ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

พ่อร้องปวีณาลูกสาววัย 11 ถูกครูสั่งวิ่งรอบสนามจนเป็นลมเสียชีวิต ร.ร.แจงมาตรการส่งตัวไปรพ.ทำตามขั้นตอน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 | 7 นาที 49 วินาที 10,375

นายณัฐพล วัชรมณเฑียร พ่อของ ด.ญ.ภัทราพร อายุ 11 ปี นักเรียนโรงแรงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ชั้น ป.5 เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าครูพละสั่งลงโทษนักเรียนทั้งห้องให้วิ่งรอบสนาม 4 รอบ จนเสียชีวิต

 

นายณัฐพล บอกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ลูกสาวได้ไปเรียนตามปกติ จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.45 น. ทางโรงเรียนได้โทรศัพท์ติดต่อมาแจ้งตนว่าให้มารับตัวลูกสาวกลับ เนื่องจากไม่สบาย ตัวร้อนมาก ต่อมาเวลา 15.30 น. ตนและยายได้เดินทางไปรับตัวลูกสาวที่ห้องพยาบาล ตนสังเกตเห็นว่าลูกสาวมีอาการนอนตัวสั่น หายใจแรง ไม่ลืมตา และลูกสาวบอกว่าในตัวรู้สึกร้อนมาก อาสาพยาบาลก็ได้บอกอีกว่า เด็กขอน้ำดื่มอยู่ตลอดเวลา

 

ตนเห็นว่าอาการแย่แล้ว จึงรีบอุ้มบุตรสาวออกจากห้องพยาบาลและนำส่ง โรงพยาบาลตากสิน ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลลูกสาวมีอาการคลื่นไส้อาเจียน และเริ่มพูดคุยไม่รู้เรื่อง ร่างกายมีอาการเกร็ง จากนั้นก็หมดสติไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเข้าห้องฉุกเฉิน หมอแจ้งว่าลูกสาวได้เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลแล้ว

 

จากนั้นตนจึงได้เข้าแจ้งลงบันทึกประจำวันที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เพื่อขอนำศพบุตรสาว ส่งชันสูตรที่สถานบันนิติเวช รพ.ศิริราช แล้ว ซึ่งจะต้องรอผลชันสูตรอีก 45 วัน และหลังจากที่บุตรสาวเสียชีวิตทางพยาบาลอาสาได้โทรศัพท์ติดต่อมาสอบถามกับยายว่า ลูกสาวเป็นอย่างไรบ้าง ยายก็แจ้งว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว และก็ไม่มีใครติดต่อมาอีกเลย

 

วันต่อมา (24 ม.ค.) ตนเข้าไปติดต่อกับทางโรงเรียน และพบผู้อำนวยการโรงเรียน จึงได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าผู้อำนวยการ แจ้งว่ายังไม่ทราบเรื่องและยังไม่ได้รับรายงานใดๆ เพิ่งจะทราบรายละเอียดที่ผู้ปกครองแจ้ง ณ ขณะนั้น โดยจะขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นผู้อำนวยและคณะครูได้มาร่วมเป็นเจ้าภาพงานศพบุตรสาวในคืนที่ 3 พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือทางครอบครัวจำนวนหนึ่งเท่านั้น

 

แต่จากการสอบถาม เพื่อนสนิท ของลูกสาวที่เป็นคนพาไปส่งห้องพยาบาล บอกว่า ในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ลูกสาวเข้าเรียนในคาบที่ 4 ซึ่งเป็นวิชาพละศึกษาโดยนักเรียนทุกได้ลงไปเรียนในวิชาดังกล่าวบริเวณสนามของโรงเรียน ขณะที่ที่ครูกำลังสอน มีนักเรียนชายเล่นกันในเวลาเรียน ครูประจำวิชาจึงได้ลงโทษนักเรียนทุกคน โดยการสั่งให้ไปวิ่งรอบสนาม จำนวน 4 รอบ แล้วอยู่ๆ ลูกสาววิ่งแล้วล้มลงกับพื้นสนาม เพื่อนๆเห็นจึงได้นำตัวส่งห้องพยาบาลของโรงเรียน ซึ่งมีครูอาสาพยาบาล ปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยการเช็ดตัวให้ และลูกสาวพอรู้สึกตัวอยู่บ้างและพยายามที่จะเดินมากดน้ำดื่ม แต่ก็ได้ล้มลงอีก

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวติดใจในประเด็นที่ ลูกสาวเป็นลมตั้งแต่เวลาประมาณ 11.00 น.ถึง เวลา 14.45 น. ทำไมทางโรงเรียนถึงไม่แจ้งผู้ปกครองทราบ หรือนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งหากนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีลูกสาวอาจจะไม่เสียชีวิต และทำไมผู้อำนวยการโรงเรียน หรือ ครู ไม่ได้เข้ามาดูแลลูกสาวเลย ตอนที่ไม่สบาย

