ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ญาติโวยหลานป่วยกลางดึกโทรแจ้ง 1669 ไม่ยอมส่งรถมารับ-ให้กินยาพารา สุดท้ายเสียชีวิต

วันที่ 16 กันยายน 2560 | 4 นาที 10 วินาที 31,583

ความคืบหน้าจากกรณีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Api Brahman Land โพสต์ข้อความในเพจประจวบคีรีขันธุ์ ระบุว่า “หนึ่งชีวิตต้องจากไป ผลจากการทำงานที่ล่าช้าของสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ประจวบ คือไม่ยอมจัดส่งรถมารับผู้ป่วยหลังจากได้รับแจ้ง บอกแต่เพียงให้ไปกินยาพารา แล้วเช้าจะส่งรถมารับ ขนะนี้ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วสาเหตุ ติดเชื้อในกระแสเลือดมาถึง รพ. ช้าเกินไป ผมอยากใช้เจ้าหน้าที่คนที่รับเรื่องในวันที่ 12 เวลาประมาณตีหนึ่งมาขอขมาศพ หากไม่มาผมจะตามเอาเรื่องให้ถึงที่สุดครับจึงขออนุญาตเพจนี้ช่วยตามให้หน่อยครับ”  
 
 
ด้าน นายอภิเชษฐ์ พรรณไวย อายุ 41 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหลานชาย คือ นายสันติสุข พรรณไวย หรือน้องลูกชิต อายุ 20 ปี ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียตั้งแต่เด็ก โดยช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ย. หลานมีอาการปวดหัว กินยาพาราเซตามอลกับเช็ดตัวไปแล้วอาการไม่ดีขึ้น ญาติจึงโทรไปแจ้ง 1669 แต่เจ้าหน้าที่ที่รับสายเป็นผู้ชายบอกว่าให้กินยาพาราไปก่อน ตอนเช้าจะมารับ จากนั้นญาติได้โทรศัพท์แจ้งให้ตนทราบ ขณะทำธุระอยู่ในเมือง ตนจึงเดินทางกลับไปดูอาการของหลานและได้โทรไป 1669 อีกครั้งเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการช็อก เกร็งหายใจไม่ออก จนมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่
 
 
กระทั่งเวลาตีสาม ตนจึงตัดสินใจนำหลานขึ้นรถไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร ระหว่างทางถึง ต.อ่าวน้อย เห็นรถ 1669 ของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์สวนทางมา จึงได้ย้ายหลานชายใส่รถ 1669 ไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว จนกระทั่งหลานเสียชีวิตช่วงบ่ายของวันที่ 13 ก.ย. ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ตนไม่ต้องการเรียกร้องขอค่าเสียหาย แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ที่รับสายมาขอขมาศพ เพราะทำงานล่าช้าจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต และโรงพยาบาลจะต้องปรับปรุงเรื่องดังกล่าว ไม่ให้เกิดกับผู้ป่วยรายอื่น
 
 
ขณะที่ นายแพทย์ทรงฉัตร ศิริโยธิพันธุ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ได้เรียกเจ้าหน้าที่ทั้งสองราย มาสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ซึ่งตนเองคาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน ซึ่งในส่วนของทางโรงพยาบาลเอง ก็จะมีขั้นตอนในการปฏิบัติ โดยเมื่อมีการโทรเข้ามาแจ้งเคสเจ้าหน้าที่จะถามอาการของผู้ป่วย ถ้าอาการไม่หนักก็จะให้คำแนะนำ แต่ถ้ามีอาการวิกฤติ เจ้าหน้าที่จะรีบออกไปรับทันที ทั้งนี้จะนำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานวิทยุในวันเกิดเหตุ ไปขอขมาต่อหน้าศพ และในวันอาทิตย์ทางโรงพยาบาลจะเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพอีกด้วย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/aLoV7ihX2n0

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top