ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ผบ.ทบ.เปิดใจสื่อครั้งแรก แทงกั๊กปฏิวัติ เตือนการเมืองอย่าสร้างความแตกแยก

วันที่ 18 ตุลาคม 2561 | 4 นาที 9 วินาที 2,021

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ ระบุนโยบายส่วนใหญ่ สอดคล้องกับ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกคนก่อน กองทัพบกได้ทำความเข้าใจกับกำลังพลโดยจะต้องแยกแยะภารกิจในฐานะกองทัพบกและเป็นทหารของชาติทหารของประชาชน พร้อมที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กกต. ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัยและการให้ความรู้ประชาชน

 

ย้ำว่ากองทัพบกจะสนองตอบนโยบายของรัฐบาลในทุกรัฐบาล ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นก็ตาม แม้แต่รัฐบาลปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ตนเองได้สั่งการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ กกล.รส. ระมัดระวัง โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชน โดยยืนยันว่าทหาร สวมหมวกสองใบ คือ คสช. และกองทัพ

 

ต่อจากนี้จะต้องระมัดระวังไม่ให้การเมืองเข้ามาใช้ประโยชน์ จากการช่วยเหลือประชาชน เพราะกองทัพช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ต้องการที่จะหาเสียง ในฐานะทหารอาชีพ ซึ่งจะต้องแยกแยะระหว่างภารกิจการเมืองกับภารกิจของกองทัพ โดยเฉพาะจุดยืนของกองทัพ เพราะเราจะถูกจับตามอง โดยย้ำกองทัพและคสช. คือเนื้อเดียวกัน ขอไม่ต้องห่วง เพราะจุดยืนการทำงานของกองทัพ มีทิศทางที่ชัดเจน และไม่ว่าใครที่จะขึ้นมาเป็นนาย ตนเองก็พร้อมที่จะปฏิบัติงาน

 

เรื่องของความเป็นกลางนั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล แต่ก็ต้องขอความเป็นธรรมด้วย เพราะเราเป็นทหารอาชีพ ผ่านวิกฤตทางการเมือง และการทหารมาทุกยุคทุกสมัย ประสบการณ์ที่ตัวเองเก็บเกี่ยวมาตลอดระยะเวลาที่รับราชการ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนก้าวขึ้นมา เป็นผู้บัญชาการทหารบก ส่วนที่มีการจับตามองว่า กองทัพจะวางตัวอย่างไร ภายหลังพลเอกประยุทธ์ ประกาศลงสู่การเมือง ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมุมมอง และการที่ตนเองไปพบพลเอกประยุทธ์ มีคนมองว่าตนเองไม่เป็นกลาง แต่ต้องเข้าใจว่าพลเอกประยุทธ์นั้นเป็นหัวหน้ารัฐบาล

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในสถานการณ์ข้างหน้าหากเกิดวิกฤต กองทัพจะออกมาปฏิวัติอีกหรือไม่ พลเอกอภิรัชต์ ตอบว่า ตนขอชี้แจงว่า สื่อมวลชนได้บันทึกภาพทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่อย่าให้เป็นเพียงภาพที่เกิดขึ้นเท่านั้นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ถูกบันทึกอยู่ในสมองและจิตใจของคนไทยทุกคนที่บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายคนไทยออกมาตีกันยิงกันฆ่ากัน เรื่องที่ผ่านมาไม่มีใครอยากจดจำทหารถูกรัฐบาลสั่งการให้ออกมาควบคุมความสงบเรียบร้อย ซึ่งเราทำด้วยหัวใจ ไม่ได้คิดแบบนักการเมืองว่าจะเข้ามาบริหารประเทศ

 

เชื่อมั่นว่าพลเอกประยุทธ์ก็ไม่ได้คิดแบบนี้เช่นกัน แต่ต้องเสียสละ และถ้าวันนั้นพลเอกประยุทธ์ไม่ตัดสินใจบ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้นซึ่งแท้จริง แล้วคนที่ตัดสินใจก็ไม่ใช่พลเอกประยุทธ์แต่เป็นประชาชน หวังใจว่าเหตุการณ์แรงต่างๆจะไม่เกิดขึ้นในประเทศไทยอีก ไม่อยากเห็นบ้านเมืองมีการเผาหรือยิงกันเหมือนในภาพยนตร์ ที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้แต่ที่เกิดขึ้นเพราะมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันทางการเมือง

 

ส่วนกองทัพก็ไม่มีวันชนะประชาชนแต่ประชาชนที่ออกมาสร้างสถานการณ์ความเดือดร้อน เชื่อคำยุยงปลุกปั่น การยิงนั่นคือประชาชนที่ทำให้ประเทศแพ้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีการฟื้นฟูประเทศแต่ก็ต้องใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งปีหรือสองปีไม่สามารถทำได้ รัฐบาลจึงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี

 

แต่ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจล ถ้ามันไม่เกิดก็ไม่นำไปสู่การปฏิวัติ ที่ผ่านมาเกิดการปฏิวัติมา 10 กว่าครั้งแล้วแต่มันไม่เหมือนสมัยก่อนแล้วซึ่งสมัยหลังหลังเกิดขึ้นเพราะเกิดจากการเมืองทั้งสิ้นผมไม่ได้บอกว่านักการเมืองดีหรือไม่ดีแต่มันก็มีทั้งดีและไม่ดี ผมเสียใจที่หลายหลายเรื่องโดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมถูกละเมิดการตัดสินคดีหลายคดีไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

พร้อมระบุบทบาทหน้าที่ของกองทัพบก ในการปกป้องและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดก็คือองค์พระมหากษัตริย์ และเหนือสิ่งอื่นใดในส่วนของกองทัพบกซึ่งเป็นข้ารองพระบาท ก็มีหน้าที่ที่ต้องทำด้วยหัวใจ ในการปกป้องสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ซึ่งกองทัพบกจะใช้ ศักยภาพ และขีดความสามารถทุกอย่างในการปกป้องสถาบัน

 

ทั้งนี้ การหมิ่นสถาบันที่เกิดหลายครั้งมักเกิดจากคนสติไม่สมประกอบ ส่วนคนที่ปกติ ก็มักมีความคิดแปลกและไปอยู่ต่างประเทศแล้ว เพราะอยู่เมืองไทยไม่ได้

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E8Q14VuJA8c

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top