ค้นหา :

พลิกโฉมครั้งใหญ่! AIS ลุยดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมชู 3 นโยบาย นำอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ความสำเร็จ

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 | 0 นาที 0 วินาที 5,636

 
(1 ก.พ. 62)  AIS ค่ายเครือสัญญาณชั้นนำประกาศวิสัยทัศน์ปี 2019 ตอกย้ำผู้นำเครือข่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีของประเทศ พร้อมเดินหน้านำศักยภาพจากเทคโนโลยี Digital Intelligent ในรูปแบบแพลตฟอร์มดิจิทัล มุ่งมั่นนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งโครงข่ายไร้สาย , อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง และโครงข่าย IoT (ไอโอที) เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง รวมถึงบริการและพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ระบบเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนและพลิกโฉมจาก Digital อีกทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย พร้อมชี้เทรนด์แห่งอนาคต 5G และนำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำ อาทิ Robotic, รถยนต์ไร้คนขับและ อุปกรณ์ IoT อัจฉริยะ ตลอดจนรูปแบบการให้บริการและการบริหารจัดการองค์กรของภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง 
 
 
นำโดย คุณกานต์ ตระกูลฮุน  ประธานกรรมการ, คุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุรฮุย เวง ชอง กรรมการผู้อำนวยการ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของ AIS โดยมีความพร้อมในการเป็น Digital Platform ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของประเทศ ซึ่ง นายกานต์ เน้นย้ำว่า "ปีนี้ คือการพลิกโฉมทางอุตสาหกรรมโลกครั้งใหญ่"
 
 
คุณกานต์ ตระกูลฮุน ประธานกรรมการคณะผู้บริหารของทาง AIS ได้กล่าวว่า 2019  คือปีที่พลิกโฉมทางอุตสาหกรรมโลกครั้งใหญ่อีกขั้น เพราะเทคโนโลยี AI, Machine Learning, Robotic, Data Anlytic และ IoT จะส่งผลกระทบในทุกระดับ 3 ส่วน ได้แก่
 
-สร้างรูปแบบใหม่ (Redefine) ของวิถีการใช้ชีวิต การทำงาน และการมีปฎิสัมพันธ์
 
-การเปลี่ยนแปลงหรือถูกแทรกแซง (Disrupt) รูปแบบของเศรษฐกิจสังคมไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจริงอยู่ที่หลายแพลตฟอร์มจะตกในที่นั่งระดับส่วนนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะเกิดธุรกิจใหม่ๆ อาทิ สตาร์ตอัปอาจจะเกิดขึ้นมากมาย เป็นต้น
 
-การสร้างโอกาสโอกาสใหม่ในการเติบโต (Emerging new Opportunities) ทั้งจากในกลุ่มธุรกิจและระดับประเทศ โดยยกกรณีตัวอย่างจากเกาหลีใต้ที่ทางภาครัฐสนับสนุนทาง Samsung ในด้านงบการวิจัยและพัฒนาจำนวนมาก ซึ่งเราก็จะเห็นได้จากหลายภาคส่วนถึงการเจริญเติบโต ทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์พกพา ไปจนถึงด้านโปรดักชั่นของอุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าหากประเทศไหนลงทุนในส่วนนี้ก็จะมีค่า GDP ก็จะสูงขึ้น
 
 
ซึ่งขณะนี้กำลังเข้ายุคที่ 4 ของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งแน่นอนว่าตัวหลักคือเทคโนโลยีดิจิทัล และอีกไม่นานภายในเดือนมิถุนายนนี้ 5G จะเริ่มมีการทดลองใช้เชิงพาณิชย์ในประเทศจีนและเกาหลีใต้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของโลก และเชื่อว่าในประเทศไทยอีกไม่นานเกินรอที่จะไปถึงจุดนั้น คุณกานต์ ตระกูลฮุน กล่าว
 
 
ทางด้าน คุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่าเอไอเอสก่อตั้งมา 28 ปี และมั่นใจว่าได้มีการวางรากฐานโทรคมนาคมในไทยให้เข้มแข็งไม่แพ้ประเทศใดในโลก ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้ขยายบทบาทสู่การเป็น Digital Platform อย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดให้ทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องเชื่อมต่อผ่าน Digital Platform และทำงานร่วมกันในลักษณะของ Ecosystem ก่อให้เกิดพลังในการขยายขีดความสามารถสร้างสรรค์ Innovation หรือ บริการ Digital ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่ทำงานร่วมกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในรูปแบบสัมปทานให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตั้งแต่ปี 2533 จนครบ 25 ปี ได้ให้ส่วนแบ่งรายได้ให้องค์การโทรศัพท์ฯ กว่า 2.58 แสนล้านบาท ใช้เงินลงทุนโครงข่ายกว่า 2.01 แสนล้านบาท และเริ่มให้บริการในรูปแบบใบอนุญาตที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) มา 6 ปี โดยได้มีการลงทุนประมูลคลื่นความถี่กว่า 1.44 แสนล้านบาท และใช้เงินลงทุนโครงข่ายกว่า 1.97 แสนล้านบาท
 
