ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ตาวัย 72 ขอโทษขับเก๋งขวางรถพยาบาล แจงไม่เจตนา ไม่รู้จะเบี่ยงทางไหน เผยหูตึงข้างขวาได้ยินไม่ชัด

วันที่ 6 ธันวาคม 2561 | 6 นาที 24 วินาที 25,685

จากกรณีที่มีผู้โพสต์คลิปรถเก๋งสีขาวไม่ยอมหลบรถฉุกเฉินลงในโลกโซเชียล โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เวลาประมาณ 17.40 น. รถโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาได้นำคนป่วยฉุกเฉินจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลับบูรพาไปที่ รพ.ชลบุรี ซึ่งคนป่วยมีอาการป่วยเกี่ยวกับหัวใจมีอาการจุกแน่นกลางหน้าอกซึ่งอยู่ในภาวะฉุกเฉินต้องทำการบอลลูนหัวใจอย่างเร่งด่วน ซึ่งได้มีการนำคนป่วยขึ้นรถเพื่อไปรพ.ชลบุรี

 

แต่ในเส้นทางการจราจรหนาแน่นทำให้รถฉุกเฉินจะต้องหลบเลี่ยงเพื่อให้ถึง รพ.ให้เร็วที่สุด แต่มีรถเก๋งคันหนึ่งไม่ยอมหลบให้รถฉุกเฉิน ถึงแม้รถฉุกเฉินจะเปิดทั้งไฟและเสียงทำให้รถฉุกเฉินไปต่อไม่ได้ ซึ่งในรถมีลูกของคนป่วยรู้สึกร้อนใจเพราะกลัวพ่อจะเป็นอะไรไป จึงลงจากรถฉุกเฉินและพยายามไปบอกกับรถเก๋งคันดังกล่าวให้ช่วยหลบให้หน่อย เพราะในรถฉุกเฉินมีคนป่วยอาการหนัก

 

แต่รถคันดังกล่าวก็ไม่ยอมหลบแต่อย่างใด จนกระทั่งรถฉุกเฉินต้องพยายามขยับและหาช่องทางหลบรถเก๋งคันดังกล่าวเพื่อไปให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ซึ่งมีผู้ที่จอดอยู่ใกล้ได้เห็นเหตุการณ์จึงได้มีการถ่ายคลิปวีดีโอและนำไปลงในเฟซบุ๊กถามถึงความมีน้ำใจซึ่งมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

 

ต่อมาเจ้าของรถคันสีขาวได้ออกมาโพสต์ชี้แจงว่า "จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิป ดิฉันอยากจะชี้แจงดังนี้ ก่อนอื่นต้องกราบขออภัยทุกท่าน ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางดิฉันเป็นเจ้าของรถจริง และขณะที่เกิดเหตุ ดิฉันยังอยู่ที่ทำงานพร้อมเพื่อนๆ และหัวหน้างาน และได้สอบถามทางบ้าน ซึ่งเวลาดังกล่าวคุณพ่อได้ขับรถออกไปทำธุระจริง ซึ่งคุณพ่อเป็นคนขับและท่านก็อายุเยอะ 70 กว่าๆ แล้ว จากที่ได้ดูคลิปแล้วดิฉันก็เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณพ่อก็ชี้แจงว่าไม่มีเจตนาที่จะกีดขวางรถพยาบาลแน่นอน

 

