ค้นหา :

จวกยับ! สาวโพสต์อวดเมาแล้วขับถูกจับ แต่ปล่อยกลับไม่ต้องขึ้นศาล แค่จ่ายเงินแถมได้ส่วนลด

วันที่ 28 มิถุนายน 2562 | 0 นาที 0 วินาที 3,356

โซเชียลจวกยับ! สาวโพสต์อวดถูก ตร.เชียงใหม่ จับเมาแล้วขับ แต่ไม่ต้องถูกดำเนินคดีและส่งขึ้นศาล เพียงแค่จ่ายเงินแถมได้ส่วนลด ขณะที่ ผกก.สภ.ภูพิงค์ สั่งเร่งตามตัวสอบถามข้อเท็จจริง หากมั่วนิ่มเล็งดำเนินคดี
 
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าขณะนี้บรรดาผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างพาแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากหลังจากที่วันนี้ (28 มิ.ย.62)เ พจเฟซบุ๊ค “กระโหลกแดง” โพสต์ภาพและบรรยายข้อความว่า "เมาแล้วขับ ไม่ต้องขึ้นศาลแถมมีส่วนลดด้วยอ่อ" โดยภาพที่โพสต์ บันทึกมาจากหน้าเฟซบุ๊คของผู้หญิงคนดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายขณะท่องเที่ยวอยู่ในสถานบันเทิงยามค่ำคืนอย่างสนุกสนานเมามัน และอีกรูปหนึ่งเป็นภาพบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ ที่บรรยายข้อความว่า "เกมได้ไง 8000 เหลือ3000 จบแยกกกกก!!" ซึ่งผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนใหญ่ต่างตำหนิพฤติกรรม ของหญิงสาวคนดังกล่าว ว่าไม่เหมาะสม และอาจจะทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเดือดร้อนเสียหายหากไม่เป็นเรื่องจริง
 

 

ด้านพันตำรวจเอกรณชัย รอดลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียแล้ว และเตรียมที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว โดยจะมีการติดตามหาตัวและประสานติดต่อพูดคุยในรายละเอียดกับหญิงสาวเจ้าของโพสต์ ถึงที่มาที่ไป ของการโพสต์เรื่องราวดังกล่าว ซึ่งหากตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริงอาจจะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายกับหญิงสาวคนดังกล่าวต่อไป เพราะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายและถูกเข้าใจผิด 
 
ขณะที่พันตำรวจโทเอนก ไชยวงค์ รองผู้กำกับการ(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เปิดเผยว่า จากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงคืนที่ผ่านมา มีผู้ที่ถูกจับส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับทั้งหมด 8 คน และทั้งหมดเป็นผู้ชาย ถูกนำตัวส่งฟ้องศาลทั้งหมดแล้วในวันนี้ ส่วนกรณีที่มีหญิงสาวนำเรื่องราวไปโพสต์ดังกล่าวในลักษณะที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหายนั้น จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าเป็นเช่นไร หากไม่เป็นความจริงอาจจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปฐานความผิดนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
 
ทั้งนี้จากการตรวจสอบเฟซบุ๊คของหญิงสาวคนที่เป็นต้นเรื่อง พบว่าล่าสุดได้ทำการลบโพสต์ดังกล่าว รวมทั้งโพสต์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องออกแล้ว ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อสอบถามเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวผ่านทางข้อความและทางโทรศัพท์ ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้
 
 
 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top