ค้นหา :

เทรนด์ในปี 2019! T MARK แนะผู้ประกอบการทำ CSR ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต

วันที่ 13 สิงหาคม 2562 | 0 นาที 0 วินาที 381

ให้ความสำคัญกับชุมชนที่บริษัทอาศัยอยู่

เทรนด์ปีนี้! บริษัทชั้นนำที่มีชื่อเสียงมากมายจะมุ่งเน้นการทำCSRเพื่อไปสู่เป้าหมายการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน CSRเป็นเรื่องของการพัฒนาบนพื้นฐานชุมชน ต้องนึกถึงประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่เอาเปรียบชมชน และCSRยังมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยปี 2019 จะกลับมาให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตรวมถึงชุมชนที่บริษัทอาศัยอยู่มากขึ้น เนื่องจากปีนี้ธุรกิจจะเติบโตได้ต้องพึ่งพาการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชนรอบข้างที่เป็นปัจจัยสำคัญ

 

T MARK แนะทำCSRตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต 

 

 

T Mark แนะนำให้ผู้ประกอบการใส่ใจการทำ CSR ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเพื่อประสิทธิภาพที่เป็นประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนในอนาคต โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้กำหนดให้มีกิจกรรมส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมโดยให้นำมาตรฐาน CSR-DIW การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตครอบคลุมไปถึงการป้องกันความเสียหายในอนาคตให้ผู้ประกอบการไปประยุกต์ใช้ เป็น CSR-DIW ที่ได้รับการยอมรับจากชุมชนและสังคมอย่างกว้างขวาง เป็นการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน โดยที่ไม่ทําให้เกิดผลกระทบต่อความสามารถในการตอบสนองความต้องการของคนในรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต

 

                      

 ภาพการทำงานของ CSR-DIW ทั้ง 7 หัวข้อ

 

และปี 2019 ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงจะไม่ยึดติดกับ Branding แบบเดิมๆ แต่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงเรื่องค่านิยมให้ความสำคัญกับเรื่อง CSR มากขึ้น โดยดูจากสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสัตว์ ตัวอย่างเช่น แบรนด์เครื่องสำอางคหลายแบรนด์ เริ่มทำ CSR ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเป็นแบบ "Vegan Makeup" คือเครื่องสำอางค์ที่ไม่มีส่วนผสมหรือสารสกัดจากสัตว์ ที่ไม่ผ่านการทดลองโดยสัตว์กันมากขึ้น เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ทรมาณสัตว์ในห้องทดลอง ทำให้เป็นที่ยอมรับต่อผู้บริโภคกลุ่มคนรักสัตว์และผู้บริโภคสินค้าทั่วไป ผู้บริโภคเกิดทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์สินค้าและรู้สึกได้รับความใส่ใจ ทำให้แบรนด์สินค้ามีภาพลักษณ์รับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง

 

ป้องกันไม่ให้แบรนด์เกิดความเสียหายได้

 

 

CSR ที่ใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันไม่ให้แบรนด์เกิดความเสียหายได้ในระยะยาว เป็นการเตรียมความพร้อมด้านงานสื่อสาร CSR ป้องกันการเกิดวิกฤติแบรนด์ โดย T MARK จึงยกตัวอย่างผู้ประกอบการ 3 บริษัท ที่ได้รับตรา T MARK และทำ CSR ได้อย่างแข็งแกร่งที่ส่งผลดีในระยะยาว ป้องกันการเกิดความเสียหายได้เป็นอย่างดี

 

ตัวอย่างการทำ CSR ของแบรนด์สินค้าที่ได้รับตรา T MARK ตราสัญลักษณ์ที่มอบให้กับบริษัทที่มีสินค้าผลิตในประเทศไทยมีมาตรฐานที่ทั่วโลกวางใจ

 

1.ดอยคำ จาก บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด

 

 

