏิบัติการทลายล้างข่าวปลอม 9 จุดทั่วประเทศ

วันที่ 10 กันยายน 2562 | 0 นาที 0 วินาที 779

วันที่ 10 ก.ย. 62 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กระทรวงดิจิทัจเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ บก.ปอท. แถลงข่าวผลปฏิบัติการ ‘09.09.2019 ปฏิบัติการทลายล้างข่าวปลอม’ ซึ่งได้มีการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย Fake News 9 คดี 9 จุด ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 19 ส.ค.-9 ก.ย. 62 
 
ภายใต้การนำของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษกิจและสังคม และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท. สืบสวนการกระทำความผิดในลักษณะการของการสร้างข่าวปลอมทางสื่อสังคมออนไลน์ รวม 9 คดีดังนี้
 
 
คดีแรก เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดป่วนกรุง ซึ่งในโซเชียลได้มีการแชร์ภาพข่าวประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษ ระเบิด 7 จุด โดยเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อความเท็จ จึงได้ทำการสืบหาต้นตอคนโพสต์ ทราบว่าคนโพสต์อยู่ย่านบางพลัด กทม. จึงได้นำตัวมาทำการดำเนินคดี 
 
คดีที่ 2 เกี่ยวกับกรณี Email-Scam คือการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และหลอกลวงให้คู่ค้าของผู้เสียหลงเชื่อว่าคนร้ายเป็นคู่ค้ากับผู้เสียหายจริง ซึ่งมีการทำเป็นขบวนการทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วยชาวไนจีเรีย 3 ราย และคนไทย 2 ราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท 
 
คดีที่ 3 Romance Scam เป็นคดีที่คนร้ายสร้างเฟซบุ๊กปลอมแฝงตัวเป็นชาวต่างชาติ และในคดีนี้มีผู้ร่วมขบวนการด้วย 2 คน ซึ่งมีหน้าที่โทรศัพท์สร้างเรื่องหลอกผู้เสียหายว่ามีของส่งมาจากต่างประเทศ และหลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่าล้านบาท 
 
คดีที่ 4 เป็นคดีที่คนร้ายอ้างว่าเป็นข้าราชการระดับสูงกระทรวงมหาดไทย เพื่อหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ โดยสามารถจับกุมคนร้ายได้ที่ จ.มหาสารคาม และ จ.สมุทรสาคร 
 
 
คดีที่ 5 คนร้ายแอบอ้างว่าเป็นลูกสาวของประธานาธิบดีประเทศจีน ซึ่งคดีนี้ เกิดจากที่มีเพจเฟซบุ๊ก ได้นำคลิปการโคฟเวอร์เพลงของนักร้องสาวชาวไทยคนหนึ่งมาลงที่เพจตัวเอง โดยที่ใช้แคปชั่นว่า มาฟัง สีหมิงเจ๋อ ลูกสาวคนเดียวของประธานาธิบดีประเทศ สีจิ้นผิง แห่งประเทศจีนร้องเพลง เพราะต้องการให้คนมากดติดตามเพจ ทำให้นักร้องสาวคนดังกล่าวเสียหายเพราะถูกนำคลิปไปแอบอ้าง ซึ่งต่อมาได้สืบทราบว่าแอดมินเพจดังกล่าวอยู่ที่เกาะสมุย ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบและทำการแจ้งข้อหาต่อไป 
 
ดคีที่ 6 ได้มีการโพสต์ข่าวปลอมแม่น้ำโขงแห้ง ปลาสูญพันธ์ ลงในเฟซบุ๊ก พร้อมกับระบุข้อความว่า จีนไม่ปล่อยน้ำลงมาที่แม่น้ำโขง ส่งผลให้แม่น้ำโขงแห้ง ซึ่งเป็นการบิดเบือนจากข้อเท็จจริง โดยพบว่าแอดมินเพจอยู่ที่ จ.นนทบุรี จึงได้นำตัวมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 
 
คดีที่ 7 หลอกขายผลิตภัณฑ์ประหยัดไฟฟ้า โดยมีการนำภาพเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาตัดต่อกับรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อทำการขาย บก.ปอท. จึงร่วมกับ บก.ปคบ. นำหมายค้นไปยังโกดังเก็บสินค้าที่อยู่ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยได้ทำการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายจำนวนมาก 
 
 
คดีที่ 8 แอบอ้างนามสกุลนายกรัฐมนตรี หลอกขายของออนไลน์ โดยต่อมาสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ และยอมรับว่าได้มีการหลอกขายสินค้ามาแล้วหลายครั้ง โดยคดีนี้ มีผู้เสียหายกว่า 100 ราย 
ขณะที่คดีสุดท้าย เป็นการเปิดเพจเฟซบุ๊กล้มล้างการปกครอง บก.ปอท.ได้นำหมายค้นของศาล จ.นนทบุรี เข้าตรวจค้นที่บ้านพักย่านเมืองทอง และได้พบตัวผู้กระทำ ซึ่งยอมรับว่ากระทำจริง จึงได้นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุว่า ปัจจุบันมีการสร้างข่าวปลอมหรือ Fake News ในสังคมออนไลน์ สามารถแบ่งได้ 4 ประเภท คือกลุ่มเกรียนหรือนักเลงคีย์บอร์ดโพสต์ข้อความสร้างกระแสเพื่อความสนุกส่วนตัว, กลุ่มหวังเงิน นำภาพดารา ผู้มีชื่อเสียง โพสต์สร้างกระแส หวังยอดติดตามเพื่อโฆษณา, กลุ่มส้รางความเกลียดชัง โพสต์ข้อความดูหมิ่น ยุยง ปลุกปั่นหรือกลุ่ม Hate Speech และกลุ่มหลอกลวง นำเข้าข้อมูลเท็จ หลอกขายสินค้า ซึ่งหากกระทำความผิดก็จะมีโทษทั้งจำทั้งปรับ และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อขอให้ตรวจสอบให้ชัดเจน 
 
 
ส่วนที่จะมีการคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นนั้น นายพุทธิพงศ์ ระบุว่า ประชาชนสามารถโพสต์ข้อความ แสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตได้ หากไม่สร้างความเกลียดชัง และไม่เกิดความเสียหายต่อสังคม แต่หากกระทบบุคคลอื่น อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้
 
 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top