ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

หนุ่มป่วยโรคไตเปิดใจ แจงนำเงินบริจาคซื้อรถจริง ใช้ไปล้างไต-ขับขายของ ยันไม่ได้ซื้อมือถือให้แฟน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 | 2 นาที 23 วินาที 32,800

จากกรณีที่เพจ Red Skull ช่วยเหลือเหยื่อจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไดแชร์ข้อมูลซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากหนุ่มรายหนึ่งได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อขอเงินบริจาคจากชาวเน็ต ไปให้ผู้ป่วยโรคไต แต่พบว่า หลังจากได้รับเงินบริจาคจำนวนเงินถึง 8 แสนบาท ก็มีการนำเงินไปซื้อรถ แต่งรถ ไถ่ที่นา และซื้อโทรศัพท์มือถือ โดยมีหลักฐานเป็นภาพที่ลงในเฟซบุ๊กต่างๆ

 

โดยเพจดังกล่าวได้ระบุว่า “ให้สังคมตัดสินละกัน แบบนี้สมควรไหม เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้คนที่คิดเปิดรับบริจาคให้ใครเก็บเอาไปคิด ผู้ชายที่ชื่อ GagerPPatt ได้เปิดรับบริจาคเงินช่วยชายคนนึงที่ชื่อสุดแผ่นดิน ที่ป่วยเป็นโรคไต

 

แต่หลังจากได้เงินบริจาค 800,000 นายสุดแผ่นดิน กลับนำเงินไปซื้อรถ 3.6 แสน ( ใช้ขายผลไม้ ) ไถ่ที่นาของแม่ 2 แสน แล้วก็ซื้อมือถือให้แฟน 1 เครื่อง ล่าสุดได้ซื้ออุปกรณ์แต่งรถอีกด้วย เงินที่เหลือ 3 แสนฝากไว้ที่แม่เพื่อใช้เป็นค่ารักษาโรคไต การใช้เงินแบบนี้ไม่แน่ใจว่าเข้าข่าย ฉ้อโกงประชาชนไหม”

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนายศรายุทธ พ่วงสอาด อายุ 28 ปี หรือนายเพียว ในพื้นที่ ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด เพื่อสอบถามความจริง โดยพบกับนายเพียวกำลังล้างไตอยู่ในห้อง ผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามแม่ของนายเพียว ซึ่งคุณแม่นายเพียวได้วิงวอนสังคมให้หยุดว่าลูกตนลวงโลก

 

เหตุผลที่ลูกต้องนำเงินบริจาคมาซื้อรถมือสองในราคา 3 แสนกว่าบาทนั้น โดยทางครอบครัวได้ปรึกษาและเห็นว่า การเดินทางที่ต้องนำน้ำยาล้างไตไปตรวจที่โรงพยาบาลชลบุรีแต่ละครั้งนั้นต้องเช่ารถไปกลับครั้งละ 3 พันบาท ต่อครั้ง ซึ่งยอมรับว่ามันเป็นเงินบริจาคที่ช่วยเหลือให้รักษาตัวจริง ถ้าเกิดการกระทำครั้งนี้มันผิดพลาดด้วยความจำเป็นก็ต้องขอโทษทางสังคมและผู้ใจบุญที่ร่วมบริจาคเงินช่วยลูกชายด้วย

 

ด้านนายเพียว ได้เปิดเผยว่า ตนเองได้นำเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคนำซื้อรถจริง และเป็นชื่อของตนเองไม่ใช่เป็นชื่อพ่อตาเหมือนที่กระแสข่าวโซเชี่ยลได้กล่าวถึง ส่วนเรื่องที่บอกว่าตนซื้อโทรศัพท์ให้แฟนนั้นไม่เป็นความจริง ตนเองยอมรับว่าซื้อโทรศัพท์แต่ซื้อไว้ใช้เอง เพราะเครื่องเก่าที่ใช้อยู่มันพังจึงซื้อเครื่องใหม่มาใช้

 

ส่วนรูปที่เห็นในโซเชียลว่าตนถือโทรศัพท์ถ่ายรูปกับแฟนรูปนั้น เป็นรูปถ่ายคู่กันเท่านั้น ซึ่งตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอารูปจากเฟชบุ๊กของตนมาลงเพื่อสร้างกระแส โดยตนเองไม่ได้นำเงินบริจาคช่วยเหลือจากผู้ใจบุญมาซื้อโทรศัพท์ให้แฟนแต่อย่างใด

 

ส่วนรถยนต์กระบะตนเองยอมรับว่าซื้อมาจริงและตนต้องกราบขอโทษที่ต้องนำเงินบริจาคมาซื้อรถกระบะ ซึ่งมันจำเป็นมากสำหรับผู้ป่วยอย่างตนเอง ที่ต้องนำน้ำยาล้างไตไปตรวจยังโรงพยาบาลที่ จ.ชลบุรี ซึ่งมันมีหลายลังไม่สามารถเอาไปได้ และต้องเช่ารถเพื่อนบ้านครั้งละ 3 พันบาท ตนเห็นว่าได้เงินมาก็อยากจะลดค่าใช้จ่ายลงบ้าง

 

และที่สำคัญหากตนเองแข็งแรงขึ้นมาบ้าง ก็จะนำรถกระบะไปทำมาหากินต่อยอดสร้างรายได้เลี้ยงยายบ้าง ส่วนที่มีกระแสว่าตนเองนำเงินไปให้แม่ 1 แสนบาทก็ไม่เป็นความจริง ซึ่งเงินแสนบาทตนเองเอาไปใช้หนี้แม่ยายซึ่งยืมมาตอนป่วย โดยแม่ยายได้นำที่ดินไปจำนองไว้ จึงได้คืนเงินให้แม่ยายไปถ่ายที่คืน

 

ทั้งนี้ตนเองต้องขอโทษถ้าสังคมมองว่าตนเองใช้เงินฟุ่มเฟือยหรือลวงโลก ซึ่งขอยอมรับผิด แต่ยังคงยืนยันว่าไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือลวงโลกแต่อย่างใด และยอดเงินที่ผู้ใจบุญร่วมบริจาคมาทั้งหมด 8 แสน ขณะนี้ยอดเงินในบัญชีเหลือ 3 แสนกว่าบาท ซึ่งตนเองจะนำไปใช้กับสิ่งที่จำเป็นที่สุด

 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WOpQQMLJ17I

Recommend

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

Top