ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

เผยบัตร ปชช.หลวงพ่อคูณเมื่อครั้งมีชีวิต - ล็อคกุญแจ 4 ดอก ป้องเถ้ากระดูกหลุดทำวัตถุมงคลหลังเผา

วันที่ 24 มกราคม 2562 | 5 นาที 8 วินาที 211,911

ขอนแก่น-ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ประชาชนและศิษยานุศิษย์ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระพุทธมนต์ครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณจำนวนมาก ทั้งนี้มีลูกศิษย์จากต่างประเทศทั้งมาเลซีย และ สปป.ลาว มาร่วมงานด้วย โดยบอกว่า เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อคูณมานานแล้ว นับถือท่านเหมือนพ่อ จึงขอมากราบไหว้พ่อเป็นครั้งสุดท้าย

 

ขณะที่ทีมนักศึกษาแพทย์มข.ได้ศึกษาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ รับดีใจตื่นเต้นที่ได้เห็นร่างหลวงพ่อคูณ เผยท่านคล้ายกับคนนอนหลับ ยังมีความสดใหม่สมบูรณ์ บริเวณเล็บ นิ้วมือ เส้นเลือด เป็นสีชมพู สวยงาม ซึ่งแตกต่างจากร่างครูใหญ่ร่างอื่น เนื่องจากครูใหญ่ร่างอื่น เส้นเลือดจะเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ โดยสีชมพูดังกล่าวทางการแพทย์นับเป็นสัญญาณการมีชีวิต ซึ่งตนรู้สึกมหัศจรรย์มาก

 

ส่วนที่วัดบ้านไร่ ได้นำบัตรประชาชนของหลวงพ่อคูณนำมาแสดง สร้างความสนใจให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้หลวงพ่อคูณ หรือเทพเจ้าด่านขุนทด สมัยยังมีชีวิต เคยทำบัตรประชาชนมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรก สมัยเป็นฆราวาส และบัตรหมดอายุลง ซึ่งหลังจากบวชเป็นพระสงฆ์ไม่ได้มีบัตรประชาชนอีกต่อไป เนื่องจากพระสงฆ์ได้รับการยกเว้น

 

กระทั่งมาทำเป็นครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2551 เนื่องจากทางอำเภอด่านขุนทด ต้องการแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดความเสียหายให้แก่คณะสงฆ์ โดยหลวงพ่อคูณ ใช้ทะเบียนราษฎรของวัดบ้านไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 111 หมู่ 6 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นหลักฐานทำบัตรประจำตัวประชาชน

 

สำหรับข้อมูลบนบัตรประชาชน ระบุบัตรตลอดชีพ เลขที่บัตรประจำตัว 13 ตัว 53008 00118 608 ชื่อและนามสกุล พระเทพวิทยาคม (คูณ ฉัตร์พลกรัง) และชื่อภาษาอังกฤษ Mr.Phrathepwitthayak Koom นามสกุล Chatphonkrang เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2466

 

ทั้งนี้เมื่อพิธีพระราชทานเพลิงเสร็จสิ้น จะมีโลงสเตนเลสที่รองรับเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณจะถูกปิดอย่างมิดชิด ล็อกด้วยกุญแจ 4 ดอก โดยลูกกุญแจแต่ละดอกจะแยกเก็บไว้กับบุคลสำคัญ 4 คน เชื่อว่าเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณจะไม่เล็ดลอดออกมาจากเตาเผาได้อย่างแน่นอน เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดนำไปแอบอ้างในการทำวัตถุมงคล หรือสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้

 

ขณะที่สถานีเรือหนองคาย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง ได้เตรียมความพร้อมของเรือที่จะใช้ในพิธีลอยอังคารหลวงพ่อคูณ ในวันพุธที่ 30 ม.ค.ที่จะถึงนี้ โดยช้เรือรวมประมาณ 12 ลำ โดยเรือหลักที่ใช้นำกล่องบรรจุเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ จะเป็นเรือ ล.169 (เรือลาดตระเวน 169) จะมีการตกแต่งเรือผูกผ้าขาวโดยรอบลำเรือ

 

จะมีการป้องกันไม่ให้เรือลำอื่นๆ แทรกเข้ามาในขบวน และจะไม่อนุญาตให้เรือที่ไม่ได้รับอนุญาตลอยลำเข้ามาในขบวน ต้องอยู่ด้านข้างและอยู่นิ่งเท่านั้น กันไว้นอกขบวนประมาณ 200 เมตร เพื่อป้องกันความวุ่นวายหรืออาจมีผู้ต้องการเก็บอัฐิหลวงพ่อคูณไปไว้ส่วนตัว ซึ่งจะไม่อนุญาตเด็ดขาด

 

พร้อมกันนี้ทางอำเภอเมืองหนองคายจะประสานกับเจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ขอความร่วมมือเรือประมง เรือขนส่งสินค้าทุกชนิดของลาว งดการเดินเรือในช่วงเวลาประกอบพิธีสำคัญ ส่วนเรือประมงและเรือส่งสินค้าของไทยจะมีการขอความร่วมมืองดเดินเรือด้วยเช่นกัน

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/u6O2CQ0lRcQ

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top