ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

หนุ่มนักธุรกิจคาใจ 4 แบงก์ให้ พนง.ทุจริตขึ้นเงินเช็คสูญ 8 ล้าน ทั้งที่ลายเซ็นไม่ตรงกัน

วันที่ 17 มกราคม 2562 | 2 นาที 41 วินาที 3,350

เชียงใหม่-เปิดใจหนุ่มนักธุรกิจร้านเครื่องสำอางดังเชียงใหม่ โพสต์ทวงถามความรับผิดชอบ 4 ธนาคารดัง กรณีถูกอดีตพนักงานบัญชีปลอมเช็ค 63ใบ เสียหายกว่า 8 ล้านบาท สั่งจ่ายเข้าบัญชีตัวเองและครอบครัว รวมทั้ง จนท.ธนาคาร สุดงงเช็คทุกใบผิดปกติชัดเจนแต่สังเกตไม่เห็น จี้ 3 เดือนไร้ความคืบหน้า

 

นายอามิตร จาวลา อายุ 33 ปี นักธุรกิจเจ้าของร้านจำหน่ายเครื่องสำอางชื่อดังของเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตรวจสอบพบครั้งแรกว่าอดีตพนักงานบัญชีของร้านทุจริตเมื่อวันที่ 28 ก.ย.61 เนื่องจากถูกคู่ค้าโทรศัพท์ทวงถามว่ายังไม่ได้รับเงินค่าสินค้า ทั้งที่เช็คของทางร้านได้สั่งจ่ายไปแล้วและเงินถูกตัดบัญชีแล้ว จึงตรวจสอบจนพบว่าอดีตพนักงานบัญชีทำการทุจริตด้วยการปลอมแปลงลายเซ็นและแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับเงินในเช็ค

 

ซึ่งเช็คทั้งหมด 63 ใบ รวมเป็นเงินกว่า 8 ล้านบาท ทุกใบถูกเปลี่ยนชื่อผู้รับเงินเป็นชื่อสามี ลูกชาย รวมทั้งชื่อของอดีตพนักงานบัญชีรายนั้นด้วย โดยพบว่าแต่ละเดือนในบริษัทฯ มีการทำธุรกรรมผ่านเช็คนับร้อยใบ อดีตพนักงานบัญชีรายนี้ฉวยโอกาสหยิบเช็คครั้งละ 2-3 ใบ และนำไปแก้ไข ก่อนนำฝากเข้าบัญชีต่างๆ ที่เตรียมไว้ เพื่อรับเงินจากธนาคาร 4 แห่ง อีกทั้งยังพบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ของธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องให้การสนับสนุน และรับเงินโอนจากเช็คที่อดีตพนักงานบัญชีรายนี้ปลอมแปลงอีกด้วย

 

โดยหลังจากที่ตรวจสอบพบได้มีการแจ้งความดำเนินคดี พร้อมทั้งติดต่อไปยังธนาคารเพื่อทวงถามความรับผิดชอบ เนื่องจากจำนวนเงินที่ได้รับความเสียหายรวมแล้วมากกว่า 8 ล้านบาท และที่สำคัญก็คือเช็คทั้งหมดที่มีการปลอมแปลงลายเซ็นและเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับเงินนั้น ทุกใบมีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น เช็คบางใบมีถึง 3 ลายเซ็นที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย,มีการแก้ไขชื่อผู้รับเงินหรือวันที่ โดยที่บางใบมีการเร่งวันที่ให้เร็วขึ้นด้วย เป็นต้น

 

แต่เหตุใดทางธนาคารกลับไม่มีการตรวจสอบหรือสังเกตพบเลย รวมทั้งหากมีข้อสงสัยใดๆ ทำไมจึงไม่สอบถามกลับมาที่ตัวเอง อย่างไรก็ตามจากการติดตามทวงถามกับทั้ง 4 ธนาคารชื่อดัง ตลอดช่วงเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมา กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ และมีท่าทีที่ไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีอย่างที่ควรจะเป็นด้วย เช่น ขอหลักฐานประกอบสำนวนก็ยังให้ไม่ครบ เป็นต้น ทั้งๆ ที่ธุรกิจของครอบครัวตัวเองเป็นลูกค้าของธนาคารมานานหลายสิบปี

 

ทั้งนี้นายอามิตร บอกด้วยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตัวเองตกอยู่ในความเครียดอย่างมากจนนอนไม่หลับและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตปกติ ทำให้ต้องพบแพทย์และกินยาคลายเครียด นอกจากนี้กรณีที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อการขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจของตัวเองด้วย

 

อย่างไรก็ตามยังถือว่าโชคดีและต้องขอบคุณที่ทางบริษัทคู่ค้าต่างๆ เข้าใจกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นและให้ความช่วยเหลือในเรื่องของการขยายระยะเวลาการชำระค่าสินค้าออกไปก่อน รวมทั้งยังให้สั่งสินค้าได้เช่นเดิม

 

โดยเรื่องราวที่ตัวเองนำมาโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียนั้น เหตุผลเพราะต้องการจะให้กรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างและเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้คนเพื่อให้ระมัดระวังรอบคอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมทั้งต้องการร้องขอความเป็นธรรมและทวงถามความรับผิดชอบจากธนาคารชื่อดังทั้ง 4 แห่ง ด้วย

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vMwC9IA7Pu4

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top