ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

สาวกรี๊ดลั่น โดนหนุ่ม จยย.ชกหน้า-ทุบกระจกแตก ทั้งที่ยกมือขอโทษ คาดปมฉุนแค่โดนกะพริบไฟใส่

วันที่ 8 ตุลาคม 2562 | 5 นาที 31 วินาที 3,159

เพจที่นี่..บางพลี ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิป โดยเป็นเหตุการณ์จากรถยนต์คันหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงในรถได้ถ่ายคลิปขณะเกิดเหตุการณ์เอาไว้ โดยพบว่าผู้ชายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีขาวได้ขี่รถ จยย.มาจอดขวางหน้าแล้วเดินตรงมาที่รถเก๋งซึ่งมีผู้หญิงเป็นคนขับมาจอดอยู่ข้างทาง ภายในซอย ลาดกระบัง 54 

 

โดยชายคนดังกล่าวได้เดินมาที่ประตูรถฝั่งคนขับ ในคลิปจะได้ยินเสียงพูดคุยของทั้งคู่ โดยฝ่าย ผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหายพูดว่า “หนูขอโทษค่ะพี่” จากนั้นคู่กรณีพูดว่า “มึงขับตามหลังกูมาทำไม” ผู้หญิงบอกว่า พี่หนูขอโทษค่ะหนูมองไม่เห็นพี่ (ยกมือไหว้) 

 

จากนั้นผู้ชายคนดังกล่าวได้พูดขึ้นว่า "ทีหลังอย่าขับรถตามกูอีก" พร้อมกับกำหมัดชกหน้าผู้หญิง ที่นั่งอยู่ภายในรถ 1 ครั้ง จนผู้หญิงกรีดร้อง แต่ทางผู้ชายคนดังกล่าวไม่ยอมหยุด ได้มีการทุบรถของฝ่ายหญิง จนเสียงกรี๊ดสนั่นไปทั้งรถ พร้อมกับเรียกให้เพื่อนที่นั่งมาด้วยถ่ายคลิปเอาไว้  อย่างไรก็ตามกล้องวงจรปิดอู่แท็กซี่ใกล้จุดเกิดเหตุสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้

 

และหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปนี้ออกไป โลกออนไลน์แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมกับระบุว่า ฝ่ายผู้หญิงไม่ควรที่จะเปิดกระจกรถเจรจาเพราะอาจนำมาซึ่งอันตรายได้ และประณามผู้ชายที่ก่อเหตุลงมือทำร้ายผู้หญิงทั้ง ๆ ที่ยกมือไหว้ขอโทษอย่างสุภาพ พร้อมกับสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์ดังกล่าว ฝากเจ้าหน้าตำรวจเร่งตามล่าชายในคลิป

 

ด้านน้องเอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี หญิงสาวที่ถูกชกหน้า เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พนักงานสอบสวนหลังแจ้งความไว้ที่ สน.จระเข้น้อย เผยกับผู้สื่อข่าวว่า  เหตุการณ์เกิดขึ้นคืน วันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ตนกำลังขับรถกลับบ้าน บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นช่วงปากคอขวดถนน 2 เลน รถขับสวนกัน

 

ระหว่างนั้นมีรถมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อฟีโน่ หมายเลขทะเบียน 972 หรือ 792  สีขาวแดง หรือขาวน้ำ เงิน ตนไม่มั่นใจ ขี่อยู่กลางเลนกลัวจะเฉี่ยวชนคู่กรณี จึงกะพริบไฟใส่ 2 ครั้ง ให้เขาหลีกหรือรีบขี่ไป เพราะตอนนั้นรถเยอะมาก แต่ไม่ได้บีบแตร  ไม่สามารถแซงได้ หากแซงอาจจะชนเขาล้ม ได้แต่เขาไม่หลีก จากนั้นคู่กรณีก็ชะลอรถจอดขวางหน้ารถยนต์ของตน แล้วเดินมาเคาะกระจกรถของตนลงมือก่อเหตุตามคลิปที่ปรากฎ

 

