ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

รพ.พนมสารคามแจงปมญาติผู้ป่วยโพสต์ฉะ - เจ้าตัวขอโทษแล้ว รับไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

วันที่ 22 ตุลาคม 2560 | 5 นาที 57 วินาที 18,314

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์โพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง หลังออกมาตำหนิการทำงานของโรงพยาบาลพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่า "ว่าด้วยเรื่องโรงพยาบาลพนมสารคาม คนเจ็บท้องน้ำเดินไปคลอด ช่วงเวลา 00.00 น. พยาบาลบอกไม่ทำคลอดให้ เพราะไม่มีหมอ..แม่ตัวใหญ่ คลอดเองไม่ได้ ต้องผ่า ผ่าก็ผ่า..พยาบาลบอกอีกรอบ ก็ไม่มีหมอ ให้ไปโรงพยาบาลอื่น...เรื่องของเรื่องต้องไปเอง โรงพยาบาลไม่ส่งตัวไปให้ ณ จุดนั้น น้ำเดิน น้ำคร่ำแตก ผลสุดท้ายขับรถไปคลอดลูกเองที่โรงบาลเมือง เด็กออกตอนตี 3 ช่วงเวลาที่คุยกับหมอที่ รพ.พนมฯ ก็เกือบครึ่งชม. ถ้าไม่มีหมอจะเปิดทำซากอะไร!! ถ้าคนใกล้จะคลอดจริงๆ หัวเด็กโผล่ออกมาแล้วจะทำไง (เป็นโรงพยาบาล ที่โคตร...มากๆๆ) สัญชาติญาณความเป็นผู้บริการไม่มี รู้เลยเพราะเจอมากับตัวเอง"
 
ก่อนที่ในเวลาต่อมา ทางผู้บริหารโรงพยาบาลพนมสารคาม ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านทางเฟซบุ๊กระบุว่า 
 
1. ผู้โพสไม่ได้ไปกับผู้ป่วย และไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
 
2. ไม่มีแพทย์ในโรงพยาบาล??? จากข้อความ “คนเจ็บท้องน้ำเดินไปคลอดลูกช่วงเวลา 00.00 น.พยาบาลบอกไม่ทำคลอดให้ เพราะไม่มีหมอ" ข้อเท็จจริง คือ ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลเวลา 00.55 น. พยาบาลและเจ้าหน้าที่ห้องคลอดได้มีการซักประวัติและตรวจหน้าท้องและปากมดลูก และมีการรายงานแพทย์เวรมาตรวจประเมินซ้ำและรายงานอาการผู้ป่วยสูติแพทย์ เวลา 1.10 น. (จากภาพวงจรปิด แพทย์มาตรวจอาการระบุเวลา 1.03 น.)
ซึ่งทางโรงพยาบาล "มีแพทย์เวรประจำตลอด 24 ชม." ซึ่งมีทั้งแพทย์เวรใน และแพทย์เวรปรึกษาเฉพาะทางด้าน สูติกรรม กุมารเวชกรรม ศัลยกรรม และอายุรกรรม
 
จากภาพวงจรปิด แพทย์เวรได้ไปตรวจรักษาคนไข้ และใส่ชุดกาวน์ขาว ปักชื่อแพทย์ ซึ่งเป็นชุดมาตรฐานสำหรับแพทย์อยู่แล้ว ซึ่งไม่น่าทำให้สับสนว่าไม่มีแพทย์ได้
 
3. ต้องผ่าตัดคลอด??? เป็นความต้องการของผู้ป่วยและสามี ซึ่งทางทีมแพทย์เวรและพยาบาลห้องคลอด ได้มีการประเมินความก้าวหน้าของการคลอด ซึ่งผู้คลอดเคยผ่านการ "คลอดเอง" มาแล้ว 3 ครั้ง
นอกจากนี้ยังมีคำสั่งการรักษาเพื่อตรวจเลือดสำหรับมารดาที่มีภาวะความดันโลหิตสูง (แรกรับผู้ป่วยความดัน 160/100 มิลลิเมตรปรอท) ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอาการผู้ป่วยในขณะนั้น และการผ่าตัดต้องอยู่ในดุลยพินิจของสูติแพทย์ และสุดท้ายผู้ป่วยไปคลอดที่โรงพยาบาลพุทธโสธรด้วยการ "คลอดปกติทางช่องคลอด" ไม่ได้ผ่าตัดคลอดแต่อย่างใด และใช้เวลารอคลอดเพียงชั่วโมงเศษๆ
 
