ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ฟัง 2 มุม! ตร.แจงคลิปปะทะนักข่าวกลางโรงพัก ล่าสุดถูกสั่งย้าย-ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

วันที่ 19 ตุลาคม 2562 | 5 นาที 39 วินาที 675

อุดรธานี - กรณีเพจเฟซบุ๊ก โซเชียลฮันเตอร์ ได้โพสต์คลิปเหตุคนชกต่อยกัน พร้อมระบุว่า "ตำรวจหรือนักเลง โชว์กร่างต่อยนักข่าว" โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากการที่นักข่าวได้รับการร้องทุกข์คดีอุบัติเหตุ รถชนกัน ซึ่งเป็นเหตุรถเก๋งชนรถบิ๊กไบค์ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2561 โดยทางญาติคู่กรณีฝั่งรถเก๋ง ได้ประสานมาทางศูนย์ข่าวเพื่อให้ไปเป็นตัวกลางในการประสานขอไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย เนื่องจากทางคู่กรณี คือฝั่งรถบิ๊กไบค์ ได้แจ้งค่าซ่อมรถมาในราคา 120,000 บาท แต่ไม่มีใบเสร็จยืนยันการซ่อม จึงต้องการเจรจาไกล่เกลี่ย
 
วันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงเดินทางไปขอพบร้อยเวรประจำ สภอ.ย่อยโนนสูง ตำบลโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี แต่ไม่พบร้อยเวร เมื่อสอบถามได้ความว่าร้อยเวรออกไปเลี้ยงฉลองวันตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ สภอ.ย่อยโนนสูง ได้ประสานไปทางร้อยเวรว่ามีคนมารอพบ ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ร้อยเวรเจ้าของคดีได้กลับเข้ามา มีอาการคล้ายกับคนมึนเมา จากนั้นร้อยเวรคนดังกล่าว ได้พูดลักษณะว่า "เรื่องนี้จบไปแล้ว ออกหมายเรียกไปแล้ว ไม่ต้องมาคุย ผมบอกให้จบก็ต้องจบ" ก่อนที่จะหันมาถามนักข่าวว่า "พวกมึงเป็นใคร" เมื่อทางนักข่าวอธิบายว่า เป็นแค่ประชาชน สอบถามเจ้าหน้าที่ไม่ได้เหรอ จะขอปรึกษาเรื่องคดีความเพราะมีชาวบ้านมาร้องทุกข์ จากนั้นร้อยเวรได้ปรี่ตรงเข้ามาชก โดยไม่ฟังเหตุผล นักข่าวอีกคนพยายามเข้าไปห้ามแต่ก็ถูกทำร้ายเช่นกัน 
 
พ.ต.ท.ชลิต ศรีหานู รองผกก.ทำหน้าหน้าที่หัวหน้าสถานีสภ.ย่อยโนนสูง ได้เล่าที่มาที่ไปก่อนเกิดเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เรื่องที่เกิดเหตุมีมูลเหตุมาจากกรณีมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถบิ๊กไบค์แถวบ้านชัยพร เหตุเกิดเมื่อ 13 ส.ค.61 โดยรถเก๋งขับขึ้นมาจากซอยบ้านชัยพรเพื่อเลี้ยวขึ้นถนนใหญ่ถนนมิตรภาพแต่ไปเฉี่ยวชนรถจยย.บิกไบค์ที่ขับมาทางตรงจะมุ่งหน้าไปตัวจ.อุดรธานี จนผู้ขับขี่รถจยยได้บาดเจ็บรักษานานกว่า 6 เดือน มี ร.ต.อ.เรืองเดช ศรีนวลจันทร์ เป็นร้อยเวรเจ้าของคดี ต่อมาวันที่ 31 มี.ค.62 คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ตกลงค่าเสียหายเป็นเงิน 120,000 บาทและฝ่ายรถเก๋งจะไปก่อน 20,000 บาท ส่วนที่เหลือ 100,000 บาทนัดจ่ายกันอีกประมาณ 31 ก.ย.62 แต่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้รับการติดต่อจากผู้เสียหายฝ่ายรถจยย.บิ๊กไบค์ว่าคู่กรณีไม่จ่ายเงินที่เหลือ อยากให้พนักงานสอบสวนนัดมาคุยกันอีกรอบ โดยนัดให้ทั้งสองฝ่ายนัดมาคุยกันในวันที่ 19 ต.ค.คือวันนี้ แต่เมื่อวานนี้ (18 ต.ค.) ทราบว่ามีกลุ่มที่บอกว่าเป็นนักข่าวจะมาขอคุยกับร้อยเวรเจ้าของคดีและทราบว่าทางฝ่ายนักข่าวกลุ่มนี้ซึ่งเป็นตัวแทนทางฝ่ายรถเก๋งจะขอจ่ายแค่ 20,000 บาทแต่ทางบิ๊กไบค์ยังไม่ยอมจึงให้ร้อยเวรเจ้าของคดีนัดมาเจรจากันก่อน แต่ยังไม่ถึงวันเจรจากันคือวันนี้ (19 ต.ค.) แต่ก็มาเกิดเรื่องเกิดราวก่อน
 