“ผู้ก่อเหตุได้งัดประตูรถแล้วบอกให้ตนลงจากรถ ตอนนั้นก็ยกมือไหว้บอก หนูขอโทษนะคะ หนูมองไม่เห็น แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังตะโกนบอกให้ลงมา ตนเลยแง้มกระจกนิดนึงเพื่อที่จะขอโทษอีกครั้งให้ผู้ก่อเหตุได้ยิน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมเอานิ้วเข้ามาที่กระจกแล้วบอกว่าหนีบนิ้วกู ตนเลยลดกระจกเพื่อให้เค้าเอามือออก จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ชกเข้าที่ใบหน้าบริเวณจมูก แล้วบอกว่ามึงอย่าเสือกขับตามกูมา”

 

ผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังจากที่คู่กรณีชกหน้าตนแล้วคิดว่าเขาจะขี่รถ จยย. ออกไป แต่นำมือกระเป๋าหยิบประแจออกมาทุบกระจกรถยนต์ของตน 4-5 ครั้ง จนกระจกแตกแล้วบอกว่า “มึงจะเอาใช่ไหม” ตนกับเพื่อนนั่งอยู่ในรถกรีดร้องด้วยความตกใจกลัวคิดว่าเขาจะชักปืนออกมา จะถอยรถหนีก็ถอยไม่ได้เพราะข้างหลังมีรถบัส พยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครมาช่วย  จากนั้นคู่กรณีก็ขี่รถ จยย.หนีไป

 

ตนไม่เห็นหน้าคู่กรณีเพราะแสงไฟมันสลัวมาก รูปร่างผอม สูงประมาณ 160 เซนติเมตร  ไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ของผู้ก่อเหตุ และไม่ทราบว่าสาเหตุที่ทำนั้นเป็นเพราะอะไร ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ เขาทำเกินไป ตนเป็นผู้หญิงทำไมต้องรุนแรงขนาดนั้น

 

ตอนที่ลดกระจกลงแค่อยากจะขอโทษแล้วให้เขาไป  หลังจากเกิดเหตุตนพบแพทย์ ตรวจร่างกาย เอ็กซเรย์แล้วปกติ มีอักเสบบวมช้ำที่จมูกเล็กน้อย อยากให้ตำรวจตามตัวให้เจอ ตอนนี้หวาดระแวง ยังรู้สึกหวาดกลัวจนไม่อยากขับรถอีก จากนี้จะติดกล้องหน้ารถ อยากให้คู่กรณีมารับผิดชอบค่าเสียหาย

 

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวไปเจอนายไพรัตน์  มงคลวัฒน์  ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดเสียงดังจึงออกไปดู เห็นผู้ก่อเหตุกำลังควักประแจขนาดประมาณเบอร์ 20 ออกมาจากกระเป๋า แล้วฟาดไปที่กระจกรถจนแตกละเอียด แล้วใช้เท้าถีบเข้าที่กระจกข้างจนหลุด แล้วขี่รถ จยย.หนีไป แต่ตอนชกหน้าตนไม่เห็น ทั้งนี้ไม่ได้เข้าไปช่วยเพราะกลัวผู้ก่อเหตุจะมีอาวุธ

 

หลังจากที่ทั้งคู่ได้ขับรถออกจากจุดเกิดเหตุไปแล้ว ผ่านไปไม่ถึง 30 นาที ชายคนดังกล่าวได้ขี่รถ จยย.วนกลับมาอีกจอดใต้ต้นไม้เก็บเศษกระจก ตะโกนบอกคนที่ขับรถสัญจรไปมาว่า “รถมันเกิดอุบัติเหตุระวังหน่อยเศษกระจก” ตนมองไม่เห็นว่านำไปทิ้งที่ไหน แล้วก็ถอดหมวกกันน็อกออกเห็นใบหน้าชัดเจน เป็นชายสูงประมาณ 175 เซนติเมตร ผิวขาว อายุ 35-40 ปี ตัดผมรองทรง อีกทั้งที่เกิดเหตุแสงสว่างไม่เพียงพอทำให้เห็นป้ายทะเบียนรถที่ก่อเหตุไม่ชัด

 

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.จระเข้น้อย เตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับทางผู้ก่อเหตุข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ขณะที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไล่กล้องวงจรปิดติดตามตัวมาดำเนินคดี แต่ก็ยังไม่ทราบตัวว่าเป็นใคร เนื่องจากหมายเลขทะเบียนรถที่ผู้เสียหายให้เบาะแสไม่ชัดเพราะจำหมวดอักษรไม่ได้

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vTWJmt1Dg4k

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top