4. ไม่ส่งต่อ ต้องไปเอง??? ข้อความ “โรงบาลไม่ส่งตัวให้” “ผ่าก็ผ่า ก้อไม่มีหมอ ให้ไปโรงบาลอื่น เรื่องของเรื่อง ต้องไปเอง” ทั้งนี้ เนื่องจากแพทย์เวรได้ทำการอธิบายผู้คลอดและสามีแล้ว และจากการประเมินไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัด เนื่องจาก 3 ท้องแรกผู้ป่วยคลอดได้เอง และท้องนี้เป็นท้องที่ 4 ประเด็นนี้แพทย์เวรได้อธิบายสามีผู้คลอดแล้วว่าจะต้องรอดูอาการความก้าวหน้าเพื่อเข้าสู่ระยะของการคลอดเป็นระยะๆ และกรณีต้องใช้รถเพื่อส่งคนไข้ ต้องมี "ความสมเหตุสมผล" และมีความจำเป็นจริงๆ ที่โรงพยาบาลไม่สามารถให้การดูแลรักษาได้
 
ประกอบกับโรงพยาบาลต้องเตรียมรถส่งต่อไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินเร่งด่วน...ยกตัวอย่างเช่นถ้าโรงพยาบาลใช้รถส่งต่อตามความต้องการของผู้ป่วยหมด (โดยไม่สนข้อบ่งชี้) แล้วมีผู้ป่วยที่ต้องการใช้รถจริงๆเช่น อุบัติเหตุที่ต้องออกรับ ผู้ป่วยเจ็บแน่นหน้าอกที่ต้องออกรับ หรือผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดที่ต้องส่งต่อไปสวนหัวใจด่วน...โรงพยาบาลจะให้คำตอบกับกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้อย่างไร
 
อย่างไรก็ดีทางโรงพยาบาลพนมสารคาม นำโดยคณะผู้บริหารได้เชิญผู้โพสข้อความมาทำความเข้าใจ และชี้แจงข้อเท็จจริง เบื้องต้นผู้โพสได้ลบข้อความที่เป็นประเด็นปัญหาแล้ว และจะโพสขอโทษต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน
ทั้งนี้โรงพยาบาลพนมสารคามเป็นโรงพยาบาลที่มุ่งเน้นพัฒนาการดูแลผู้ป่วย ให้มีศักยภาพ และผู้ป่วยได้รับความปลอดภัย แต่ก็ต้องอยู่ในความถูกต้องและมาตรฐานวิชาชีพ ถ้ามีความบิดเบือนใดๆ ที่จะทำให้โรงพยาบาล และ/หรือผู้ปฏิบัติงานเสื่อมเสีย ทางโรงพยาบาลก็จำเป็นต้องดำเนินงานแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งทางด้านการชี้แจง และทางกฎหมายถ้าจำเป็น (มีความเห็นหลายส่วนจากผู้ปฏิบัติงานว่าทำไมไม่แจ้งความ เหมือนกรณีของโรงพยาบาลปลวกแดง ซึ่งทางคณะทำงานเห็นว่า ถ้าชี้แจง-ทำความเข้าใจแล้วจบด้วยดีทุกฝ่ายก็ยังไม่อยากแจ้งความ)
 
อยากให้เป็นบทเรียนของผู้โพส และผู้ที่ใช้สื่อ online ว่า การลงข้อมูลใดๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีความรู้ ใส่อารมณ์ และบางครั้งตั้งใจบิดเบือน ตอนนี้หลักฐานเชิงประจักษ์หลายอย่าง อาทิเช่นกล้องวงจรปิด และมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่สามารถเอาผิดผู้ที่ลงข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และก่อความเสียหายกับบุคคล องค์กรได้
 
ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลฯ ได้เชิญผู้โพสต์ข้อความมาทำความเข้าใจ และชี้แจงข้อเท็จจริง เบื้องต้นผู้โพสต์ได้ลบข้อความที่เป็นประเด็นปัญหาแล้ว และจะโพสต์ขอโทษต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน จึงอยากให้เป็นบทเรียนของผู้โพสต์ และผู้ที่ใช้สื่อออนไลน์ว่า การลงข้อมูลใดๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ใส่อารมณ์ และบางครั้งตั้งใจบิดเบือน มีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่สามารถเอาผิดผู้ที่ลงข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และก่อความเสียหายกับบุคคลและองค์กรได้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rDZuqzFmvfI

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top