ท่านพยายามจะหลบหลีกแต่ด้วยอายุเยอะการตัดสินใจอาจจะล่าช้า หรือดูงกๆ เงิ่นๆ และคุณพ่อบอกว่า ณ ช่องทางตรงนั้นถ้าเดินรถไป กลัวว่าจะไม่พ้น ณ สายตาทีท่านมองอยู่ตรงจุดนั้น จึงทำให้เกิดภาพอย่างทีเห็นชึ่งท่านก็เสียใจกับเหตุการณ์ทีเกิดขึนเข้าใจที่เพื่อนๆ พี่น้องจะมองว่าเป็นคนแล้งน้ำใจ แต่ขอยืนยันค่ะว่าครอบครัวเราไม่ใช่คนแบบนั้นและถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ครอบครัวเราพร้อมที่หลบหลีกเสมอ และตระหนักถึงความสำคัญตรงจุดนี้อยู่แล้ว ดิฉันจึงขอน้อมรับในความคิดเห็นและขออภัยจากใจจริงด้วยค่ะข้อความทั้งหมดดิฉันขอยืนยันด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ และน้อมรับผิดมา ณ ตรงนี้" ซึ่งโพสต์ดังกล่าว ก็ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้จากการสอบถามนาย เสกศักดิ์ กระแสสิน อายุ 39 ปีคนขับรถฉุกเฉินบอกว่าตนเองเป็นคนขับรถก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่เป็นช่วงที่ญาติของผู้ป่วยที่ไปด้วย เห็นพ่อป่วยฉุกเฉินจึงตัดสินใจลงไปขอความเห็นใจช่วยขยับรถ ซึ่งทางญาติของผู้ป่วยไม่ขอให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ส่วนเจ้าของรถเก๋งสีขาวออกมายอมรับและบอกว่าพ่อ อายุ 70 ปีเป็นคนขับ ทางคนขับรถฉุกเฉินให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เห็นเป็นผู้ชายรูปร่างใหญ่เป็นคนขับ ซึ่งหลังจากที่ญาติผู้ป่วยขึ้นรถก็พยายามหาช่องทางหลบเลื่องเพื่อไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด และทันเวลา ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยด้วยดี

 

ล่าสุดนายประวิทย์ บุญธานีปกรณ์ อายุ 72 ปี คุณตาที่ขับรถในวันเกิดเหตุ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ได้ไปทำธุระที่ตลาดหนองมน ตนเห็นว่ารถพยาบาลขับตามหลังมาเสียหวอดังมาก ตนอยู่ตรงกลางช่องซ้ายก็มีรถ ขวาก็มีรถ ตนไม่รู้ว่าจะหลบซ้ายหรือขวาดี จะแซกกลางเข้าไปก็กลัวว่าจะเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นเดี๋ยวก็จะเกิดอุบัติเหตุ อีกอย่างหูตนก็ตึง 1 ข้าง และไม่รู้ด้วยว่ามีพยาบาลลงมาเรียกอยู่ข้างรถ แต่ถึงอย่างไรต้องขอโทษสังคมด้วย ตนไม่มีเจตนาที่จะกีดขวางรถพยาบาลแต่อย่างใด

 

ด้านนางชลัยรัตน์ เงสันเที๊ยะ อายุ 60 ปี ภรรยาคุณตาประวิทย์ ได้เผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาหาที่บ้านพร้อมนำหมายเรียกมาให้ไปพบพนักงานสอบสวน พร้อมเสียค่าปรับ 500 บาท ในวันนี้ (6 ธ.ค.) ในข้อหาผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 76 ซึ่งกำหนดไว้ว่า เมื่อคนเดินเท้าหรือผู้ขับขี่ เห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบหรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน ต้องหยุดและหลบให้ชิดขอบทางด้านซ้าย หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท โดยได้ขอโทษพร้อมวอนสังคมหยุดเถอะอย่าต่อว่าลูกสาวเลย เพราะเขาไม่รู้เรื่อง

 

ขณะที่นายสุริยา โปร่งน้ำใจ ผอ.โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ได้บอกถึงอาการคนป่วยว่า คนป่วยมีอาการจุกแน่นกลางหน้าอกซึ่งจะต้องได้รับการบอลลูนหัวใจด่วนซึ่งถือว่าคนป่วยอยู่ในอาการวิกฤตมีโอกาสหัวใจหยุดเต้นได้ จึงต้องถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเพื่อทำการรักษา โดยผู้ป่วยถึงโรงพยาบาลได้ทันเวลาพอถึงโรงพยาบาลก็รีบส่งตัวเข้าทำการบอลลูนหัวใจทันที ล่าสุดคนป่วยปลอดภัยแล้ว

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/aGZULGzxqB4

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top