ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ข่าวดี! ทีมวิจัยจุฬา เผยผลถอดรหัสแอนติบอดี้รักษามะเร็ง ไม่ซ้ำ ตปท. พร้อมเข้าสู่การพัฒนาระยะที่ 2

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 | 3 นาที 22 วินาที 9,075

จากกรณีที่ทางแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยค้นพบแอนติบอดี้ (Antibody) รักษาโรคมะเร็งได้จริง เมื่อสำเร็จจะได้ยาภูมิคุ้มกันรักษามะเร็ง หรือยาไบโอโลจิกส์ (Biologics) ที่เป็นตัวแอนตี้บอดี้เข้าไปช่วยระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานได้เต็มที่

 

ซึ่งใช้ระบบร่างกายรักษาตัวเอง ไม่ต้องใช้สารเคมีในการทำคีโม หรือฉายรังสีหรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ที่จะทำให้ร่างกายผู้ป่วยส่วนใหญ่ทุกข์ทรมาน ตั้งเป้าราคาหลอดละ 20,000 บาท แทนการนำเข้าจากต่างประเทศที่ราคาแพงถึงหลอดละ 200,000 บาท โดยคาดว่าอีก 4-5 ปี จะเริ่มทดสอบในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

 

ต่อมาทีมวิจัยเผยว่า กำลังจะส่งเซลล์ที่ทำการเพาะเลี้ยงได้ไปให้ทีมวิจัยที่ต่างประเทศ ทำการถอดรหัสของตัวเซลล์ว่าไปซ้ำกับของต่างประเทศหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะทราบผลการถอดรหัสได้ช่วงต้นปี 62  และถ้าไม่ซ้ำผลผ่านไปได้ด้วยดี ก็จะทำการปรับแอนติบอดี้ของหนูให้คล้ายกับคน โดยใช้เวลาในการปรับประมาณ 1 ปี เต็มหลังผลการถอดรหัสออกมาดี ส่วนการเข้าทดลองในคนนั้นคงต้องอาศัยระยะเวลาอีก 4-5 ปี ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

อ.ดร.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาเชิงระบบ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ภายหลังจากที่ได้ทำการเพาะเลี้ยงเซลล์กว่าแสนต้นแบบจนได้เซลล์ที่ดีที่สุด 3 ตัว และถูกส่งไปถอดรหัสเพื่อเปรียบเทียบกับภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งของต่างประเทศ โดยผลของการถอดรหัสออกมาว่า ต้นแบบที่ทีมวิจัยส่งไปนั้นมีความใกล้เคียงกับภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งของต่างประเทศน้อยกว่า 50%

 

เพราะปกติโปรตีนแอนติบอดี้ธรรมชาติจะมีความคล้ายคลึงในตัวมันเองอยู่แล้ว การที่เหมือนน้อยกว่า 50% จึงเรียกว่าต่าง และทางด้านกฎหมายถือว่าไม่มีปัญหา เพราะในทางสิทธิบัตรจะต้องเหมือนถึง 85-90% ถึงจะเรียกว่าเหมือน ดังนั้นหมายความว่า ทีมวิจัยสามารถเริ่มดำเนินการในส่วนของระยะที่ 2 คือการปรับปรุงให้ยาแอนติบอดี้นั้นมีความคล้ายกับโปรตีนมนุษย์ได้แล้ว       

     

แต่ในขณะเดียวกันตอนนี้ทีมวิจัยยังผลิตต้นแบบล็อตใหม่อยู่ ซึ่งอีก 2 เดือนจะทำการส่งไปถอดรหัสอีกครั้ง และเมื่อผลออกมาจะนำมาเทียบกันเพื่อหาเซลล์ต้นแบบที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุดไปพัฒนา เพื่อทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าเดิม เพราะในการพัฒนาต้นแบบ 1 ตัวจะต้องใช้เงิน 3-4 ล้านบาท จึงอยากดูให้ชัดก่อนว่าในต้นแบบทั้งหมดตัวไหนน่าทำที่สุด และอาจจะทำมากกว่า 1 ตัว แต่ต้องเลือกตัวที่ดีไล่เลี่ยกันมาเพราะถ้าทำหลายตัวงบประมาณจะสูงมาก

 

ดังนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาในระยะที่ 2 เต็มตัวนั้นจะต้องรอผลการถอดรหัสของต้นแบบล็อตที่ 2 เพื่อเปรียบเทียบในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 62 ส่วนระยะเวลาในการพัฒนาระยะที่ 2 นี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างเร็วคาดว่าอยู่ที่ 8 เดือน และอย่างช้าที่สุดอยู่ที่ 1 ปี

 

สุดท้ายในฐานะตัวแทนของทีมวิจัยขอสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่เพื่อจะได้ยาที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ให้กับคนไทย และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยทุกคน รวมถึงก็อยากจะให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้กับทีมวิจัยด้วยเช่นกัน

 

ขณะนี้ทางกองทุนวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดช่องทางบริจาคเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนางานวิจัยยารักษามะเร็ง ดังต่อไปนี้

 

1. บริจาคด้วยตนเองที่อาคารอานันทมหิดล ชั้น2 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

2. บริจาคผ่านบัตรเครดิต/เดบิตที่เว็บไซต์ https://www.chula.ac.th/about/giving (จะได้รับใบเสร็จของจุฬาฯทางอีเมล์ที่ท่านแจ้งไว้ ถ้าไม่ได้แจ้ง email ไว้ จะส่งทางไปรษณีย์)

 

3. สำหรับผู้ยื่นภาษีออนไลน์ บริจาคผ่าน E-donation ด้วย QR code ***ต้องกดยอมรับให้ธนาคารส่งข้อมูลของท่านไปยังกรมสรรพากร*** (ยกเว้น ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารกรุงศรี ที่ยังไม่รองรับระบบ e-donation ณ ขณะนี้) ผู้บริจาคจะไม่ได้รับใบเสร็จนะคะ แต่สามารถตรวจสอบในระบบของสรรพากรได้เลย เก็บสลิปการโอนไว้เป็นหลักฐานค่ะ

 

4. โอนเงินเข้าธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่านระบบตู้เอทีเอ็มและแอปพลิเคชัน SCB Easy โดยสามารถกรอกรายละเอียดเพื่อแจ้งขอรับใบเสร็จสำหรับลดหย่อนภาษีได้ทาง http://canceriec.md.chula.ac.th/donation (จะได้รับใบเสร็จจากระบบของสรรพากรทาง email ที่ท่านแจ้งไว้ ถ้าไม่ได้แจ้ง email ไว้ จะส่งทางไปรษณีย์)

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7BE0jVyZIWY

Recommend

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

Top