ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

'บิ๊กโจ๊ก' สนธิกำลังตรวจอาคารเสือป่าพลาซ่า จับต่างด้าว 22 คน ยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 6 หมื่นชิ้น มูลค่า 12 ล้านบาท

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 | 2 นาที 19 วินาที 2,603

รักษาราชการแทนการผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จับกุมต่างด้าวได้ 22 คน ยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากว่า 60,000 ชิ้น เตรียมคาดโทษหากพบตำรวจในพื้นที่ปล่อยปะละเลย พร้อมเตรียมใช้มาตรการยึดทรัพย์ตาม พรบ.ฟอกเงินกับผู้ขายในอาทิตย์หน้า
 
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 และเจ้าหน้าที่ศุลกากร เข้าตรวจสอบอาคารเสือป่าพลาซ่า หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีแรงงานต่างด้าวลักลอบจำหน่ายสินค้าอยู่จำนวนมาก จากการตรวจสอบร้านค้า 90 ร้าน พบการกระทำความผิด 18 ร้าน จับกุมนายจ้างซึ่งเป็นคนไทย 1 คน แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย ทั้งหมด 22 คน เป็นชาวจีน 7 คน กัมพูชา 12 คน เมียนมา 2 คน และไม่มีสัญชาติอีก 1 คน
 
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหานายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่แรงงานต่างด้าวถูกแจ้งข้อกล่าวหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมาย ผิดประเภท ตามพรกการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 50,000 บาท เมื่อชำระค่าปรับแล้วให้ส่งตัวกลับออกนอกราชอาณาจักรทันที ส่วนร้านค้าที่เหลืออีก 17 ร้าน จะทำการตรวจสอบขยายผลออกหมายเรียกเจ้าของร้านมารับทราบข้อต่อไป
 
นอกจากนี้ ยังขึ้นไปตรวจสอบร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ แบบขายส่งและเป็นล็อกเกตสินค้าพบมีการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและหลีกเลี่ยงภาษีจำนวนมากโดยมี นายเอกวิชญ์ หลักเพชร และ นางเจิ้ง อี้หงส์ สามี ภรรยา เจ้าของร้าน ขณะจำหน่ายสินค้าอยู่ในร้านไม่มีชื่อจึงได้ตรวจยึดสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรอีกทั้งสินค้าที่ไม่แสดงฉลากและสินค้าที่ไม่ผ่านศุลกากรที่มีทั้งอะไรจอสัมผัสโทรศัพท์มือถือหูฟังฝาหลังโทรศัพท์มือถือเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ยี่ห้อซัมซุงและยี่ห้อ iPhone กว่า 60,000 ชิ้นยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมดมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12 ล้านบาท
 
เบื้องต้นแจ้ง 6 ข้อกล่าวหา คือ 1 นำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 500,000. 2 นำของที่ไม่ผ่านศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ รวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ 3 จำหน่าย หรือเสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม หรือเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 400,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 4 ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากตามมาตรา 30 พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 โดยไม่มีฉลาก หรือมีฉลาก แต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 5 เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตระวางโทษปรับตั้งแต่ 5000 บาทถึง 50,000 บาท เมื่อชำระค่าปรับแล้วให้ส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรทันที และ 6 รับต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน
 
อย่างไรก็ตาม พลตำรวจตรีสุรเชษฐกล่าวว่าทก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยเข้าตรวจค้น อาคารเสือป่า จับกลุ่มชาวต่างชาติและตรวจยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีหลายครั้ง ซึ่งวันนี้ประสานผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หากมีการตรวจค้นและพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ปล่อยปะละเลย ให้มีต่างด้าวเข้ามาทำงาน และให้มีการลักลอบขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สินค้าเลี่ยงภาษี จะต้องคาดโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ทันที และอาทิตย์หน้าจะมีการนำมาตรการยึดทรัพย์ ตาม พรบ.ฟอกเงินพ.ศ. 2542 มาตรา 3 มาใช้กับผู้ขาย เพราะการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดมูลฐานตามกฏหมายฟอกเงิน ทั้งนี้เพื่อให้ปัญหาดังกล่าวหมดไปจากบ้านเรา
 
 
 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top