ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

'น้ำหวาน เมจิกสกิน' ปัดปล่อยคลิป-แชทไลน์ ตร.เรียกเงิน ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

วันที่ 5 กันยายน 2561 | 5 นาที 37 วินาที 1,823

โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปเสียงและแชทไลน์ ซึ่งระบุว่าเป็นการสนทนาระหว่างพนักงานสอบสวนสังกัดกองปราบปราม กับผู้เสียหายในคดีเมจิกสกิน โดยเนื้อหามีการเรียกรับเงินเพื่อช่วยเร่งรัดคดี ขณะที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย นอกจากนี้จะมีการดำเนินคดีทางอาญาด้วยนั้น

 

ด้านผู้เสียหายที่ปรากฎในเสียงคลิปคือ น้ำหวาน ซึ่งเป็นแม่ทีมสินค้าลดน้ำหลัก แอปเปิ้ลสลิม ผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิกสกิน และยังตกอยู่ในสถานะทั้งผู้เสียหายจากการถูกหลอกขายผลิตภัณฑ์ และเป็นผู้ถูกกล่าวหาขายสินค้าปลอม ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องคลิปดังกล่าว ตนยอมรับว่าเป็นผู้อัดคลิปและเป็นผู้ที่คุยไลน์กับนายตำรวจกองปราบฯจริง แต่ไม่ได้เป็นคนที่นำคลิปและแชทไลน์มาเผยแพร่

 

และขณะนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะปกติตนจะมีกลุ่มไลน์ที่ตั้งขึ้นที่มีเฉพาะตัวแทนคนสนิท 5 คน ซึ่งเอาไว้ส่งข่าวสาร รวมถึงหลักฐานและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวกับคดี ซึ่งตนก็ได้ส่งคลิปเสียงและแชทไลน์ลงในกลุ่มดังกล่าวด้วย เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า อย่างน้อยจะได้มีคนรับรู้

 

ส่วนเนื้อหาในคลิปที่มีการเผยแพร่นั้น เริ่มจากมีเอกสารในคดีของตนหลุดออกมา ซึ่งเอกสารทั้งหมดตนได้ทำตำหนิไว้ และเมื่อตรวจสอบเอกสารชุดดังกล่าวก็พบว่าเป็นเอกสารตัวจริงที่ตนส่งให้กองปราบฯ เมื่อติดตามกับเจ้าหน้าที่ก็พบว่ามีการโอนย้ายสำนวนคดีของตนจากกอง 2 เป็นกอง 3 จึงได้พบกับตำรวจในคลิปในวันที่ 2 ส.ค. เพื่อสอบถามว่าเอกสารในคดีหลุดมาได้อย่างไร เพราะเป็นเอกสารที่ใช้ฟ้องเจ้าของแบรนด์และหากหลุดไปถึงฝั่งคู่กรณีก็อาจเตรียมนำไปสู้ได้

 

แต่เจ้าหน้าที่ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้หลุดจากกองปราบฯ โดยตนก็ได้บอกว่าไม่สบายใจเพราะเอกสารดังกล่าวยังไม่มีการแก้ตัวเลขความเสียหาย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยสอบตนเพิ่มในประเด็นนี้ ซึ่งเขาบอกว่าเดี๋ยวทำให้ พร้อมพูดทีเล่นทีจริงว่าขอค่าน้ำชา 2 หมื่นบาท ซึ่งก็ได้โอนไปให้ก่อน 5 พันบาทอย่างที่ปรากฎในแชทไลน์

 

นอกจากนี้เสียงในคลิปที่พูดถึงที่ดินเป็นการสอบถามเพื่อจะช่วยขาย เพราะก่อนหน้านี้ที่ดินผืนดังกล่าวซึ่งอยู่ใน จ.ชลบุรี ตนได้จำนองได้เงินมา 6.6 ล้านบาท นำมาจ่ายให้กับลูกข่ายที่ได้รับความเสียหาย แต่ตนไม่มีเงินที่จะไปถอนคืนหากคดียังไม่จบ ซึ่งตำรวจนายดังกล่าวก็ได้ให้คำแนะนำว่าให้นำมาขายดีกว่าโดนยึด ซึ่งเขาจะช่วยและได้เป็นค่านายหน้า

 

ส่วนในแชทไลน์ที่ปรากฎเรื่องเงิน 2 ล้านนั้น ตำรวจนายดังกล่าวเป็นคนพิมพ์มาเองว่าอยากมีเงิน 2 ล้าน เพราะติดหนี้ ซึ่งตนไม่รู้เจตนาว่าเขาจะขอเงิน หรือแค่บ่นให้ฟังเฉยๆ แต่ตนก็ได้ตอบแบบติดตลกไปว่า "ไม่มีเพราะตอนนี้จนมาก"

 

แต่ยอมรับว่าเคยโดนตำรวจที่ชลบุรีเรียกเงิน 1 ล้านจริง ตั้งแต่ตอนที่ตกเป็นผู้ต้องหาขายสินค้าปลอม เนื่องจากมีการฝากสินค้าดังกล่าวไว้ที่บ้านตนเป็นจำนวนมากก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาตรวจค้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เรียกเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อไม่ส่งฟ้อง แต่ตนไม่มีเงินให้ จึงต้องใช้เงิน 1 แสนเพื่อประกันตัวออกมา แต่จากนั้นคดีจึงไม่มีความคืบหน้า และทราบว่ามีการเปลี่ยนตัวเจ้าของคดีด้วย

 

ตนขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร และวันนี้ที่ตนฟังการแถลงข่าวของ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ก็รู้สึกว่าเป็นบทลงโทษที่รุนแรงเกินไป เพราะตนไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้  และรู้สึกเห็นใจด้วย รวมทั้งอยากให้เร่งดำเนินคดีกับเจ้าของแบรนด์ เพราะตอนนี้ตนเดือดร้อน ครอบครัวก็เดือดร้อน ตัวแทนทั้งหมดก็เดือดร้อนด้วย ซึ่งวันนี้ได้เข้าไปพูดคุยกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ก็รับปากว่าจะช่วยเร่งรัดคดีให้ ทำให้ตนและตัวแทนมีความหวังขึ้นมามาก

 

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ กองปราบปราม ได้แถลงถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กับพนักงานสอบสวนคดีเมจิกสกิน พร้อมพิจารณาให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างสอบสวน เบื้องต้นจากหลักฐานทำให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดจริง อีกทั้งยังพบว่ามีการรับเงินจากผู้เสียหายไปแล้วถึง 5,000 บาท จากการเรียกรับเงินจำนวน 15,000 บาท

 

หลังจากนี้ตำรวจนายดังกล่าวจะต้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงกับคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งตามกำหนดการจะกลับจากการฝึกอบรมที่สถาบันการสอบสวน ในวันที่ 14 กันยายนนี้

 

นอกจากนี้ทางผู้บังคับการกองปราบปราม ได้กล่าวขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถดูแลข้าราชการในสังกัดที่มีอยู่กว่า 1,200 นาย ให้อยู่ในความเรียบร้อยได้ แต่ขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจกองปราบ พร้อมฝากถึงตำรวจในสังกัดทุกนาย ให้อดทนอดกลั้นต่อคำวิจารณ์ และฝากถึงประชาชนว่าทางตำรวจจะไม่มีการเรียกรับเงินจากการทำสำนวนคดีใด ๆ ทั้งสิ้น

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/py4NFcuILuI

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top