ขณะทีบรรยากาศที่ สภ.ย่อยโนนสูง ตร.ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า อยากให้เห็นใจตร.บ้าง เพราะนักข่าวในจ.อุดรธานีรู้จักกันหมด ต่างช่วยเหลือและกันมีน้ำใจที่ดีต่อกันตลอดมา แต่นักข่าวกลุ่มนี้ไม่เคยเห็นหน้าและยังงง จู่ๆ นักข่าวมาวุ่นวายเรื่องรถชนกันได้อย่างไร
 
ทางด้าน พล.ต.ต.นันทะชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากมีคลิปตร.ปะทะนักข่าวออกไปในโซเซียล ตอนนี้ตนเองได้ให้ ร.ต.อ.เรืองเดช ศรีนวลจันทร์ มาปฏิบัติหน้าที่ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานีตั้งแต่เมื่อวานนี้ (18 ต.ค.) เป็นต้นไป และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากตร.ผิดก็ว่าตามไปผิด โดยหลังจากนักข่าวกลุ่มนี้มาแจ้งความว่าถูกทำร้าย ตร.เราก็รับแจ้งความไม่มีอคติ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากตั้งกรรมการสอบสวนแล้วตร.ไม่ผิด จะมีการฟ้องกลุ่มนักข่าวกลุ่มนี้ฐานเผยแพร่ภาพในโซเซียลหรือไม่ ผู้การจ.อุดรธานีบอกว่า ขอยังไม่พูดถึงตรงนั้น ขอดูการตั้งกรรมการสอบสวนก่อน
 
ด้าน ร.ต.อ.เรืองเดช ศรีนวลจันทร์ รอง สว.สอบสวน สภ.ย่อยโนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวครั้งแรกว่า หลังจากตนเองและเพื่อนๆ กินข้าวเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ผมก็เข้ามาเพื่อมาเคลียร์งาน มีนักข่าวมาด้วยกัน 3 คนเขาก็มาบอกว่า มานั่งรอเป็นชั่วโมง ปัญหาอยู่ว่ารถผมมันดับต้องให้ตร.อีกคนไปพ่วงแบตให้ก็เลยมาช้า กลุ่มนักข่าวเขาก็มาพูดเสียงดังเอะอะโวยวาย แต่เขาไม่ใช่ผู้เสียหายคู่กรณีรถชนระหว่างรถเก๋งกับรถบิ๊กไบค์ โดยกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นนักข่าวอยากจะมาเคลียร์จากที่คู่กรณีจะชำระ 100,000 บาทจะขอลดให้เหลือ 20,000 บาทได้ไหม ผมก็บอกไปว่า คงไม่ได้ เพราะคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายเขาคุยกันแล้ว แต่ช่วงที่ช่วงคุยกันก็อาจจะมีกระทบกระทั่งกันบ้างเพราะเขาพูดเสียงดัง ผมยืนยันผมไม่ได้ทำร้ายชกต่อยคนที่อ้างเป็นนักข่าว เขามาขวางประตู หลังจากคุยกันไม่รู้เรื่องผมก็พยายามเดินเข้าประตูเข้าไปทำงานและอาจจะผลักเขา เขาก็เลยหาว่าผมทำร้าย ผมไม่รู้ว่าเขามาได้อย่างไรอาจจะรู้จักผู้เสียหายฝ่ายรถเก๋งที่ต้องจ่ายให้กับรถบิ๊กไบค์จำนวน 120,000 บาทเลยมาเป็นตัวแทนผู้เสียหายมาขอต่อรองจ่ายค่าเสียหายจากจำนวน120,000 บาท เขาจ่ายกันไปแล้ว 20,000 บาทเหลืออีก 100,000 บาท แต่คนที่อ้างเป็นนักข่าวขอต่อเรื่องจาก 100,000 บาทขอแค่ 20,000 บาท
 