ดอยคำ...ธุรกิจเพื่อสังคม สร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรไทย แนวทางในการดำเนินธุรกิจจึงยึดหลัก CSR – DIW ความเป็นธรรมต่อคน 4 ฝ่าย ได้แก่ 1. พนักงาน ต้องอยู่ดีกินดีเสียก่อน เขาจึงจะช่วยเหลือคนอื่น 2. เป็นธรรมต่อเกษตรกรหรือซัพพลายเออร์ อย่างมะเขือเทศ ตลาดรับซื้อจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 3 บาท ดอยคำให้ 3.20 บาท แต่นั่นหมายความว่า คุณต้องส่งของที่มีคุณภาพเท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้ ถือเป็นการสอดแทรกการสอนให้เกษตรกรรู้จักความซื่อสัตย์ ที่ต้องส่งของคุณภาพให้กับดอยคำจริงๆ โดยดอยคำมีทีมงานที่ลงไปสอน และส่งเสริมให้เกษตรกรรู้จักเรื่องของเกษตรสมัยใหม่ และเกษตรประณีต เพื่อสร้างผลผลิตที่ดีมีคุณภาพไปพร้อมๆ กันด้วย 3. เป็นธรรมต่อผู้บริโภค สินค้าของดอยคำ ต้องได้ “มาตรฐานสากล ในราคาที่จับต้องได้” และ 4. เป็นธรรมต่อสิ่งแวดล้อม หลักการทำธุรกิจของดอยคำ คือ การนำแนวพระราชดำริ และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ บรมนาถบพิตร มาเป็นกรอบปฏิบัติ แล้วนำมาปรับใช้ โดยดอยคำมีการปรับตัวตามสถานการณ์มาเรื่อยๆ พร้อมที่จะเรียนรู้และแก้ไขตลอดเวลาเพราะโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

 

2. Malee จาก บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 

 

 

บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมแบบห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ของการกระบวนการผลิตของบริษัท ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การส่งมอบสินค้าจนถึงผู้บริโภค บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และความรับผิดชอบต่อสังคมได้อยู่ในจิตสำนึกของการทำธุรกิจของบริษัทในทุกระดับตั้งแต่ระดับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท บริษัทมีแนวทางดำเนินกิจกรรมด้าน CSR ที่อยู่ในแนวทางของ CSV (Creating Shared Value) ว่าเป็นการพัฒนาเชิงสังคมในวิถีของการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยรูปแบบทางธุรกิจ กล่าวคือ การสร้างคุณค่าร่วมต้องผนวกเข้ากับความสามารถในการแสวงหากำไร และการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันขององค์กร โดยใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญหลักของกิจการในการสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและสังคมไปพร้อมกัน ทำให้คุณค่าที่องค์กรได้รับจะเป็นเรื่องของการได้มาซึ่งความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและสร้างผลกำไรระยะยาว ตรงกับความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายของบริษัทฯ

 

3. PAÑPURI จาก บริษัท ปุริ จำกัด

 

 

เวลเนสแบรนด์สัญชาติไทยที่ให้ความสำคัญเรื่องการดูแลความงามและสุขภาพ ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่เป็นออร์แกนิกมากกว่า 16 ปี โดยผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมที่ต้องห้ามใด ๆ จากกฏระเบียบของทุกประเทศทั่วโลก และยังรวมไปถึงการไม่ใช้ส่วนผสมที่ยังมีข้อกังขาในแง่ของความปลอดภัยกับมนุษย์ เช่น สารกลุ่ม Paraben และพืช ​GMO ลดการพึ่งพาส่วนผสมที่ไม่ได้มาจากแหล่งที่สามารถปลูกทดแทนได้อย่าง เช่นส่วนผสมที่มาจากปิโตรเลียมอย่าง  Mineral Oil แถมยังต้องมาจากแหล่งที่มีความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมและสังคม ไม่มีการทดสอบและส่วนผสมจากสัตว์ และปราศsจากซิลิโคนอีกด้วย เป็น Vegan100%  เป็นการทำ CSR ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวของแบรนด์ป้องกันการเกิดความเสียหาย และเกิดทัศนคติที่ดีต่อทุกฝ่าย

 

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเพิ่มโอกาสทางการค้าและบริการ สามารถสมัครขอรับตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandtrustmark.com หรือโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-507-8266

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top