ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ครม.ไฟเขียวแจกแหลก เติมเงินบัตรคนจน-ผู้สูงอายุ แจกเงินเที่ยวคนละ 1,000 ลงทะเบียนก่อนได้ก่อน

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 | 7 นาที 10 วินาที 52,611

ที่ประชุมครม. อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 316,813 ล้านบาท เพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชน ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คาดกระตุ้นเศรษฐกิจโตเพิ่มเป็น 3.5% ประกอบด้วย

 

 

1.มาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกองทุนหมู่บ้าน ระหว่างเดือน ส.ค.-ก.ย.2562 ประกอบด้วย

 

-ผู้มีบัตรสวัสดิการฯ ทุกคน 14.5 ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน

-ผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการฯ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน

-ช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการฯ ที่มีอายุ 0 ถึง 6 ขวบ ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน

-พักชำระหนี้เงินต้นของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่คงค้างกับสถาบันการเงิน 50,732 แห่ง โดยเป็นหนี้ ธ.ก.ส. 27,249 แห่ง และธนาคารออมสิน 23,483 แห่ง โดยพักชำระหนี้เฉพาะเงินต้นเท่านั้น

 

 

มาตรการที่ 2 บรรเทาค่าครองชีพสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งปี 2562 ประกอบด้วย

 

-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดย ธ.ก.ส.จะให้สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ในอัตราดอกเบี้ย 0.1% ต่อปี วงเงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี เริ่มวันที่ 1 ส.ค.2562 ถึงวันที่ 31 ก.ค.2563

-ขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ระยะเวลา 2 ปี

-สนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่

 

 

มาตรการที่ 3 กระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ประกอบด้วย

 

-มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ชิมช็อปใช้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และสนับสนุนการใช้จ่ายผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) โดยผู้สนใจเข้าร่วมมาตรการจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปในวันลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการผ่านทางเว็บไซต์ โดยผู้ที่ผ่านการลงทะเบียนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

 

1.รัฐบาลสนับสนุนเงิน 1,000 บาทต่อคน เพื่อนำไปซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการ แต่ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้

2.หากผู้ลงทะเบียนใช้เงินเพิ่มเพื่อใช้จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าที่พัก หรือค่าสินค้าท้องถิ่นจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการ รัฐบาลจะชดเชยเงินคืนให้เป็นจำนวนเท่ากับ 15% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน ซึ่งเท่ากับวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน

 

อย่างไรก็ตาม การได้เงินคืนต้องเป็นการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' เพื่อซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่รับชำระเงินด้วยแอปพลิเคชัน 'ถุงเงิน' ระยะเวลา 3 เดือน ใน ก.ย.-พ.ย.นี้เท่านั้น

 

โดยกระบวนการหลังจากผู้ที่ลงทะเบียนได้รับเอสเอ็มเอสเพื่อยืนยันว่าลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ต้องใช้สิทธิ์ท่องเที่ยวภายใน 14 วัน หากเลยระยะเวลาดังกล่าวไปแล้วจะถูกตัดสิทธิ์ทันที เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนรายใหม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

 

สำหรับเงินจำนวน 1,000 บาทที่ได้รับนั้น ไม่สามารถเบิกเงินสด หรือนำไปใช้เติมน้ำมันได้ ส่วนเงินที่กระทรวงการคลังจ่ายคืน (Cash Back) เริ่มจ่ายให้หลังสิ้นสุดโครงการไปแล้ว 15-45 วัน ซึ่งเงินที่จ่ายคืนประชาชนสามารถถอนเงินสดหรือใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7VZ-fRt3F3U

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top