ร.ต.อ.เรืองเดช กล่าวต่อไปว่า เงินค่าเสียหายของคู่กรณีจากเหตุรถชนกันเมื่อวันที่ 13 ส.ค.61 คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายเขาได้คุยกันเรียบร้อยแล้ว และทั้งสองฝ่ายได้ให้พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานว่าจะจ่ายเงินส่วนที่เหลือจำนวน 100,000 บาทในวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ฝ่ายคู่กรณีรถเก๋งก็ผิดนัดมาตลอด ตนเองโทรไป แต่คู่กรณีฝ่ายรถเก๋งก็บอกว่า เดี๋ยวไปจ่ายเดือนพฤศจิกายนโน่น ตนก็เข้าใจทั้งสองฝ่าย เมื่อโทรแล้วเขาไม่มา ผมก็ออกหมายเรียก โดยทั้งสองฝ่ายนัดเจรจากันอีกครั้งในวันที่ 19 ต.ค.นี้ แต่ยังไม่ถึงวันปรากฏว่ามีอ้างเป็นนักข่าวมาก่อนบอกว่าอยากจะขอต่อรองค่าเสียหายจากที่จะจ่าย 100,000 บาทขอเป็น 20,000 บาทได้ไหม ผมก็ยืนยันนักข่าวบอกว่า ทั้งสองฝ่ายลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว มันเหลือขั้นตอนสุดท้ายคือจ่ายค่าเสียหายกัน ผมไม่มีอำนาจในตรงนี้ ฝ่ายรถเก๋งก็อ้างโน่นอ้างนี่ แต่ฝ่ายรถบิ๊กไบค์เขาก็บอกว่านานแล้ว เขาก็อยากได้เงินใช้จ่าย ผมเป็นคนกลางก็ทำเต็มที่ ผมก็งงนักข่าวมาขอต่อรองค่าเสียหายแทนคู่กรณี ทั้งๆ ที่คู่กรณีเขาคุยกันแล้ว ส่วนการประเมินความเสียหายบิ๊กไบค์ เขาประเมินมาแล้ว 230,000 บาทแต่ทราบว่า เจ้าของรถบิ๊กไบค์เขาไม่ซ่อม เขาขายซากทิ้งเลย และวันนี้ทางน้องๆ เขาก็มาให้กำลังใจด้วย 
 
ร.ต.อ.เรืองเดช บอกอีกว่า ส่วนตัวกับนักข่าวในจ.อุดรธานีทุกคนก็รักกันทุกคน ไม่เคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกันแบบนี้ เห็นหน้ากันก็ยกมือไหว้กันตลอด เข้าใจทุกคน แต่กลุ่มนักข่าวกลุ่มนี้ไม่เคยรู้จัก อยากให้ทุกคนเข้าใจ พนักงานสอบสวนเป็นงานที่บริการประชาชนต้องประสานงานหลายๆ ด้าน พยายามจะจูนเข้าใจทั้งสองฝ่าย ร้อยเวรก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว อยากให้เข้าใจทำงานบ้าง
 
ต่อมาพ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี ได้เดินทางไปยังสภ.โนนสูง เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยได้แจ้งให้กับ ร.ต.อ.เรืองเดชทราบว่า ทางผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ได้สั่งการให้ทาง ร.ต.อ.เรืองเดช ศรีนวลจันทร์ ไปประจำที่ ศปก.ภูธรจ.อุดรธานีตั้งแต่เมื่อวานนี้ (18 ต.ค.) เป็นต้นไป และได้แจ้งว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมี พ.ต.อ.ศักดิ์ดา เหมือนโพธิ์ รองผบก.ภูธร จ.อุดรธานี เป็นประธานในการสอบสวน
 
