ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

'ลุงชื่น' ยันเครื่องปั่นไฟ ของจริง ไม่ลวงโลก กฟผ.แจงไม่พบชื่อเป็น พนง.การไฟฟ้า

วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 | 5 นาที 27 วินาที 16,996

จากกรณีนายชื่น ฝันเมฆ อายุ 75 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ อดีตพนักงานจ้างชั่วคราว การไฟฟ้าแห่งประเทศไทย คิดค้นเครื่องปั่นไฟฟ้าด้วยมือ แต่สามารถใช้ไฟฟ้าได้นานถึง 6-8 ชั่วโมง เพียงใช้ระบบเฟืองเข้ามาช่วยขับเคลื่อน

 

สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ 500 วัตต์ ได้เหมือนกระแสไฟฟ้าใช้งานทั่วไป พร้อมระบุว่าได้จดสิทธิบัตรเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาคนไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีบริษัทต่างชาติสั่งจองนับล้านเครื่อง ราคาต้นทุนการผลิตเพียง 16,000 บาท แต่มีบางคนวิจารณ์และตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ และตั้งข้อสมมติฐานเกี่ยวกับการใช้แรงในการผลิตไฟฟ้า

 

ล่าสุด ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูลบุคคล กฟผ. ตั้งแต่ปี 2539 ไม่พบว่า นายชื่น ฝันเมฆ เคยเป็นอดีตพนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แต่อย่างใด

 

ด้านลุงชื่นเปิดใจว่า ตนเองเรียนจบ ป.4 ปี 2512 ไปเรียนต่อช่างกลปทุมวัน จากนั้นได้ไปดูงานที่เมืองชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อฝึกเรื่องเครื่องจักรกล กลับมาทำงานการไฟฟ้า เป็นลูกจ้างชั่วคราว ติดตั้งหม้อแปลง และลาออกไปทำงานเขียนแบบ และมาศึกษาเรื่องระบบเฟือง และคิดว่าจะทำอย่างไร จึงจะผลิตเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ จนผลิตเครื่องนี้ออกมา

 

สำหรับเครื่องที่ผลิตขึ้นนี้ราคาไม่แพง ต้นทุนกว่า 10,000 บาท เท่านั้น บนดอยที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ก็เอาไปใช้ได้ พร้อมยืนยันว่า ปั่นด้วยมือเพียง 15 นาที ใช้งานไฟฟ้าได้ 6-8 ชั่วโมง ทั้งนี้ เรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นว่าเครื่องจะใช้ได้จริงหรือไม่นั้น ตนขอเชิญมาตรวจสอบ และท้าพิสูจน์ได้ เครื่องใช้งานได้จริง ถ้าไม่จริงตนคงโดนจับติดคุกไปแล้ว

 

ขณะเดียวกัน มีคนติดต่อเข้ามาขอให้ผลิตเครื่องปั่นไฟฟ้าด้วยกำลังมือเป็นจำนวนมาก ประมาณ 1 ล้านเครื่อง โดยตนเองได้จดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้ว จะขายสิทธิบัตรให้บริษัทแห่งหนึ่งที่ประเทศไต้หวัน เพื่อผลิต และกำลังจะเปิดให้บริษัทที่สนใจกว่า 100 บริษัท เข้ามาประมูลเพื่อสร้างและต่อยอดผลงานนวัตกรรมเครื่องปั่นไฟฟ้าด้วยกำลังมือต่อไป

 

ด้านนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.)  กล่าวชื่นชมลุงชื่นว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่คนไทยให้ความสำคัญในการคิดค้นสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เพราะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งกรมฯเอง ก็มีจุดยืนในการสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และยังได้ช่วยเพิ่มช่องทางในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ด้วย

 

สำหรับสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว ขณะนี้ได้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์กับกรมฯไว้แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้น โดยยังไม่มีการประกาศโฆษณา ซึ่งตามข้อกฎหมาย กรมฯ ไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดของการประดิษฐ์ได้ แต่ในระหว่างนี้ หากท่านใดสนใจอยากทราบข้อมูลสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อไปยังเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ได้โดยตรง

 

 

 
 
 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3tfKfLM-Oe8

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top