ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

กรุงไทยชี้แจง ปมหนุ่มปีนเสาสูง 10 ม. โวยถูกปลอมลายเซ็นถอนเงิน 8 ล้าน

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 | 3 นาที 56 วินาที 12,673

นนทบุรี-เกิดเหตุชายปีนเสาสื่อสารแรงสูงภายในซอยทิมแลนด์ อ.เมืองนนทบุรี ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกวิทย์ เกศเจริญ อายุ 39 ปี ยืนอยู่บนยอดเสาวิทยุสื่อสารสูงเท่าตึก 10 ชั้น โดยมีสภาพที่อ่อนล้า มีป้ายผ้าขนาดใหญ่ขึงไว้ข้อความว่า" เงิน 8.3 ล้านบาทหายไปในพริบตา" เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเกลี้ยกล่อมนานกว่าชั่วโมงจนนายเอกวิทย์ยินยอมลงมาพร้อมอุปกรณ์สายรัดเอวที่เตรียมไว้และค่อยๆไต่ลงมาปลอดภัย

 

โดยสาเหตุต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม หลังจากถูกปลอมลายเซ็นเพื่อถอนเงินออกจากบัญชีของธนาคารกรุงไทย เป็นเงินกว่า 8.3 ล้านบาท ซึ่งได้ไปเรียกร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และมีการเรียกร้องความเป็นธรรมมาแล้วกว่า 10 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า

 

โดยผู้ก่อเหตุระบุว่า ตนเองเป็นเป็นเจ้าของกิจการร่วมค้าห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์ คอนสตรัคชั่น กับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.ทวีกิจ เสถียรก่อสร้าง ได้ตัดสินใจเปิดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงไทย สาขา สวรรค์วิถี จ.นครสวรรค์ ใช้ชื่อบัญชี กิจการร่วมค้าห้างหุ้นส่วนจำกัดคงเพชรศักดิ์คอนสตรักชั่นกับห้างหุ้นส่วน จำกัด ต.ทวีกิจเสถียร ก่อสร้าง

 

แต่เมื่อปลายปี พ.ศ.2551 เพื่อนสนิทปลอมลายมือชื่อ ใบมอบฉันทะ ไปถอนเงินจากธนาคาร สาขาปากน้ำโพ ในอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 8,377,371 บาท เพื่อใช้หนี้ธนาคารดังกล่าว โดยอ้างว่า ได้รับการมอบฉันทะจากตนแล้ว ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนถูกปลอมลายเซ็นและไม่มีเอกสารใดๆ

 

ที่ผ่านมาได้พยายามร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่มาแล้ว หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับเหลียวแล ตนจึงไปฟ้องร้องธนาคารต่อศาล ซึ่งศาลขั้นต้นมีคำตัดสินเมื่อปี2560 ยกฟ้อง และศาลอุทธรณ์ มีคำตัดสิน ปี 2561 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

 

ต่อมาทางธนาคารกรุงไทย ได้ส่งข้อความชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า จากกรณีที่ นายเอกวิชช์ เกษเจริญ ลูกค้าธนาคารกรุงไทย สาขาสวรรค์วิถีและปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ได้มาร้องเรียนว่าถูกปลอมลายมือชื่อในเอกสารประกอบการถอนเงินจำนวนกว่า 8 ล้านบาท นั้น

 

ธนาคารขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวลูกค้าได้ยื่นฟ้องธนาคารในคดีความแพ่งต่อศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นได้พิจารณาและมีคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ต่อมาลูกค้าได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาและมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561

 

โดยขณะนี้นายเอกวิชช์ เกษเจริญ ได้ยื่นฎีกา และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งเมื่อศาลมีคำพิพากษาเป็นเช่นใด ธนาคารน้อมรับปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากศาลได้วินิจฉัยตามพยานเอกสารและหลักฐานต่างๆ รวมทั้งพยานบุคคลที่คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายนำสืบพยานแสดงต่อศาล ซึ่งทุกฝ่ายไม่ควรล่วงละเมิดคำตัดสินของศาล

 

ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทย ได้ชี้แจงกระบวนการตรวจสอบและให้ข้อมูลกับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง และให้คำมั่นใจว่าธนาคารกรุงไทย ไม่เคยละเว้นการดำเนินคดีผู้กระทำความผิดต่อธนาคาร ทั้งนี้ ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ธนาคารยึดมั่นในการปฏิบัติงานตามหลักบบรรษัทภิบาล ดำเนินงานอย่างมืออาชีพ ด้วยความซื่อสัตย์และโปร่งใส ให้บริการลูกค้าตามแนวทางของหลัก Market Conduct

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W8AwIzqYW9o

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top