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสโทรศัพท์สอบถาม น้องปิ๊ก เป็นครูที่จ.มหาสาคามและเป็น ผู้เสียหายฝั่งรถบิ๊กไบค์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมเดินทางกลับบ้านในวันที่ 13 ส.ค.61 ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ผ่านมาเกือบปีแล้ว โดยขับรถ ducati รุ่น sb2 940 ซึ่งมีแค่ 5 คันในประเทศ ผมซื้อมือ2 มาในราคา 350,000 บาท หากแต่รถใหม่ราคา 6-700,000 บาท แต่น้องผุ้หญิงขับรถเก๋งโตโยต้าวีออสสีดำขับออกมาจากซอยแล้วตัดหน้า ผมวิ่งทางทางตรง ชนเข้าอย่างจัง หลังเกิดเหตุเอารถเข้าซ่อมทางศูนย์ฯ เขาประเมินค่าซ่อมให้ 230,000 บาท ผมไม่ซ่อม ผมขายซากเลยเพราะพังไปเยอะชุดหน้า คอรถขาดแม็กแตก ไม่ขอบอกราคาขายซาก ขายถูกมาก เอาไว้นานไม่รู้จะทำอย่างไรผ่านมาเป็นปีแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากตกลงค่าเสียหายกันแล้วทำไมคู่กรณีไม่มาดู น้องปิ๊กบอกว่า คู่กรณีไม่มาสนใจผมเลย คนเป็นของน้องผุ้หญิงที่ขับรถเก๋งบอกว่า ผมไม่คุย คุณอยากได้ค่าเสียหายก็ฟ้องเอา หลังผมรถชนผมนอนรพ.นานกว่า 6 เดือน หลังหัก ลางานที่เป็นครูเพื่อรักษาตัว ค่ารักษาพยาบาลผมออกเองทุกอย่าง เขาผลัดจ่ายค่าเสียหายมาเรื่อยๆ ผมก็ใจดีบอกเขา มีตอนไหนก็ค่อยจ่าย แต่ตกลงกันไว้ 120,000 บาทเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหาย แต่มีนักข่าวมาตกลงค่าเสียหายที่ไม่ใช่โจทย์ผมขอจ่ายแค่ 20,000 บาทรวมจ่ายเป็น 40,000 บาท ผมงงมาก!! คู่กรณี เขาเอานักข่าวมาเกี่ยวทำไม เขาไม่ใช่โจทย์ผม เขาเอานักข่าวมาทำให้วุ่นวายทำไม หากไม่ได้ค่าเสียหายที่ตกลงกันไว้ ผมฟ้องต่อแน่นอน 
 
ขณะที่มีรายงานข่าวในกลุ่มนักข่าวส่วนกลางในจ.อุดรธานี ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เสื่อมเสียชื่อนักข่าวหมดเลย น่าจะคุยกันดีๆ เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่มีคนอ้างเป็นนักข่าวขอเข้าไปเคลียร์และไกล่เกลี่ยกรณีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถบิ๊กไบค์ 
 
โดยข้อมูลลึกๆ ทราบว่า นักข่าวกลุ่มนี้จะเดินสายฮั้วประมูลงานและเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยคดีความต่างๆ และได้รับผลประโยชน์เงินส่วนต่าง ซึ่งนักข่าวจริงๆ เขาไม่ไปยุ่งเกี่ยวมีหน้าที่รายงานสถานการณ์ข่าวในพื้นที่ ทำให้อาชีพนักข่าวดีเสื่อมเสีย และปกตินักข่าวในจ.อุดรธานีจะรู้จักกันหมด แต่นักข่าวกลุ่มนี้อาจจะเป็นนักข่าวเพจในโซเซียล และมีข่าวไปขู่รีดส่วนราชการและตร.มาหลายที่แล้ว
 
 
 
 
 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/qD3ypjTyvH0

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top