ค้นหา :

หลายฝ่ายห่วงสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ กระทบไทย ชี้ต้องจับตาใกล้ชิด คาด GDP โต 3.9-4.1%

วันที่ 9 เมษายน 2561 | 0 นาที 0 วินาที 2,692

ในงานงานสัมมนา The Symbol of your Visionary : ก้าวทันเศรษฐกิจ ก้าวนำการลงทุน ปี 2018 ของธนาคารกสิกรไทย นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 4.1% เช่นเดียวกับปีหน้าที่จะขยายตัวได้ในระดับนี้ต่อไป ซึ่งปัจจัยบวกมาจากการส่งออกที่ขยายตัวดีในทุกกลุ่มสินค้าและทุกกลุ่มผู้ประกอบการ ขณะที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนกลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มากขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐจะเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อนได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจยังเติบโตได้ตามที่คาดการณ์ไว้
 
อย่างไรก็ตาม ปัญหาความขัดแย้งทางการค้าของสหรัฐและจีนนั้น แม้จะไม่มีผลกระทบในทางตรง เพราะไทยไม่ได้มีสินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ในทางอ้อมไทยอาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าดังกล่าวที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกตามไปด้วย ขณะเดียวยังมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นน่าเป็นห่วงและต้องจับตาใกล้ชิด เพราะจะกระทบกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรม ห่วงโซ่การผลิตกับประเทศที่กีดกันทางการค้าจะหันไปทำการค้ากับประเทศอื่นๆ ส่งผลให้ประเทศนั้นๆ มีสินค้าล้นตลาด จะกระทบผู้ประกอบการท้องถิ่นตามไปด้วย รวมไปถึงกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลมากขึ้น และขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา
 
ขณะเดียวกันเมื่อถูกขึ้นภาษีสินค้าชนิดดังกล่าวจะมีราคาสูงขึ้นจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อให้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
 
สอดคล้องกับมุมมองของนายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ที่ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสงครามเศรษฐกิจ ทั้งจากภายนอก และภายในประเทศ ซึ่งเปรียบได้กับสงครามเศรษฐกิจ 9 ทิศ โดยเฉพาะสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่อาจทำให้การค้าโลกชะลอ และจะกระทบการส่งออกไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากไทยเป็นห่วงโซ่อุปทานของทั้งสหรัฐฯ และจีน 
 
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2018 ว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยจะขยายตัวได้มากกว่าปีก่อนที่ขยายตัว 3.9% ตามแรงส่งจากภาคการส่งออกและท่องเที่ยว ตลอดจนปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการลงทุนของภาครัฐ จากการเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่บางส่วนถูกเลื่อนมาจากปี 2017 ขณะเดียวกันรัฐบาลทยอยผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ EEC และการเลือกตั้งต่างๆ น่าจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาตินำเม็ดเงินลงทุนโดยตรงในไทยมากขึ้น 
 
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะส่วนที่มาจากปัจจัยนอกประเทศที่อยู่เหนือการควบคุม ทั้งการกีดกันทางการค้าของสหรัฐกับจีนรวมถึงการเคลื่อนย้ายเงินทุนและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ที่จะมีผลต่อทิศทางผลตอบแทนในตลาดการเงินโลกและไทยได้เช่นกัน 
 
ขณะที่ธนาคารโลก เปิดรายงานเศรษฐกิจไทยฉบับล่าสุด คาดปีนี้ จีดีพีจะโตได้ 4.1 % สูงสุดนับจากปี 2555 โดยมีส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top