ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ครอบครัวร้อง รถเมล์ ขสมก. ทับหญิงชราเสียชีวิต คนขับไม่ลงมาดู ซ้ำถูกขโมยกระเป๋าเงิน กลายเป็นศพไร้ญาติ

วันที่ 26 กันยายน 2560 | 5 นาที 46 วินาที 18,956

รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้รับการร้องเรียน จากนางรวมจิต ทิมะเสน อายุ 49 ปี ว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน แม่ของสามี ถูกรถเมล์ทับเสียชีวิต ขณะกำลังจะขึ้นรถเมล์ บริเวณถนนเจริญกรุง ย่านบางรัก และต้องกลายเป็นศพไร้ญาติ เนื่องจากถูกขโมยกระเป๋าเงิน ทำให้ไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงตัวตน ก่อนจะมาทราบว่าเสียชีวิต ก็ผ่านมากว่า 5 วัน

 

โดยนางรวมจิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2560 แม่สามี คือนางจินดา หวังวิไล อายุ 83 ปี ออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครทราบว่าไปไหน เพราะปกติแล้วจะชอบออกไปซื้อของ หรือบ้านญาติ ซึ่งผ่านมา 2 วัน ทุกคนในบ้านก็พยายามติดต่อทางญาติ เพื่อสอบถามว่า แม่สามี ได้ไปอยู่ด้วยหรือไม่ แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ได้ไปอยู่กับใครเลย

 

จนผ่านมา 5 วัน มีคนรู้จักที่ทำงานอยู่ในองค์การขนส่งมวลชน(ขสมก.) และทำมูลนิธิกู้ภัย ได้มาบอกกับครอบครัวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย. มีรถเมล์ ขสมก. ทับคนเสียชีวิต ตอนนี้ศพอยู่ที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ตอนนั้นตนตกใจมาก แต่ก็คิดว่าอาจเป็นไปได้ พอนำภาพมาเปิดดูก็พบว่าลักษณะใกล้เคียงกับแม่สามี จึงไปติดต่อกับทางนิติเวชเพื่อขอดูศพ และยืนยันว่าใช่แม่สามีจริง

 

นางรวมจิต บอกอีกว่า ตอนไปดูคลิปกล้องวงจรปิด เห็นว่าขณะเกิดอุบัติเหตุ แม่สามี กำลังจะขึ้นรถเมล์เพื่อจะเดินทางกลับบ้าน แต่จังหวะที่มือจับราวประตูได้แล้ว รถเมล์กับวิ่งออกไป ทำให้แม่สามี เสียหลักล้มลงและถูกรถทับ ซึ่งจากภาพในคลิปจะเห็นว่าหลังเกิดเหตุพนักงานขับรถ ไม่ได้มาช่วยแม่สามีเลย มีเพียงแต่ชาวต่างชาติ และผู้หญิงชาวไทย ที่เข้ามาช่วย ซึ่งตนอยากขอบคุณทั้งสองอย่างมาก

 

มีชาวบ้านบริเวณที่เกิดเหตุบอกว่า แม่สามีเป็นลมล้มไปเอง ซึ่งตรงนี้ตนยืนยันว่าที่ผ่านมาแม่ไม่เคยเป็นลมสักครั้งในชีวิต จนวันที่มีการจัดพิธีกรรมทางศาสนาพนักงานขับรถคันดังกล่าว ก็ได้เข้ามาขอโทษตนและครอบครัว บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นกำลังมองรถทางฝั่งขวา 

 

นางรวมจิต บอกอีกว่า ที่ตนเพิ่งจะมาทราบเรื่องก็เพราะว่า กระเป๋าเงินของแม่หายไป ทำให้ไม่สามารถติดต่อทางครอบครัวและญาติได้ จึงต้องกลายเป็นศพไร้ญาติถึง 5 วัน และถูกนำไปไว้ที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนจะถูกนำไปฝังไว้ที่อื่น ซึ่งตรงนี้ตนรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ว่าทำไมคนที่เอาไปถึงกล้าทำกับคนที่ประสบอุบัติเหตุ อีกทั้งทำไมนิติเวชถึงนำศพแม่ไปฝังเร็วขนาดนั้น ตนไม่เข้าใจ อีกทั้งครอบครัวตนนับถือศาสนาอิสลาม ตามความเชื่อจะต้องนำศพไปบำเพ็ญกุศล หรือไปฝัง ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเสียชีวิต

 

นางรวมจิต ยังฝากเตือนไปถึงพนักงานขับรถเมล์ทุกๆคนว่า เวลาจะรับผู้โดยสารก็ควรจะตรวจสอบให้ดีก่อน ว่าผู้โดยสารขึ้นลงเรียบร้อยหรือยัง ไม่ใช่รีบที่จะออกรถ เพราะเวลาเกิดเหตุไปแล้ว ก็ทำได้เพียงขอโทษ นางรวมจิต ยังบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ชีวิตของคนๆหนึ่ง อาจไม่ค่าสำหรับใคร แต่ก็มีค่ามากสำหรับของครัวของเขาเอง

 

ขณะที่ คนเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันที่เกิดเหตุได้ยินเสียงผู้คนตะโกนว่า มีคนถูกรถทับ จึงวิ่งออกไปดูก็เห็นว่าผู้ตาย มีบาดแผลบริเวณขา และศีรษะ ส่วนพนักงานขับรถเห็นว่าลงมายืนดู แต่ก็ไม่ได้เข้าไปทำอะไร เพราะคงจะตกใจ ซึ่งที่ผ่านมาบริเวณนี้ก็เคยเกิดเหตุลักษณะดังกล่าว แต่ผู้เสียหายแค่บาดเจ็บ

 

ต่อมาทีมข่าวติดต่อไปยัง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ทราบว่า รถคันที่เกิดอุบัติเหตุทับร่าง คือ รถโดยสารธรรมดา สาย 1 ตอนนี้ทาง ขสมก. ได้ส่งเจ้าหน้าที่อุบัติเหตุ ประสานบริษัทประกันภัย ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลือเยียวยา และชดใช้ค่าเสียหาย เเก่ญาติผู้เสียชีวิต โดยจะมีการนัดเจรจาชดใช้ค่าเสียหายกันที่ สน.ยานนาวา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นมีการนัดเจรจากันวันนี้(26 ก.ย.) แต่ทางญาติผู้ตาย ขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะติดธุระที่ต่างจังหวัด ทางด้านพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ระบุว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำพนักงานรถ ขสมก. ไปแล้ว แต่ตอนนั้นผู้ตายยังไม่เสียชีวิต หลังจากนี้ก็จะเชิญทั้งสองฝ่ายเข้ามาสอบปากคำ แต่เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาพนักงานขับรถคนดังกล่าว ฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต

 

ส่วนประเด็นที่ทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจนำศพไปฝังนั้น พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการ เปิดเผยว่า ตามกฎระเบียบของทางโรงพยาบาล หากศพไร้ญาติ เป็นคนไทย จะเก็บไว้ที่สถาบันนิติเวช 3 วัน ก่อนจะนำไปฝาก ฝังไว้ที่สุสานของมูลนิธิ เพราะที่สถาบันนิติเวชมีศพเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ใช่การฝังทิ้ง เพราะจะมีการระบุรายละเอียดของผู้ตายชัดเจนตรงที่ฝัง ซึ่งหากมีญาติมาติดต่อก็จะไปนำศพกลับมา

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YNAuTDYMt5g

 

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top