ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

สังคมหดหู่! ด.ญ.อนุบาล ถูกเพื่อน-รุ่นพี่ ป.2 ล่วงละเมิด ศาลตัดสินผิดจริง แต่เด็กไม่ต้องรับโทษ

วันที่ 6 มิถุนายน 2562 | 3 นาที 22 วินาที 29,113

เพจเฟซบุ๊กชื่อ เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้โพสต์เรื่องราวของของชายรายหนึ่ง ที่ได้ร้องเรียนเข้ามายังเพจว่า หลานสาววัย 5 ขวบ ถูกเพื่อนและรุ่นพี่นักเรียนชายล่วงละเมิดทางเพศ ในห้องน้ำโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี แต่ทางโรงเรียนกลับพยายามปกปิดเรื่องนี้ และไม่มีการแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา

 

โดยนางแป๋ม (นางสมมุติ) ญาติของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ เล่าว่า หลานสาววัย 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปลายปีที่แล้ว หลานสาวไปโรงเรียนตามปกติ ในระหว่างไปเรียน หลานสาวได้เข้าห้องน้ำ ขณะกำลังออกจากห้องน้ำ จู่ๆมีเพื่อนนักเรียนชายร่วมชั้น 1 คน และรุ่นพี่ชั้นป.2 อีก 1 คน ดักรออยู่หน้าห้องน้ำ แล้วผลักเข้าห้องน้ำและทำการล่วงละเมิศทางเพศ

 

โดยคนหนึ่งใช้หลอดสอดใส่ในอวัยวะเพศของหลานสาว และอีกคนหนึ่งใช้วัสดุบางอย่างลักษณะคล้ายงู (คาดว่าเป็นอวัยวะเพศ) ขนาดเท่านิ้วกลางสอดใส่ในอวัยวะเพศของหลานสาว จากนั้นหลานสาวก็ได้กลับมาเข้าห้องเรียนตามปกติโดยไม่ได้เล่าเหตุการณ์ให้ใครทราบ

 

กระทั่งหลานสาวกลับมาบ้านหลังเลิกเรียน ย่าเข้าห้องน้ำแล้วพบเลือดหยดในห้องน้ำ จึงโวยวายว่าใครมาทำห้องน้ำสกปรก ปู่จึงบอกว่า เห็นหลานเข้าห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย จึงรีบพากันไปดูหลาน พบหลานนอนซมอยู่บนที่นอน และมีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศ ทั้งมีอาการปวดท้องอย่างหนัก จึงพาหลานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบถามจนทราบว่าหลานถูกล่วงละเมิดทางเพศ

 

ต่อมาวันรุ่งขึ้น ปู่ได้เล่าเรื่องให้รองผอ.โรงเรียนฟัง เนื่องจากรู้จักกัน  และได้นัดให้ไปคุยกับผอ.โรงเรียน แต่เมื่อไปพบผอ. ทางโรงเรียนกลับบอกว่าผอ.ไม่ว่างทั้งๆที่เห็นผอ.นั่งทานอาหารอยู่หน้าโรงเรียน และยังทำเหมือนหลานสาวใส่ร้ายทำให้โรงเรียนเกิดความเสียหาย  และปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงเรียน น่าจะเกิดจากเด็กหญิงเล่นเครื่องเล่นหรือปั่นจักรยานจนทำให้มีเลือดออก และขอให้ย้ายเด็กไปเรียนที่โรงเรียนอื่น ทางครอบครัวจึงพาหลานสาวเข้าแจ้งความ

 

ขณะแจ้งความ หลานสาวมีเลือดไหลออกจากอวัยวะเพศตลอด ตำรวจจึงให้รีบพาเด็กไปโรงพยาบาล โดยแพทย์ได้วินิจฉัยว่า อาจจะมีการร่วมประเวณี ตำรวจจึงทำการสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการ และต่อมาวันที่ 30 ม.ค. 2562 ผู้ก่อเหตุทั้งสองได้เข้ามอบตัว แต่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ท้ายสุดศาลตัดสินว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดจริง แต่เนื่องจากจำเลยอายุไม่ถึง 10 ปี ตามกฎหมายจึงไม่ต้องรับโทษ

 

หลังเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ทางโรงเรียนไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวตนแต่อย่างใด ไม่เคยเรียกให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกัน ทางคู่กรณีก็ไม่เคยติดมากลับมา ทั้งยังพยายามปิดเรื่องให้เงียบ นอกจากนี้ยังมีลักษณะข่มขู่ว่า ทางครอบครัวกุเรื่องใส่ร้ายทางโรงเรียนเพื่อเรียกร้องเงิน

 

ซึ่งขณะนี้หลานสาวยังมีอาการเลือดออกอยู่เป็นระยะ ซึ่งยังต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการซึมเศร้า ไม่ร่าเริง มักหวาดผวาเวลาฝนตกฟ้าร้อง หรือเวลาพบคนแปลกหน้า จึงให้หลานย้ายโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว โดยค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดทางครอบครัวไม่เคยได้รับการช่วยเหลือใดๆเลย

 

ด้านทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า จากการสอบถาม กว่า 5 เดือนนับจากวันเกิดเหตุ ทางครอบครัวไม่เคยได้รับการช่วยเหลือหรือเยียวยาจากพ่อแม่เด็กที่ก่อเหตุ รวมทั้งโรงเรียน แม้แต่บาทเดียว ซึ่งทางโรงเรียนเคยแจ้งว่าจะช่วยเหลือเป็นเงิน 10,000 บาท แต่ขอครอบครัวอย่าไปร้องเรียนกับสื่อหรือหน่วยงานไหน

 

เนื่องจากจะทำให้ทางโรงเรียนถูกตัดงบประมาณการศึกษา แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเงิน จึงตัดสินใจร้องเรียนไปยังสำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐานในจังหวัดอุบลราชธานี แต่กลับได้รับหนังสือตอบกลับว่า ไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นในโรงเรียน ทางครอบครัวของเด็กหญิงจึงต้องร้องเรียนมายังตนเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

โดยวันนี้ (6 มิ.ย.) เวลา 13.30 น. ตนจะแถลงข่าวพร้อมกับครอบครัวของผู้เสียหาย และจะเข้าร้องเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อทวงหาความเป็นธรรม เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรงและละเอียดอ่อนมาก ถึงแม้ตัวเด็กจะไม่ต้องรับโทษทางอาญา แต่ในทางแพ่งทางครอบครัวผู้ก่อเหตุ และโรงเรียน ควรแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ ไม่ใช่เงียบกันหมดแบบนี้

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CSxGqPlc3Mw

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top