 
คุณสมชัยยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาเอไอเอสได้ประกาศทรานส์ฟอร์มตัวเองจากโมบายโอเปอเรเตอร์เป็นดิจิทัลเซอร์วิส พร้อมประกาศสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับคนไทย จากนี้ก็จะต้องมุ่งไปสู่อีก 2 แพลตฟอร์ม คือ “บิ๊กดาต้า”แพลตฟอร์มที่จะเป็นฐานสำคัญในการใช้ประโยชน์ข้อมูล และ “ไซเบอร์ซิเคียวริตี้” เพื่อให้เกิดการใช้งานที่ปลอดภัย 
 
นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างบล็อกเชน AI ที่นำมาใช้ประโยชน์บนแพลตฟอร์มและยืนยันว่า เอไอเอสไม่ปฏิเสธที่จะก้าวไปสู่เทคโนโลยี 5G ที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในโลก แต่ต้องเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะสามารถใช้ประโยชน์จาก 5G ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งข้อมูลจากในปัจจุบันการเติบโตด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมค่อนข้างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2018 ที่กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานมือถือ 90 ล้านคน ใช้ 5G, สายอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ได้ถูกเปลี่ยนจาก ADSL ภายในเวลาแค่ 2 ปี และจากการที่ปี 2015 – 2018 ผู้ใช้งานมือถือใช้งานโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คมากกว่าเดิมเท่าตัว (จาก 3 เป็น 6 ชั่วโมง)
 
 
AIS จึงปรับเปลี่ยนจุดยืนของตนเองให้กลายเป็น Digital Platform ภายใต้แนวคิด “Sharing Digital Economy Platform-เศรษฐกิจ Digital แบบแบ่งปัน” ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มและประโยชน์ร่วมกันให้แก่ทุกอุตสาหกรรม ในทุกระดับ ซึ่งแน่นอนว่าท้ายที่สุดจะส่งผลให้ประเทศไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งพร้อมแข่งขันในเวทีโลก
 
 
ปิดท้ายด้วยคุณฮุย เว็ง ชอง กรรมการผู้อำนวยการ กล่าวว่าในส่วนการเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G นั้น ขณะยังอยู่ระหว่างการศึกษา แม้ว่าจะยังไม่มี business case ที่ชัดเจน แต่ก็เชื่อว่า 5G จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขยายขีดความสามารถการเชื่อมต่อของ IoT และ เครือข่ายตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียรที่สุด
 
 
ซึ่ง AIS ได้เตรียมเครือข่ายให้พร้อมรับทั้ง 3 ด้านมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น 4.5G ที่เร็วระดับกิกะบิท ,Massive MIMO 32T 32R ครั้งแรกในโลก , NEXT G ,เครือข่าย NB IoT และ EMTC  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณภาพการตอบสนองของเครือข่าย หรือ Latency ก็เป็นรายแรกที่เริ่มปรับโครงสร้างเครือข่ายหลักที่กระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาค (AIS Core Network Architecture Ready for 5G) ให้สามารถสื่อสารตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์บริการต่างๆได้ทันที โดยไม่ต้องย้อนกลับมาผ่านศูนย์กลางเครือข่ายในส่วนกลาง ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้อัตราการตอบสนองได้เร็วขึ้น เพราะค่า Latency ต่ำ ตอบโจทย์การใช้งานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางการแพทย์ หรือ อุตสาหกรรมยานยนต์อย่าง Self Driving Car อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
 
โดยที่ผ่านมา เราได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งในการศึกษา วิจัย 5G เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศ จาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และภาคการศึกษา อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในเบื้องต้น ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ ได้ทันทีในวันที่เทคโนโลยีพร้อม
 
 
 
ส่วนความพร้อมด้านงานบริการในยุคดิจิทัลนั้น นายฮุย กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเราทยอยนำเทคโนโลยี Artificial Intelligence, Machine Learning, Robotic มาอยู่ในกระบวนการให้บริการลูกค้า โดยปีนี้จะชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยแนวคิด Unman Service ซึ่งจะเปิดตัวให้ได้สัมผัสอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้
 
 
ซึ่งภายในนิทรรศการแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลหลากหลาย อาทิ สาธิต 5G โชว์เคสบนเครือข่าย 5G จริงที่ได้รับการอนุมัติคลื่นจาก กสทช. เพื่อจัดสาธิตในงานโดยเฉพาะ พร้อมยกขบวน AIS Robot หุ่นยนต์สมองกล ที่โชว์ขีดความสามารถการทำงานเป็นผู้ช่วยมนุษย์ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึงนวตกรรม IoT (ไอโอที) ที่เกิดขึ้นจริงแล้วในประเทศไทย อีกทั้งAIS ให้ความสำคัญการให้ความรู้เท่าทันเทคโนโลยีจึงได้จัดทำการศึกษาด้านเน็ตเวิร์คหรือออนไลน์ (Network Educator) ด้วยการส่งต่อแบบชี้วัดความอัจฉริยะทางเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Intelligence Quotient ไปสู่เยาวชน เพื่อสร้างจิตสำนึก  ภูมิคุ้มกัน และปลูกฝังการพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยี

Recommend

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

Top