ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

รวมพลคนปิดทองหลังพระ 'เจ้าของท่อพญานาค-รถเจาะน้ำบาดาล-ชาวบ้านสละที่นารับน้ำ' ช่วยภารกิจถ้ำหลวงลุล่วง

วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 | 5 นาที 51 วินาที 3,014

จากเหตุการณ์ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอคาเดมี่ติดถ้ำหลวง โดยภารกิจพาหมูป่าออกจากถ้ำ ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน และหลายๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีจิตอาสาจำนวนมากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในครั้งนี้

 

โดยในเพจเฟซบุ๊ก FM91 Trafficpro โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า

 “เดี๋ยวก่อน ยังไม่จบ !! ทีมงานท่อซิ่งพญานาคยักษ์ จะขออยู่ต่อ เพื่อช่วยสูบนํ้าออกจากนาข้าวของชาวบ้านก่อน แล้วถึงจะเดินทางกลับ #13หมูป่าออกจากถ้ำครบแล้ว #ถ้ำหลวง #FM91”

 

นอกจากนี้ยังมีภาพของนายสุรทิน ชัยชมพู นายกสมาคมน้ำบาดาลที่มาช่วยสูบน้ำบาดาลบริเวณโดยรอบถ้ำหลวง พร้อมข้อความระบุว่า “งานนี้ลุงหมดไปเกือบ 3 แสน เป็นบุญครับ ลุงได้ค่าแรงเป็นเด็ก 13 ชีวิต และพีคในพีคเมียลุงให้กลับบ้านล่ะ...พาลุงกลับบ้าน #13ชีวิตรอดแล้ว

 

ด้านนายชลอ เกิดปั้น อายุ 50 ปี เจ้าของเต็นท์ชลอยกระบัตร และเครื่องปั่นไฟรองชลอกระแส ได้นำเครื่องปั่นไฟกำลังแรงจำนวน 3 เครื่อง ไปช่วยในภารกิจพาหมูป่าออกจากถ้ำนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เรื่อยมาจนถึงวันสุดท้ายคือวันที่ 9 กรกฎาคม 2561

 

ซึ่งหลังจากได้เฝ้าติดตามข่าวนี้มาอย่างต่อเนื่องและเห็นว่าภารกิจการค้นหาทีมหมูป่านั้นเป็นไปได้ยาก เนื่องจากปัญหาอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้าภายในถ้ำ จึงได้โทรศัพท์ไปถามทางหน่วยงานที่จังหวัดเชียงราย ว่ามีเครื่องปั่นไฟกำลังแรง กับ มีท่อสูบน้ำแบบมอเตอร์ (ใช้กำลังไฟ) กับ ท่อสูบน้ำพญานาค (ใช้น้ำมันดีเซล) ครั้นพอทางจังหวัดเชียงรายได้ยินว่ามีเครื่องปั่นไฟ ก็รีบตอบรับทันที เพราะว่าเป็นสิ่งที่กำลังต้องการที่สุด

 

ดังนั้นตนจึงได้จัดเครื่องปั่นไฟขนาด 150 กิโลวัตต์ 2 เครื่อง เครื่องปั่นไฟขนาด 250 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง ท่อสูบน้ำแบบมอเตอร์ 1 เครื่อง และ ท่อสูบน้ำแบบพญานาคอีก 1 เครื่อง พร้อมกับทีมงาน 5 คน ขึ้นรถบรรทุก 3 คัน มุ่งตรงไปจังหวัดเชียงรายทันที

 

เมื่อไปถึงก็ได้รับการจัดสรรให้เข้าปฏิบัติหน้าที่บริเวณปากทางเข้าถ้ำ กับ ด้านหลังถ้ำ ซึ่งตนและทีมงานได้ปฏิบัติภารกิจแบบ 24 ชั่วโมงทุกวัน จนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 วันที่พาลูกหมูป่าพ้นออกจากถ้ำมาได้บ้างแล้วนั้น ก็ได้ถอนกำลังกลับมาที่อำเภอบ้านแพ้ว เนื่องจากเครื่องปั่นไฟที่ทาง กฟภ.เชียงรายมีอยู่เดิมนั้น เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ที่เหลืออยู่

 

นอกจากนี้ยังมีนางบัวไข ชุ่มมงคล อายุ 65 ปี ชาวบ้านหนองอ้อ ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่เสียสละที่นาเพื่อรับน้ำจากถ้ำหลวง จนไหลท่วมแปลงนาข้าว รวม 10 ไร่ ที่เพิ่งปลูกต้นกล้าข้าว นานประมาณ 4-5 วัน เหมือนกับอีกหลายๆคน ในหมู่บ้านใกล้เคียง จากนั้นเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้ระดมกำลัง นำเครื่องสูบน้ำ เพื่อลดระดับน้ำที่ท่วม และระบายออกไปเกือบหมด มีความเสียหายบ้างจากเหตุที่เกิดขึ้น

 

แต่ตั้งใจไม่ขอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐที่ให้ลงทะเบียน เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือ ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้น ขอทำบุญจิตอาสาให้กับ 13 ชีวิตที่พลัดหลงในถ้ำหลวง ซึ่งได้แจ้งความประสงค์ให้กับ ผู้ใหญ่บ้าน ไปแล้ว ส่วนพันธุ์ข้าว ที่จะได้รับจากเกษตรอำเภอ ก็จะนำมาเพาะใหม่ เพื่อนำต้นกล้าไปปลูกซ่อมแซมส่วนที่เสียหายต่อไป

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RwY_57bR9co

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

ข่าวดีประเทศไทยที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top