 

เบื้องต้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสาน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมต่อไป

 

ทางทีมข่าวได้พูดคุยกับครูฝึกสอนวิชาพละ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ในวันที่เกิดเหตุตนเป็นผู้สอน โดยมี ครูไชยยันต์ นาคทิม ครูพี่เลี้ยงหรือครูเจ้าของวิชา คอยกับดูแล

 

โดยก่อนที่จะเริ่มการเรียนการสอน ด.ญ.ภัทราพร ได้เดินมาบอกว่าตัวเองไม่สบาย ตนจึงบอกให้ไปพัก แต่ ด.ญ.ภัทราพร ไม่ไป ขอร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ ซึ่งการสอนในวันดังกล่าวตนได้ให้นักเรียนยืดเส้นยืดสาย ด้วยท่าทางออกกำลังกาย และให้นักเรียนทั้งหมดวิ่งรอบสนาม 4 รอบ เพื่อเป็นการวอร์ม ตนยืนยันว่าการวิ่ง 4 รอบ ไม่ได้เป็นการลงโทษแต่อย่างใด และเวลาสอนก็ได้ให้เด็กทุกคนวิ่งรอบสนามอยู่แล้ว ซึ่ง 1 รอบสนาม มีระยะทางทั้งหมด 100 เมตร

 

ครูฝึกสอน บอกอีกว่า ตลอดเวลาในคาบเรียน ด.ญ.ภัทราพร ก็ร่วมทำกิจกรรมโดยตลอด และไม่ได้มีอาการใดๆ หรือเป็นลมล้มลงไปกับพื้น แต่หลังจากนั้นนักเรียนทั้งหมดก็ไปเรียนคาบอื่นต่อไป

 

ด้าน นายระวัง ลี้วิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทุ่งครุ เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่องจากผู้ปกครอง ตนก็ได้ไปสอบถาม พยาบาลอาสา จากศูนย์บริการสาธารณสุข ที่เข้ามาประจำที่โรงเรียนในวันดังกล่าว ทราบว่าตอนที่ ด.ญ.ภัทราพร มาห้องพยาบาล ก็มีอาการป่วย ตัวร้อน ทางพยาบาลก็ได้ดูแลเช็ดตัว และติดต่อผู้ปกครองให้มารับ ซึ่งก่อนหน้าที่จะออกไปพยาบาลอาสาได้ทำการแนะนำให้ไปที่ศูนย์พยาบาลก่อน แต่ทางผู้ปกครองบอกว่าไม่เป็นไรจะนำตัวเด็กไปโรงพยาบาลเลย จนวันต่อมาผู้ปกครองมาบอกว่าเด็กเสียชีวิตขณะเดินทางไปโรงพยาบาล

 

ซึ่งหลังจากทราบเรื่องตนและครูที่โรงเรียนก็ได้รวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเดินทางไปร่วมงานศพทุกวัน จนกระทั่งวันฌาปนกิจศพ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้ขอคุยกับตน และขอให้ช่วยเหลือค่าประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพิ่ม ซึ่งทางตนก็ได้บอกไปว่าให้ทางครอบครัวไปคุยกันมาก่อนว่าต้องการเท่าไหร่ แต่ทางครอบครัวก็ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา จนกระทั่งวันนี้   

                          

แต่จากการสอบถามเพื่อนสนิทของ ด.ญ.ภัทราพร ทราบว่า ด.ญ.ภัทราพร มีอาการป่วยตั้งแต่เช้าของวันที่เกิดเหตุแล้ว

 

ทั้งนี้ทางโรงเรียนมีมาตราการที่จะส่งนักเรียนไปโรงพยาบาล คือหากนักเรียนเกิดอุบัติเหตุก็จะให้อาจารย์ในโรงเรียนพาไปส่ง รพ. หากบาดเจ็บสาหัสก็จะติดต่อรถกู้ภัยหรือรถพยาบาลรับ ส่วนนักเรียนที่มีอาการเจ็บป่วยพื้นฐาน เป็นไข้ ทางโรงเรียนก็จะให้นักเรียนไปห้องพยาบาลเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็จะโทรตามให้ผู้ปกครองมารับ เบื้องต้นทางพยาบาลอาสาก็ได้ปฎิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง

 

ส่วนที่ผู้ปกครองบอกว่า ด.ญ.ภัทราพร ไม่สบายตั้งแต่เวลา 11.00 น. แล้วเพิ่งโทรแจ้งประมาณ 15.00 น. นั้น ความจริงแล้ว ด.ญ.ภัทราพร เรียนวิชาพละในคาบที่ 4 ตั้งแต่เวลา 12.30 -13.30 น. หลังจากนั้นจึงมาห้องพยาบาล แล้วดูอาการ ก่อนจะติดต่อให้ผู้ปกครองมารับ

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XQFuMwDFO48

 

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top