ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

พบคนร้ายใช้ 'ระเบิดกระเป๋าสตางค์' ป่วนเมืองนราฯ - ตร.วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 | 9 นาที 27 วินาที 3,943

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ 2 จุด จุดแรกที่บริเวณร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก ไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ ถ.ระแงะมรรคา จุดที่ 2 บริเวณห้างซูเปอร์ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส รวมทั้งที่ จ.ปัตตานี และ  จ.สงขลา นั้น
 
ล่าสุดได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก ซึ่งตั้งอยู่ข้างหอนาฬิกา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดที่ตั้งซุกไว้บริเวณกองหมอนและผ้าห่ม ซึ่งอยู่ด้านขวามือของร้าน มีเสียงดังขึ้น 1 ครั้ง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบ พบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นระเบิดกระเป๋า ซึ่งใช้กระหนังของสุภาพบุรุษเป็นภาชนะในการซุกระเบิด ซึ่งภายในมีนาฬิกาข้อมือแบบดิจิทัลได้ต่อพ่วงกับจงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต่อพ่วงอีกชั้นหนึ่งกับไม้ขีดไฟและแอลกอฮอลแห้ง ซึ่งระเบิดกระเป๋าใบดังกล่าวได้ทำงานแล้วแต่วงจรไม่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เชือกดึงออกมาจากร้าน และได้ทำการเก็บกู้บนถนนหน้าร้าน
 
ด้าน ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ได้เปิดเผยถึงการทำงานของระเบิดกระเป๋า ที่ได้มีการวิวัฒนาการเพื่อนำมาอำพรางก่อเหตุในการตบตาเจ้าหน้าที่ และง่ายต่อการเล็ดรอดเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งระเบิดกระเป๋าทำงานแบบง่ายดาย คือ ตั้งเวลาปลุกจากนาฬิกาดิจิตอลเพื่อให้วงจรทำงานจนเกิดความร้อน และจากความเร็วดังกล่าวจะเป็นตัวจุดหัวไม้ขีดให้เกิดเปลวไฟ แล้วไปทำให้แอลกอฮอลแห้งเกิดลุกไหม้ ซึ่งเป้าหมายของกลุ่มคนร้ายมักจะแฝงตัวไปวางไว้บริเวณที่มีสินค้าไวไฟ ก็จะทำให้เกิดไฟไหม้อย่างรวดเร็ว
 
เบื้องต้นจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทั้ง 3 จุด ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าคนร้ายได้ก่อเหตุด้วยระเบิดกระเป๋า ที่สามารถเล็กรอดการตรวจตราของ จนท.และเจ้าของร้านค้า แต่ถึงอย่างไรก็ตามจุดเกิดเหตุบริเวณภายในอาคารห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคงใช้พยายามในการหาหลักฐาน แต่ยังไม่สามารถตรวจสอบพบ เนื่องจากมีสิ่งปรักหักพังรวมทั้งสินค้าได้ถูกเพลิงไหม้หล่นมาทับถมกัน จึงเป็นอุปสรรคที่เจ้าหน้าที่ยังคงใช้ความพยายามที่จะค้นหาเศษซากของระเบิดกระเป๋า โดยเจ้าหน้าที่ขอเวลาระยะหนึ่งในการค้นหา
 
 
ขณะที่ นางวราภรณ์ ศิริไชย เจ้าของห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์  ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ยอมรับว่าได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ประมาณ 100 ล้านบาท เพราะได้รับผลกระทบมาหลายครั้ง และสินค้ามีราคามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ความเสียหายในครั้งนี้ ซึ่งถึงแม้จะรู้สึกว่าท้อ แต่จะปิดร้านทิ้งไปไม่ได้เพราะลูกน้องมีอยู่จำนวนมาก ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ เพราะได้รับความผู้เสียหายอย่างหนัก
 
 
ด้าน นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ร้านค้าที่ไดรับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กองสาธารณสุขเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้เข้ามาช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดในการปรับพื้นที่ รวมทั้งการขนย้ายสิ่งปรักหักพังที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณ ร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูกและร้านจำหน่ายปลาสวยงาม  บริเวณถนนระแงะมรรคา ต.บางนาค อ.เมือง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้กำลังใจผู้เสียหาย พร้อมทั้งรับปากที่จะช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมในทุกด้าน โดยได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นจำนวน 4 ราย  ซึ่งเป็นทั้งความเสียหายจากตัวโครงสร้างอาคารและด้านทรัพย์สินและได้เยี่ยมอาการนายพรสุวรรณ ยอดศรี เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองนราธิวาส ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปทำหน้าที่ควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาและกล่าวขอบคุณที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละ
 
 
ล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ได้มีวิทยุสั่งการด่วนที่สุด ถึง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผบก.ภ.จว.ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส, สงขลา และ ผบก.ตชด.ภาค 4 เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุ หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ นราธิวาส ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่าน ต่อเนื่องจนเช้า โดยให้บูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กองทัพภาคที่ 4 และฝ่ายปกครองอย่างใกล้ชิด 
 
พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ โรงแรม ตลาดสด ร้านค้า สวนสาธารณะ หรือที่ล่อแหลม โดยเน้นการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นบุคคล และยานพาหนะต้องสงสัย รวมถึงให้ประสานขอความร่วมมือจากภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ให้แจ้งพฤติการณ์ของบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย ที่เข้ามาจอดหรือเคลื่อนไหวอย่างผิดสังเกต พร้อมบันทึกภาพหรือจดจำตำหนิรูปพรรณ เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนขยายผล
 
ขณะเดียวกัน ยังกำชับให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย เพิ่มความระมัดระวัง เตรียมความพร้อมในเรื่องเสื้อเกราะ อาวุธประจำกาย แผนเผชิญเหตุและยุทธวิธี ให้สามารถป้องกัน ตอบโต้และปฏิบัติการเชิงรุก ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ส่วนในพื้นที่เกิดเหตุ ให้ดำเนินการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน วัตถุพยาน จากกล้องวงจรปิด รวมทั้งพยานบุคคลและพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว
 

 

 

 

 

 

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_9Lt1QmWo68

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top