ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ชายถูกเก็บภาษี 848 ล้าน ขอความเป็นธรรม ยันไม่เกี่ยวข้องบริษัทเฟอร์นิเจอร์

วันที่ 16 มกราคม 2562 | 2 นาที 37 วินาที 4,396

ปราจีนบุรี-จากกรณีที่นายไพบูลย์ ศรีทอง อายุ 43 ปี ร้องเรียนว่า ได้รับหนังสือจากสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรีเรื่องเตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระ โดยถูกเรียกเก็บภาษีมาจำนวน 3 ครั้ง ครั้งแรก 29 ล้านบาท ครั้งที่สอง จำนวน 335,711,549.45 บาท และครั้งที่สาม 483,447,152.00 บาท และยังถูกทางสรรพากรดำเนินคดีอาญา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

วานนี้ (15 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี ทราบว่า ทางสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรี ได้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีค้างชำระตามเอกสารหลักฐานที่ปรากฏ โดยนายไพบูลย์ ศรีทอง ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทมาแทนเฟอร์นิเจอร์ จำกัด

 

ซึ่งค้างชำระภาษียอดแรกเป็นเงิน 29 ล้าน / ยอดที่สอง 335,711,549.45 บาท (ยังไม่รวมเงินเพิ่มตามกฎหมาย) / ยอดที่สาม 483,447,152.00 บาท (ยังไม่รวมเงินเพิ่มตามกฎหมาย) ซึ่งแต่ละยอดเป็นยอดที่เกิดจากรายได้ของแต่ละปี แต่ละช่วงเวลากัน ซึ่งรวมแล้วจะต้องชำระภาษี 848,218,701.45 บาท ส่วนนายไพบูลย์ จะเป็นกรรมการผู้จัดการจริงหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่สรรพากรแจ้งว่า เจ้าตัวต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ความจริง

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาพบ นายบุญเกียรติ พนาวรวัฒน์ นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อขอทราบข้อมูลรายละเอียด นายไพบูลย์ นั้น ทราบว่า นายไพบูลย์ ได้จดทะเบียนบริษัทและเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทมาแทนเฟอร์นิเจอร์ จำกัด มีเอกสารในการจดทะเบียนครบถ้วน โดยมอบอำนาจให้ผู้อื่นมากระทำการแทน เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 57 และเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 61 นายไพบูลย์ ได้เดินทางจดทะเบียนยกเลิกบริษัทด้วยตนเอง

 

ด้านนายไพบูลย์ พร้อมด้วยภรรยา เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธรปราจีนบุรี เพื่อเข้าร้องทุกข์ต่อพล.ต.ต.นราเดช กรมทุกสิ่ง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีที่มีผู้แอบอ้างนำเอกสารของตนไปจดทะเบียนเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทมาแทนเฟอร์นิเจอร์ จำกัด จนตนเองได้รับหนังสือจากสรรพากรพื้นที่ปราจีนบุรีเรื่องเตือนให้นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระซึ่งรวมแล้วจะต้องชำระภาษี 848,218,701.45 บาท จนกระทั่งตนเองต้องถูกดำเนินคดี และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเรื่องคดี ว่าใครอยู่เบื้องหลัง

 

จากนั้นจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันว่าเอกสารทางราชการ คือบัตรประจำตัวประชาชน มีผู้นำไปปลอมแปลงเอกสารเปิดเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทมาแทนเฟอร์นิเจอร์ จำกัด พร้อมกับให้รื้อฟื้นคดีใหม่ทั้งหมดเพื่อหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

 

ด้านนายไพบูลย์ เปิดเผยว่า ถ้าตนมีส่วนรับรู้ มีเอี่ยวมีอะไรเราตนจะไม่มาร้องเรียกหรอก นี่ตนไม่รู้จริงๆ ถ้าตนมีผลประโยชน์กับเขา ชีวิตตนคงจะไม่อยู่อย่างงั้นสภาพบ้านตนก็อยู่อย่างั้น ถ้าตนมีเอี่ยวกับเขานำเงินมาสร้างบ้านผมจะไม่เสียใจเลย ที่บ้านตนก็ขายนาทำ ส่วนบริษัทนี้ตนก็รู้ใครเป็นเจ้าของตั้งแต่เริ่มต้นเพราะเคยทำงานอยู่ที่นี่ก่อน แต่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับธุรการการเงินและรับเหมาใดๆ ทั้งสิ้น แค่เป็นลูกจ้างคนหนึ่งเท่านั้นเอง และจะไปร้องทุกข์ที่สำนักงาน ปปง.ต่อไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EeZY_tTw2q4

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top