ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

อดีตผู้ใหญ่บ้านร้องถูกนำชื่อไปแจ้งตาย ทำเสียสิทธิที่ควรจะได้รับ-ออกนอกประเทศไม่ได้ พบคนแจ้งตายคือลูกสาวญาติ

วันที่ 14 กันยายน 2561 | 3 นาที 42 วินาที 7,116

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำนายประเสริฐ สุกแตง อายุ 60 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหัวชุกปลา ต.วังน้ำเขียว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เข้าพบ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ร้องเรียนเพื่อตรวจสอบหลังมีผู้นำชื่อนายประเสริฐ ไปแจ้งเสียชีวิตแทนบุคคลอื่น และให้ทางเทศบาลออกใบมรณบัตรให้
 
นายประเสริฐ สุกแตง เผยว่า ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตนแลครอบครัวได้ไปเที่ยวที่ จ.ระนอง และจะข้ามไปฝั่งพม่า โดยจ้าหน้าที่ตรวจบัตรประจำตัวประชาชนพบมีปัญหาก็ไม่ได้สนใจอะไรและไม่ได้ไปเที่ยว และไม่ได้สอบถามว่ามีปัญหาตรงส่วนไหน ต่อมาวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตนและครอบครัวได้พาไปเที่ยวที่ฝั่งทวายประเทศพม่า ก็เดินทางออกนอกประเทศไม่ได้อีก ครั้งนี้เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่านายประเสริฐ แจ้งเสียเสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังไม่ได้จำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน ตนงงและตกใจมากทั้งที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่
 
จากนั้น ตนไปขอตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองนครปฐม ทราบว่า มีหญิงคนหนึ่งชื่อฤดี มาแจ้งตายเมื่อ 23 มกราคม 2561 ที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี โดยระบุการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีระยะสุดท้าย ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ทั้งที่ตนอยู่ จ.นครปฐม ขณะที่ชื่อนามสกุล ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชนก็เป็นของตนเอง
 
"ติดใจว่าโรงพยาบาลทำไมไม่ตรวจสอบข้อมูลก่อนออกใบรับรองการตาย ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นใครทำไมถึงนำข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของตนไปใช้ แล้วเทศบาลเมืองเพรชบุรีออกใบมรณบัตรให้ได้อย่างไร เชื่อว่าเป็นสวมสิทธิบัตรประชาชนอย่างแน่นอน จึงมาร้องเรียนให้เพื่อทำการตรวจสอบที่มาที่ไป"
 
นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากไม่มีการคืนสถานะบุคคลให้กับตน อาจทำให้ตนเสียสิทธิต่าง ๆ ที่ควรจะได้รับทั้ง สิทธิการรักษาด้วยบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันภัยที่เคยทำไว้ ทุกวันนี้อยู่เหมือนคนไม่มีตัวตน ซึ่งวันที่ 19 กันยายนนี้ ทางเทศบาลเมืองเพชรบุรี นัดให้ไปยืนยันตัวตนเพื่อทำการคืนสถานะบุคคล พร้อมเตรียมแจ้งเอาผิดโรงพยาบาลและเทศบาลที่ออกใบมรณบัตรโดยไม่ตรวจสอบ
 
ด้านนางอรรัมภา ชาวนาไร่ อายุ 45 ปี ภรรยา เล่าว่าเหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากหญิงที่ชื่อฤดี ลูกสาวญาติของนายประเสริฐ ย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน และดำเนินเรื่องขอให้นายประเสริฐ รับรองเป็นบุตร แต่ตอนนั้นนายประเสริฐไม่ยินยอม จนในปี 2544 นางสาวฤดี ก็ย้ายออกจากทะเบียนบ้านไป
 
กระทั่งปี 2559 หญิงที่ชื่อฤดี ไปคัดทะเบียนบ้านที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี ซึ่งมีชื่อนายประเสริฐ และใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท เพื่อทำการรักษาพ่อที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ซึ่งไม่มีบัตรประชาชน จนพ่อของหญิงคนดังกล่าวเสียชีวิตลง ในปี 2561 จึงไปแจ้งตายที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลได้ออกหนังสือรับรองการตายให้
 
ด้าน นายอัจฉริยะ ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีขบวนการสวมสิทธิบัตรประชาชน และเรื่องการเอาเงินประกันด้วยหรือไม่ โดยตนตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลทราบว่า หญิงที่ชื่อฤดี ได้นำบัตรประจำตัวประชาชนของนายประเสริฐมายื่นเพื่อทำการรักษาพ่อของเขา พอเสียชีวิตโรงพยาบาลก็ทำตามเอกสารที่ญาติแจ้งมา โดยไม่ได้ดูว่าหน้าผู้เสียชีวิตและในบัตรประชาชนเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ขณะที่เทศบาลฯ ระบุว่า ยึดตามใบรับรองการตายของโรงพยาบาลเป็นหลักจึงออกใบมรณบัตรให้ ซึ่งไม่รู้ว่าและไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลของนายประเสร็จว่าเป็นคนเดียวกันกับที่เสียชีวิตหรือไม่ ทั้งนี้เทศบาลฯ ยินดีจะแก้ไขสถานะบุคคลให้
 
พ.ต.อ.วิเชียร อินเทียน รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เพชรบุรี กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องจะมีการนำหลักฐานทั้งหมดไปตรวจสอบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ออกใบรับรองการตาย และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเพชรบุรีที่ออกใบมรณะบัตร เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนคนที่นำชื่อไปแจ้งตายต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8GE_heBH7-Q

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

ปากท้องร้องทุกข์ที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top